โวซินญา โกลวัย 40 ปี ของเคปเวิร์ด สร้างแรงบันดาลใจในบอลโลกอย่างไร หลังโชว์เซฟ 7 ครั้ง ยันเสมอสเปนแบบไร้สกอร์

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เอลิซาเบธ คอนเวย์
- Role, ผู้สื่อข่าวฟุตบอลโลก
- Reporting from, แอตแลนตา สเตเดียม
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังก้องสนามแอตแลนตา สเตเดียม กล้องได้จับภาพไปที่ โวซินญา ผู้รักษาประตูทีมชาติเคปเวิร์ด วัย 40 ปี ที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะที่เขากำลังตระหนักถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่เพิ่งได้ทำ นั่นคือทีมของเขาเสมอกับทีมเต็งแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างสเปนแบบไร้สกอร์ไป 0-0 ประตู
ผู้ชมบนอัฒจันทร์ระเบิดเสียงเฮดังกระหึ่ม แฟนบอลเคปเวิร์ดหลายพันคนที่ส่งเสียงเชียร์ทีมรักอย่างไม่ลดละตลอด 90 นาทีร่วมกันเฉลิมฉลองด้วยการกอดคอ เต้นรำ และดื่มด่ำกับผลการแข่งขัน
เหล่านักเตะในสนามต่างวิ่งเข้าหากันด้วยความดีใจ แม้แต่ผู้ชมที่ไม่ได้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษก็ยังถูกดึงดูดเข้าสู่บรรยากาศนี้ โดยเมื่อจบเกมหลายคนก็ร่วมเฉลิมฉลองไปกับพวกเขาด้วยเช่นกัน
ในการเผชิญหน้ากับทีมแชมป์ยุโรปอย่างสเปน โวซินญา ผู้รักษาประตูจอมเก๋าได้โชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตเก็บคลีนชีทอย่างกล้าหาญ และสร้างผลการแข่งขันที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
"ผมร้องไห้เพราะผมเติบโตมากับคุณปู่คุณย่าครับ" โวซินญากล่าวหลังจากได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม "เสียดายที่พวกเขาไม่อยู่ที่นี่ พวกเขาเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน พวกเขาคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผม คือทุกอย่างในชีวิตผม"
"และ[ที่ร้องไห้]อีกเรื่องก็เพราะคุณแม่ครับ ท่านไม่ได้มาที่นี่เพราะปัญหาเรื่องวีซ่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในการทำวีซ่า เราจัดการได้ไม่ทันเวลา ผมอยากให้แม่มาอยู่ที่นี่ด้วยจริง ๆ"
เขากล่าวต่อไปว่า "อาวุธที่ดีที่สุดของเราคือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนักเตะที่เพิ่งเข้ามาใหม่ หรือนักเตะที่เล่นมา 10 หรือ 15 ปีแล้ว วิธีที่เราปฏิบัติต่อครอบครัวคือจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา"
"ทุกคนคิดว่าพวกเรามาที่นี่เพื่อแค่สนุกกับฟุตบอลโลก แต่ไม่เลย เรารู้ว่ามีหลายทีมที่เราต้องให้ความเคารพเสมอ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเรา แต่เรามาที่นี่เพื่อแข่งขัน และเรามาที่นี่เพื่อต่อสู้ให้ประเทศของเรา"
"นี่คือสิ่งที่ผมฝันมาตั้งแต่เด็ก"
สำหรับ โวซินญาช่วงเวลานี้เปรียบเสมือนสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดทั้งชีวิต
ผู้รักษาประตูทีมชาติเคปเวิร์ดคนนี้มีชื่อจริงว่า โจซิมาร์ ดิอาส เขาใช้เวลาตลอดอาชีพค้าแข้งของเขาในการตามล่าความฝันที่จะได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก
เมื่อความฝันนั้นมาถึง มันกลับได้กลายเป็นประวัติศาสตร์อีกด้วย ในวัย 40 ปี กับอีก 12 วัน เขาได้กลายเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ลงเล่นให้กับ ในนัดประเดิมสนามฟุตบอลโลกของทีมชาติตัวเอง ทำลายสถิติที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 มิ.ย.) โดย เอลอย รูม ผู้รักษาประตูทีมชาติคูราเซา
อันที่จริง มีเพียง เอสซัม เอล ฮาดารี จากทีมชาติอียิปต์เท่านั้นที่อายุมากกว่าเขาในตอนที่ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก
นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าทึ่งในอาชีพค้าแข้งที่นิยามได้ด้วยคำว่าความเพียรพยายาม
"ผมเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพตอนอายุ 25 ปี ในปี 2012 มันค่อนข้างสายเกินไปสำหรับคนอย่างผม" โวซินญากล่าว
"ผมเคยคิดจะถอนตัวจากทีมชาติ แต่ผมก็ยังคงเล่นต่อเพราะความฝันนี้" เขาเสริม
"ผลงานครั้งนี้เป็นผลงานเพื่อทุกคน ผมได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม แต่รางวัลนี้เป็นของเพื่อนร่วมทีมทุกคน เพราะถ้าไม่มีพวกเขา ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้ และผมจะยังคงทำงานหนักต่อไปเพื่อทีมและเพื่อผู้คนของเรา"
เคปเวิร์ดเป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งด้านตะวันตกของแอฟริกาเกือบ 600 กิโลเมตร แม้เป็นหมู่เกาะที่สวยงามแต่ก็อยู่ห่างไกลซึ่งโอกาสสำหรับนักฟุตบอลรุ่นเยาว์มีอยู่อย่างจำกัด ในช่วงที่เติบโตมาในเมืองมินเดโล โวซินญาต้องเผชิญกับความท้าทายตั้งแต่เริ่มต้น
"ผมเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดบนเกาะ แต่ผมตัวเล็กครับ" เขาเล่าย้อนความหลัง "ถึงแม้ผมจะทำผลงานได้ดี แต่ผมก็ไม่ถูกเลือกเพราะส่วนสูงของผม"
เช่นเดียวกับนักเตะหลายคนก่อนหน้าเขา ในที่สุดโวซินญาก็ตัดสินใจเดินทางไปประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมเพื่อค้นหาโอกาส การตัดสินใจครั้งนั้นถือเป็นการเริ่มต้นอาชีพที่ทำให้เขาได้เดินทางไปเล่นทั้งในสโลวาเกีย แองโกลา มอลโดวา และไซปรัส ปัจจุบันโวซินญาเล่นให้กับสโมสรชาเวส ในลีกระดับรองของโปรตุเกส
แม้แต่ชื่อของโวซินญาก็มีส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลซ่อนอยู่ พ่อของเขาเคยหวังว่าจะตั้งชื่อเขาว่า "วัลดาโน" ตามชื่อของ จอร์เก วัลดาโน ผู้เล่นตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของอาร์เจนตินาและเรอัล มาดริด แต่ทางการของเคปเวิร์ดปฏิเสธคำขอนั้น เขาจึงถูกตั้งชื่อว่า "โจซิมาร์" ซึ่งเป็นชื่อของกองหลังทีมชาติบราซิลที่โด่งดังขึ้นมาในฟุตบอลโลกปี 1986
หลายทศวรรษต่อมาบนเวทีฟุตบอลโลก โวซินญาได้เขียนประวัติศาสตร์ของตัวเขาเองขึ้นมาแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
โวซินญาเป็นผู้สร้างสีสันให้กับเกมครั้งนี้
ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องจากแฟนบอลเคปเวิร์ดหลายพันคน เขายืนหยัดต้านทานเกมรุกอันหนักหน่วงของสเปนได้อย่างมั่นคง โดยสามารถเซฟลูกสำคัญได้ถึง 7 ครั้ง ซึ่งผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวที่มีอายุเกิน 40 ปีที่เคยทำสถิติเซฟได้มากกว่าเขาในฟุตบอลโลก คือ แพท เจนนิงส์ ที่ทำไว้ 10 ครั้งในวันเกิดอายุครบ 41 ปี ในเกมที่ไอร์แลนด์เหนือพบกับบราซิลเมื่อปี 1986
ทุกครั้งที่เขาเซฟได้ แฟนบอลบนอัฒจันทร์ที่แอตแลนตาก็ส่งเสียงเฮราวกับว่าเคปเวิร์ดทำประตูได้
ขณะที่นอกสนาม เขากลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยยอดผู้ติดตามบนอินสตาแกรมของโวซินญาพุ่งจาก 50,000 คน ไปสู่กว่า 1.5 ล้านคน หลังจากที่เคซทีวี (CazeTV) ช่องยูทิวบ์ที่ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในบราซิล ได้กระตุ้นให้ผู้ชมของช่องไปกดติดตามโวซินญาอย่างถล่มทลาย
"มันบ้ามากครับ" เขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังจากได้รับทราบเรื่องนี้
แพท เนวิน อดีตปีกทีมชาติสกอตแลนด์ กล่าวว่าผู้รักษาประตูผู้นี้ "เป็นผู้สร้างสีสันให้กับเกมครั้งนี้"
"เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจริง ๆ" เนวินกล่าวกับสถานีวิทยุไฟว์ ไลฟ์ (5 Live) "เขาทำแบบนี้ได้ในวัย 40 ปี กล้องทุกตัวจับจ้องมาที่เขา เพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างชี้ไปที่เขา มันเป็นช่วงเวลาที่งดงามมาก"
"เคปเวิร์ดใช้เวลาส่วนใหญ่ของเกมในกรอบเขตโทษของตัวเอง ถึงจะไม่ใช่ตลอดทั้งเกม และเมื่อพวกเขามีโอกาสสวนกลับ พวกเขาก็กล้าหาญและบุกเติมเกมขึ้นไปพร้อมกันหลายคน"
"การจะทำแบบนั้นได้และรักษาความจดจ่อในระดับนี้ คุณไม่สามารถทำได้ถ้าคุณเป็นเพียงกลุ่มคนที่ต่างคนต่างเล่น คุณจะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณเป็นทีมเดียวกันเท่านั้น"
"มันวิเศษจริง ๆ เป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมาก พวกเขาคู่ควรกับหนึ่งคะแนนนี้มากกว่าสิ่งใด และสเปนแทบจะไม่สมควรได้รับแต้มด้วยซ้ำ พวกเขาเดินออกจากสนามด้วยความผิดหวัง แต่ค่ำคืนนี้เป็นของเคปเวิร์ดอย่างแท้จริง" ลี ดิกสัน จากช่อง ไอทีวี (ITV) กล่าว
"ช่างเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ฟูลแบ็ก หรือชายคนนั้น [โวซินญา] ที่กำลังร้องไห้อยู่ ผมเองก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน"
สำหรับประเทศที่มีประชากรเพียงกว่าครึ่งล้านคน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 3 ที่เคยผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลก นี่คือผลการแข่งขันที่มีความหมายอย่างยิ่งใหญ่
บนอัฒจันทร์ แฟนบอลของพวกเขาก็แสดงความมุ่งมั่นไม่แพ้กัน ในชุดสีฟ้าและโบกสะบัดธงชาติสีแดง ขาว และฟ้า พวกเขาร้องเพลงและเต้นกันตลอดทั้งเกม คอยหนุนหลังทีมรักผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในทุกจังหวะ จนกระทั่งหมดเวลา ผู้ชมที่ไม่ได้เชียร์ฝ่ายใดต่างก็เอาใจช่วยพวกเขา เรื่องราวของเคปเวิร์ดได้กลายเป็นเรื่องราวของทุกคนไปแล้ว
ดูเหมือนว่าประเทศเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าเมืองเชฟฟิลด์ ได้เข้ามายึดครองจินตนาการของโลกฟุตบอลไปเสียแล้ว


























