You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้กลางงานวิวาห์ในอิรัก “มันเหมือนประตูนรกได้ถูกเปิดออก”
เกือบ 100 ชีวิตต้องจากไป อีกหลายคนต้องบาดเจ็บ จากเหตุเพลิงไหม้กลางงานเฉลิมฉลองพิธีมงคลสมรส ในเมืองกอรากอช ทางตอนเหนือของอิรัก ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้บีบีซีฟังถึงฉากอันสยดสยอง และความโกลาหลที่เกิดขึ้น
กาลี นาสซิม อายุ 19 ปี อยู่ห่างจากห้องจัดเลี้ยงอัล-ไฮแธม เพียงไม่กี่เมตร ตอนที่ไฟปะทุขึ้น ในช่วงเย็นวันอังคาร (26 ก.ย.)
เขารีบเข้าไปช่วยเพื่อน 5 คนของเขา ที่ติดอยู่ภายใน
“ประตูหนึ่งมันถูกปิดล็อคอยู่ เราเลยต้องใช้กำลังพังมันเข้าไป แล้วเพลิงขนาดใหญ่ก็พวยพุ่งออกมา มันเหมือนประตูนรกได้เปิดออก” เขากล่าว
“อุณหภูมิมันสูงจนแทบอยู่ไม่ได้ ผมบรรยายถึงความร้อนนั้นไม่ได้เลย”
จากโศกนาฏกรรมดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 94 คน บาดเจ็บอีก 100 คน โดยเพลิงปะทุขึ้นในช่วงการเต้นระบำเปิดฟลอร์ ระหว่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาว จนถึงตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า เจ้าบ่าว-เจ้าสาว รอดชีวิตหรือไม่
สำหรับ นาสซิม เขามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็น “โศกนาฏกรรมที่แท้จริง”
“ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากวิ่งหนีเพลิง” เขากล่าวด้วยเสียงที่ดูเหนื่อยหอบ จากปลายสายโทรศัพท์
“หลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึง ผมรีบเข้าไปตามหาเพื่อน ๆ แล้วผมก็เห็นร่างผู้เสียชีวิต 26 คนอัดแน่นอยู่ในห้องน้ำ เด็กหญิงวัย 12 ปีคนหนึ่ง ถูกไฟคลอกจนเกรียม และถูกทิ้งไว้อย่างน่าเวทนาตรงหัวมุม”
โฆษกสำนักงานความมั่นคงพลเรือนของอิรัก กอว์ดัต อับดุล ราห์มัน บอกกับบีบีซีว่า ต้นเพลิงมาจากดอกไม้ไฟที่ถูกจุดภายในห้องจัดเลี้ยง
เมื่อดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้น มันก็ลุกลามไปยังวัตถุไวไฟที่อยู่ในสถานที่จัดงาน
นาสซิม เชื่อว่า ประตูทางออกฉุกเฉินที่ไม่เพียงพอ ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย เพราะทำให้แขกส่วนใหญ่ไปแออัดที่ประตูหลัก จนเกิดการเบียดเสียด
เผาวอดใน “ไม่กี่นาที”
นาสซิม เปิดเผยว่า เพื่อน ๆ ของเขาทุกคนปลอดภัย
หนึ่งในนั้น คือ ทอมมี อูเดย์ อายุ 17 ปี เขายืนอยู่ใกล้ประตูทางออกตอนที่เพลิงปะทุขึ้น ทำให้เขาหนีออกมาได้อย่างรวดเร็ว
“ผมเห็นควันดำขโมงใหญ่ออกมาจากเพดาน ผมเลยรีบวิ่งออกมา” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “สถานที่นั้นถูกเผาวอดหมดในเวลาแค่ 5 นาที”
เมื่อวันพุธ (27 ก.ย.) ร่างผู้เสียชีวิตได้รับการประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว 50 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตที่เหลือ จะมีการประกอบพิธีในวันนี้ แต่ยังมีประชาชนหลายคนที่ยังพยายามตามหาสมาชิกในครอบครัวที่สูญหาย
เช่นเดียวกับ กาซวาน ที่ต้องแยกจากภรรยาวัย 33 ปี รวมถึงลูกชายวัย 4 ขวบ และลูกสาววัย 13 ปี ตอนที่ไฟปะทุขึ้น
ลูกสาวอีกคนของเขาที่อายุ 10 ขวบ วิ่งออกมาจากห้องจัดเลี้ยงในสภาพ “ร่างกายถูกไฟคลอกเกือบ 98%” น้องสาวของกาซวานที่ชื่อ ไอซาน บอกกับบีบีซี
เธอเล่าต่อว่า พี่ชายของเธอกำลังตระเวนไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อตามหาครอบครัว
โรงพยาบาลแบกรับไม่ไหว
ภายในศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านแผลไฟคลอก ดร.วาด ซาเล็ม บอกกับบีบีซีว่า กว่า 60% ของผู้ได้รับบาดเจ็บ ล้วนถูกไฟคลอก
“บริเวณที่ถูกไฟเผาคือใบหน้า หน้าอก และมือ” เขากล่าว และเล่าต่อว่า ผู้หญิงและเด็กได้รับผลกระทบหนักสุด
หัวหน้าพยาบาล อิสรา โมฮัมเหม็ด ต้องทำงานตลอดคืนเพื่อดูแลผู้บาดเจ็บ เธอบอกกับบีบีซีว่า เธอเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยกว่า 200 คนในคืนเดียว
“สิ่งที่ฉันเห็นมันน่าลำบากใจมาก” เธอกล่าว
“ฉันได้เห็นผู้คนที่ถูกไฟคลอกกว่า 90% ของร่างกาย” โมฮัมเหม็ด เล่าต่อ พร้อมให้ข้อมูลอีกว่า เด็ก ๆ กว่า 50 คนถูกประกาศว่าเสียชีวิตแทบจะในทันทีที่เดินทางถึงโรงพยาบาล
โมฮัมเหม็ด ยอมรับว่า สถานพยาบาลที่เธอประจำอยู่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และรับมือกับคลื่นผู้บาดเจ็บที่โถมเข้ามาแทบไม่ไหว
สำหรับนาสซิม และเพื่อน ๆ ของเขาที่รอดชีวิต พวกเขายอมรับว่า คงลบภาพที่เห็นออกไปจากความทรงจำได้ยาก
“ผมอธิบายไม่ถูก” เขากล่าว “ผมรู้จักหลายครอบครัวที่สูญเสียเกือบทุกคนไป มีอย่างน้อย 3 ครอบครัว ที่สูญเสียสมาชิกทุกคนไปกับไฟไหม้ครั้งนี้ ทั้งชุมชนกำลังเศร้า ทั้งอิรักก็ด้วย ทั้งประเทศกำลังเศร้า”