เหตุใดเวเนซุเอลาจึงมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะในครอบครอง แล้วทำไมจึงต้องส่งมอบไปให้สหรัฐฯ ?

A person wearing a white hard hat and a blue vest with the letters “IAEA” printed in white on the back. He is standing close to a metal cylinder within a container, appearing to inspect or handle something near it.

ที่มาของภาพ, IAEA/BBC

คำบรรยายภาพ, สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency - IAEA) ได้ให้การฝึกอบรมและกำกับดูแลมาตรการความปลอดภัยสำหรับการขนส่งยูเรเนียม
    • Author, แองเจล เบอร์มูเดซ
    • Role, บีบีซี มุนโด (ภาษาสเปน)
  • Published
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

เหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนหนึ่งช่วงปลายเดือน เม.ย. เมื่อขบวนรถทหารของเวเนซุเอลาได้เดินทางอย่างเงียบเชียบเป็นระยะทาง 160 กม. จากสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งเวเนซุเอลา (Venezuelan Institute for Scientific Research - IVIC) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชานกรุงการากัส ไปยังเมืองท่าปูเอร์โตกาเบโย ในรัฐการาโบโบ

เหตุผลเบื้องหลังการเดินทางในยามค่ำคืนอย่างลับ ๆ และเข้มงวดถูกเปิดเผยออกมาไม่กี่วันให้หลังว่า ทหารกำลังคุ้มกันยานพาหนะที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งภายในมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงอยู่ประมาณ 2 สโตน หรือ 13 กก. ซึ่งกำลังจะถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกา

ปฏิบัติการนี้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลสหรัฐฯ เวเนซุเอลา และสหราชอาณาจักร รวมถึงสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency - IAEA) ซึ่งในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมาได้อธิบายว่านี่เป็น "ภารกิจร่วมที่ได้รับการวางแผนมาอย่างรอบคอบ ดำเนินการภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด" พร้อมทั้งระบุว่าวัตถุนิวเคลียร์ประเภทนี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์หรือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง หากตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ควรได้รับมัน

ยูเรเนียมจะถูกจัดว่าเป็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง เมื่อสัดส่วนของไอโซโทปยูเรเนียม-235 ถูกเพิ่มขึ้นโดยกระบวนการทางเทียมให้มีปริมาณตั้งแต่ 20% ขึ้นไป

A large crane lifts a grey container, next to which three people can be seen from behind, wearing protective helmets.

ที่มาของภาพ, NNSA

คำบรรยายภาพ, ยูเรเนียมดังกล่าวถูกขนขึ้นเรือที่ท่าเรือปูเอร์โตกาเบโย ของเวเนซุเอลา และถูกจัดส่งไปยังสหรัฐอเมริกาอย่างลับ ๆ

ยูเรเนียมปริมาณ 2 สโตน หรือ 13 กก. นี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับปริมาณกว่า 63 สโตน หรือ 400 กก. ที่เชื่อกันว่าอิหร่านครอบครองไว้ก่อนเกิดสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของรัฐบาลเวเนซุเอลากับอิหร่าน รัสเซีย คิวบา และเกาหลีเหนือ ได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ มานานหลายปี และจากการให้สัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญกับบีบีซี เวริฟาย (BBC Verify) ก็พบว่า นี่เป็นเรื่องที่ IAEA กังวลเช่นกัน

แจ็ค ครอว์ฟอร์ด จาก สถาบันคลังสมอง Royal United Services Institute (RUSI) ในอังกฤษกล่าวกับ บีบีซี เวริฟาย ว่าการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระหว่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตั้งใจจะถูกนำไปใช้ในทางสันติ จะไม่ถูกเข้าถึงโดยประเทศต่าง ๆ หรือกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐที่ต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

เขากล่าวว่า แม้ยูเรเนียมที่ถูกนำออกไปนั้นจะมีสัดส่วนของยูเรเนียม-235 อยู่เพียงกว่า 20% เล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงระดับที่ใช้ผลิตอาวุธต้องมีระดับความเข้มข้น 90% ขึ้นไป แต่ในทางทฤษฎีแล้ว มันก็ยังอาจ "มากพอที่จะนำไปผ่านกระบวนการทำให้เข้มข้นขึ้นเพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กได้"

แล้วเวเนซุเอลาได้ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงมาครอบครองได้อย่างไร แล้วทำไมจึงต้องส่งมอบมันให้กับสหรัฐอเมริกา

In a black and white image, a balding man with glasses and wearing a dark suit (Eisenhower) stands behind a lectern with two large microphones and a bundle of papers in front of him.

ที่มาของภาพ, Bettmann via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ของสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้เสนอให้ประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ร่วมกันจัดสรรทรัพยากรปรมาณูของตนส่วนหนึ่งเพื่อนำไปใช้ในทางสันติ ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสหประชาชาติ ในปี 1953

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นด้วยสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ แห่งสหรัฐฯ ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปี 1953 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามเย็นอยู่ในจุดสูงสุด เกิดการแข่งขันด้านอาวุธระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียต และมีความกังวลว่าจะมีประเทศอื่น ๆ รวมถึง ตัวแสดงที่มิใช่รัฐ (non-state actors) จะสามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้

ดังนั้น ไอเซนฮาวร์จึงได้เสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศขึ้น เพื่อควบคุมการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และส่งเสริมการใช้พลังงานปรมาณูในทางสันติ เช่นเดียวกันกับในด้านการแพทย์หรือการเกษตร

"การยึดอาวุธนี้ไปจากมือทหารนั้นยังไม่เพียงพอ แต่มันจะต้องถูกนำไปวางไว้ในมือของผู้ที่รู้วิธีถอดเปลือกนอกทางทหารของมันออก และปรับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องมือเพื่อศิลปะแห่งสันติภาพ" เขากล่าว

แนวคิดนี้คือให้มหาอำนาจที่มีขีดความสามารถในการผลิตวัตถุนิวเคลียร์ ส่งมอบวัสดุเหล่านั้นให้กับหน่วยงานของสหประชาชาติ ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลความปลอดภัย และนำไปมอบให้กับนักวิจัยเพื่อศึกษาหาแนวทางการใช้พลังงานดังกล่าวในทางสันติต่อไป

Six men in a black-and-white photo are standing in suits. One is handing over a document in a file while looking at the camera. Behind them is a flipchart with a poster on it with a picture of two globes with 'Atoms for Peace' written in front of it and the incomplete sentence "The inventiveness of Man shall b..." written at the top.

ที่มาของภาพ, Bettmann/Getty Images

คำบรรยายภาพ, เวเนซุเอลาได้รับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทดลองมาภายใต้โครงการ "อะตอมเพื่อสันติ" (Atoms for Peace) ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ของสหรัฐฯ

สุนทรพจน์ของไอเซนฮาวร์เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็นำไปสู่การริเริ่มโครงการแยกต่างหากของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า "อะตอมเพื่อสันติ" (Atoms for Peace)

ในช่วงไม่กี่ปีต่อมา สหรัฐฯ ได้แก้ไขกฎหมายของตนเพื่ออนุญาตให้มีการส่งออกเทคโนโลยี วัสดุ และความเชี่ยวชาญทางนิวเคลียร์ไปยังประเทศต่าง ๆ ที่ให้คำมั่นว่าจะไม่นำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาอาวุธ

ภายใต้โครงการนี้ เวเนซุเอลาได้รับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ RV-1 ซึ่งมีขนาด 3 เมกะวัตต์ มาจากบริษัทเจเนอรัล อิเล็กทริก (General Electric) ของสหรัฐฯ โดยข้อมูลจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ระบุว่าเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้ได้รับมาจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

เตาปฏิกรณ์ดังกล่าวเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 1960 โดยติดตั้งไว้ที่สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งเวเนซุเอลา และดำเนินการเป็นเตาปฏิกรณ์วิจัยมาจนถึงปี ค.ศ. 1991 ซึ่งมีการปิดใช้งานบางส่วน

ข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาระบุว่า การปิดใช้งานถาวรเกิดขึ้นในปี 1997 เมื่อเชื้อเพลิงส่วนหนึ่งที่ใช้ในการเดินเครื่องถูกนำออกไป ส่วนที่เหลือยังคงถูกเก็บรักษาไว้ภายใต้มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด

A close-up of a stamp shows two globes in blue ink with rings around them and the words 'Atoms for Peace' in white ink on top. It bears the stamp 3c UNITED STATES POSTAGE 3c at the bottom. The words: "To find the way by which the inventiveness of man shall be consecrated to his life" runs around the sides and top of the stamp.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แสตมป์สหรัฐฯ ชุด "อะตอมเพื่อสันติ" ที่ถูกยกเลิกการใช้งานแล้ว

ข้อมูลจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า ทางการเวเนซุเอลาได้ร้องขอให้นำยูเรเนียมที่เหลืออยู่ออกไปเป็นครั้งแรกในปี 2017 และมีการวางแผนที่จะดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การจับกุมนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในขณะนั้น เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาดูเหมือนจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ปฏิบัติการนี้เกิดอย่างรวดเร็วขึ้น

ทางการเวเนซุเอลากล่าวว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในระหว่างการจับกุมตัวเขานั้น เกือบจะพลาดเป้าไปโดนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

แถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา โดย อีวาน กิล รัฐมนตรีต่างประเทศของเวเนซุเอลา ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าว "ได้เพิ่มระดับความเสี่ยงขึ้นอย่างชัดเจน และเป็นการยืนยันถึงความเร่งด่วน" ในการนำยูเรเนียมออกไป

ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมครั้งนี้ใช้เวลาเพียง "ไม่กี่เดือน" ซึ่งเร็วกว่าที่วางแผนไว้เดิมถึงสองปี

Satellite image of the Pacific Egret docked at Puerto Cabello.

ที่มาของภาพ, Vantor

คำบรรยายภาพ, เรือ แปซิฟิก อีเกรต (Pacific Egret) ของอังกฤษ ได้เดินทางมาถึงและออกจากเวเนซุเอลาอย่างเงียบเชียบโดยไม่เป็นที่สังเกต

ตามข้อมูลจากทางการสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ของอังกฤษเป็นผู้รับผิดชอบการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมจากเวเนซุเอลาไปยังโรงงานนิวเคลียร์ที่ไซต์ซาวานนาห์ ริเวอร์ ในเมืองไอเคน รัฐเซาท์แคโรไลนา ของสหรัฐฯ

เรือสินค้าแปซิฟิก อีเกรต (Pacific Egret) ที่ถูกนำมาใช้ในภารกิจนี้ ได้หยุดการส่งสัญญาณตำแหน่งดาวเทียมในวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะจอดเทียบท่าอยู่ที่เมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งทีมงาน บีบีซี เวริฟาย ได้ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงยืนยันว่า หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เรือลำดังกล่าวได้ไปจอดเทียบท่าที่เมืองปูเอร์โตกาเบโย ในเวเนซุเอลา

ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา เผยให้เห็นเรือแปซิฟิก อีเกรต ซึ่งมีเรือที่ดูเหมือนจะเป็นเรือคุ้มกันแล่นตามหลัง ระหว่างการเดินทางกลับมายังสหรัฐฯ ในขณะที่ภาพอื่น ๆ ที่ถ่ายเมื่อวันที่ 8 พ.ค. แสดงให้เห็นว่าเรือลำดังกล่าวหลังจากเดินทางมาถึงท่าเรือชาร์ลสตันแล้ว

"นี่เป็นความพยายามที่มีการประสานงานอย่างพิถีพิถัน โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดตลอดเวลา" สำนักงานการกำกับดูแลนิวเคลียร์ ของสหราชอาณาจักรกล่าว

The words IAEA International Atomic Energy Agency are emblazoned in white on a glass door next to the symbol of the agency. Reflected in the glass are surrounding curved buildings and blue sky.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, สัญลักษณ์ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่เป็นรูปอิเล็กตรอนโคจรล้อมรอบด้วยกิ่งมะกอกสองกิ่งนั้น เป็นตัวแทนของเป้าหมายในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

นี่เป็นปฏิบัติการที่มีความซับซ้อนและผ่านการวางแผนมาอย่างรอบคอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ใหญ่กว่านี้มาก

แม้เตาปฏิกรณ์วิจัยส่วนใหญ่ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 จะจำเป็นต้องใช้ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงในการทดลอง แต่ในปัจจุบันก็สามารถทำการวิจัยในลักษณะเดียวกันได้โดยใช้ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำ ซึ่งมีความเข้มข้นของยูเรเนียม-235 ต่ำกว่า 20%

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศระบุว่า ทั่วโลกมีเตาปฏิกรณ์วิจัยและโรงงานผลิตไอโซโทปทางการแพทย์กว่า 100 แห่งที่ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำ แทน ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง หรือถูกปิดใช้งานไปแล้ว และมีการส่งคืนหรือจัดการควบคุมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงไปยังประเทศต้นทางแล้วเกือบ 1,102 สโตน หรือ 7,000 กก.

สำหรับเตาปฏิกรณ์พลังงานนิวเคลียร์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจะใช้เชื้อเพลิงเป็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำ

รายงานเพิ่มเติมโดย บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify)