แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 เขย่าเวเนซุเอลา สร้างความเสียหายหนักในเขตเมืองหลวง เรารู้อะไรบ้าง ?

Published
เวลาอ่าน: 6 นาที

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งในเวเนซุเอลา โดยห่างกันไม่ถึงนาที ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 32 ราย บาดเจ็บ 700 ราย อาคารหลายแห่งในกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ ต้องพังทลาย

เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา คือผู้เปิดเผยข้อมูลตัวเลขผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บข้างต้น

อย่างไรก็ตามนี่เป็นตัวเลขเบื้องต้นที่เธอให้ไว้ บีบีซีจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้คุณทราบเมื่อเราได้รับข้อมูลใหม่

แผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นเวลา 18.04 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับไทยราว 05.04 น. ของวันที่ 25 มิ.ย.) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนของเวเนซุเอลา แต่วันที่ 24 มิ.ย. เป็นวันหยุดประจำชาติ เพื่อรำลึกถึงยุทธการคาราโบโบในปี 1821 ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของ ซีมอน โบลิวาร์ ผู้นำการประกาศอิสรภาพของเวเนซุเอลา ต่ออำนาจอาณานิคมของสเปน จึงมีผู้คนอยู่บ้านมากกว่าปกติหากเทียบกับวันธรรมดาทั่วไป

แผ่นดินไหวครั้งแรกขนาด 7.2 มีจุดศูนย์กลางอยู่ในรัฐคาราโบโบ ห่างจากกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ ประมาณ 20 กิโลเมตร หลังจากนั้นเพียง 39 วินาที ก็เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงกว่า มีขนาดความรุนแรง 7.5 ตามรายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างข้อมูลจากทำเนียบประธานาธิบดีเวเนซุเอลาว่า มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นมากกว่า 20 ครั้ง

แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในกรุงการากัส อาคารหลายหลังพังถล่ม ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงถูกตัดขาด และประชาชนพากันกันวิ่งหนีออกมาจากอาคารบ้านเรือน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสับสนของผู้คนตามท้องถนนในเมืองหลวงของเวเนซุเอลา

ผู้สื่อข่าวจากบีบีซีมุนโดรายงานว่า ได้ยินเสียงผู้คนที่ติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังร้องเรียกความช่วยเหลือ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้ที่รอดชีวิตภายในซากบ้านเรือนที่พังถล่มลงมา

รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องให้ชาวเวเนซุเอลาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้อีกด้วย โดยมีดิออสดาโด คาเบโย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และฮอร์เก โรดริเกซ พี่ชายของเธอซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติ ยืนขนาบข้างในระหว่างออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ

นอกจากนี้ เธอยังได้แต่งตั้งนายพลคนหนึ่งให้ทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์คอยดูแลการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวด้วย

เดลซี โรดริเกซ กล่าวด้วยว่า บริการรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินจะหยุดให้บริการชั่วคราว ส่วนการเรียนการสอนจะถูกระงับไปจนถึงสุดสัปดาห์

สนามบินนานาชาติไมเกเตีย ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงการากัส ก็ถูกปิดเช่นกันหลังจากส่วนหนึ่งของเพดานพังถล่ม

มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปรากฏการณ์ดินเหลวบนพื้นดินด้วย

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่า "ภัยพิบัติครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง" และอาจเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีกหลายครั้ง ซึ่งอาจมีแรงสั่นสะเทือนรุนแรง

ก่อนที่ข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาออกมา USGS ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดความสูญเสียอย่างหนักและความเสียหายอย่างกว้างขวาง โดยมีโอกาส 44% ที่จะมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 ราย และมีโอกาส 30% ที่จะมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 ราย หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดดินถล่มและปรากฏการณ์ดินเหลวบนพื้นดินด้วย

การเกิดปรากฏการณ์ดินเหลวเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตะกอนที่หลวมในระหว่างเกิดแผ่นดินไหว และคล้ายคลึงกับการเกิดดินถล่มในแนวราบ

ทางการตัดน้ำเชื้อเพลิง

ดิออสดาโด คาเบโย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเวเนซุเอลา ขอให้ประชาชนอพยพออกจากบ้านเรือน พร้อมระบุว่า ได้ตัดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังอาคารหลายแห่งเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

"เรามีโครงสร้างที่เสียหายอยู่บ้าง และเราไม่ต้องการให้เกิดอุบัติเหตุใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับก๊าซ" คาเบโยกล่าว

กุสตาโว ดูเก ซาเอซ นายกเทศมนตรีเมืองชาเคา กล่าวว่า มีอาคารอย่างน้อย 2 หลังในเขตเทศบาลแห่งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตมหานครการากัส พังถล่มลงมาทั้งหลัง

เขากล่าวว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัยแล้ว 18 คน และมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 500 คนอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อพยายามช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังออกมา

"ในชาเคา ไม่มีใครอยู่โดดเดี่ยว และเราจะไม่ย้ายไปไหนจนกว่าชาวบ้านทุกคนจะได้รับการช่วยเหลือ"

เขายังเรียกร้องให้ชาวบ้านที่พยายามตามหาญาติที่หายไป ไปรวมตัวกันที่จัตุรัสหลักสองแห่งในพื้นที่ ได้แก่ จัตุรัสอัลตามิรา และจัตุรัสโลสปาโลสแกรนเดส ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจัดตั้งเป็นศูนย์ฉุกเฉินขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดหาน้ำ อาหาร และที่พักพิงให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ

"เราไม่ได้มีอาคารสองหลังที่พังถล่มเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายอาคารที่โครงสร้างได้รับความเสียหาย" นายกเทศมนตรีเมืองชาเคากล่าว

ด้านนายดาร์วิน กอนซาเลซ นายกเทศมนตรีเมืองบารูตา ในกรุงการากัส เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 3 ราย จากเหตุอาคาร 2 หลังพังถล่มในเมืองบารูตา

ในโพสต์บนเอ็กซ์ (X) กอนซาเลซระบุว่า ผู้อยู่อาศัยคนอื่น ๆ ได้รับการช่วยเหลือแล้ว และผู้บาดเจ็บกำลังได้รับการรักษา

"ฉันคิดว่าตึกกำลังจะถล่มลงมาทับฉัน"

นิโคล โคลสเตอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีมุนโด หรือบีบีซีแผนกภาษาสเปน กล่าวว่า "นี่คือแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้สึกมาในชีวิต"

ตอนเกิดแผ่นดินไหว เธออยู่บนชั้น 7 ของอาคารอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในปาโลส กรันเดส ใจกลางกรุงการากัส

"ฉันเห็นหน้าต่างขยับ และสิ่งเดียวที่คิดออกคือพยายามเข้าไปอยู่ระหว่างประตูหน้ากับกำแพง ซึ่งในความเห็นของฉันมันค่อนข้างแข็งแรง เพื่อพยายามปกป้องตัวเอง" โคลสเตอร์เล่า

เธออยู่ที่นั่น "เป็นเวลานานพอสมควร" จนกระทั่งได้ยินเพื่อนบ้านตะโกนให้ทุกคนลงไปที่ถนน

"ฉันคิดว่าตึกกำลังจะถล่มลงมาทับฉัน" เธอกล่าว

ขณะที่ วาเนสซา ซิลวา ผู้สื่อข่าวบีบีซีมุนโดอีกคน อุทานออกมา "โอ้พระเจ้า! โอ้พระเจ้า!" ตอนเกิดแผ่นดินไหวที่บ้านของเธอในกรุงการากัส

โคมระย้าและตัวอะพาร์ตเมนต์เองกำลังสั่นไหว ขณะที่ได้ยินเสียงดังครึ้ม ๆ อยู่เบื้องหลัง

เศษกระจกแตกและภาชนะบรรจุอาหารที่เสียหายเกลื่อนพื้นบ้านของชาวกรุงการากัสรายหนึ่ง

ฮวน อาร์ราเอซ กล่าวว่า นี่คือ "แผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดที่ผมเคยรู้สึกในเวเนซุเอลา"

ทรัมป์ระบุ จำนวนผู้เสียชีวิต "มากอย่างน่าเศร้า"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์บนทรูธโซเชียลว่า "แผ่นดินไหวครั้งใหญ่สองครั้งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับประชาชนชาวเวเนซุเอลา มีขนาดใหญ่มากและส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากอย่างน่าเศร้า"

"สหรัฐฯ พร้อม เต็มใจ และสามารถจะให้ความช่วยเหลือได้!"

ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว "เราจะอยู่เคียงข้างเพื่อนใหม่ที่ยอดเยี่ยมของเรา รายงานเบื้องต้นไม่ดีเลย!!!"

ณ เวลาที่ทรัมป์โพสต์ ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิต

เจเรมี ลูวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะส่งทีมค้นหาและกู้ภัย รวมถึงเวชภัณฑ์และสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังเวเนซุเอลา

เขากล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีทีมให้ความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติที่กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรในรัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลา

ประเทศต่าง ๆ ในละตินอเมริกาก็ได้เสนอความช่วยเหลือเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล แห่งเอลซัลวาดอร์ กล่าวว่า ประเทศของเขาได้เตรียมอุปกรณ์และเสบียงจำนวน 50 ตัน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย 300 คนที่ "พร้อมจะออกเดินทางไปยังกรุงการากัส"

เช่นเดียวกับประธานาธิบดีดาเนียล โนโบอา อาซิน แห่งเอกวาดอร์ ที่กล่าวว่า เอกวาดอร์ได้จัดเตรียมความช่วยเหลือเพื่อส่งไปยังเวเนซุเอลาทันที

นอกจากนี้ยังมีบราซิล และเม็กซิโก ที่พร้อมเสนอความช่วยเหลือและสนับสนุนเวเนซุเอลา

ต่อมารักษาการประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลาได้กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าเขาได้ติดต่อประสานงานกับทางการเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก เธอระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้เสนอการสนับสนุนและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแก่เวเนซุเอลา

นอกจากนี้เธอยังขอบคุณผู้นำคนอื่น ๆ สำหรับการสนับสนุนของพวกเขาด้วย