แผ่นดินไหวร้ายแรงสุดในรอบ 9 ปีของจีน เสียชีวิตเกือบ 130 คน กลางอากาศหนาวจัดติดลบ

Published

เหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 127 คน บาดเจ็บอีกกว่า 700 คน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น กระทบต่อชีวิตของผู้ประสบภัย และภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่มณฑลกานซู โดยแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. ตามเวลาในไทย สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ของมณฑล และมณฑลใกล้เคียง คือ ชิงไห่

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายพันนาย เดินทางไปยังภูมิภาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนแล้ว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่ถือว่ายากจนที่สุดแห่งหนึ่ง และมีความหลากหลายทางเชื้อชาติอย่างมาก

สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า แผ่นดินไหวมีขนาด 6.2 และอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร ถือเป็นแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดของจีน นับแต่ปี 2014 ที่เกิดแผ่นดินไหวในมณฑลยูนนาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 600 คน

ต่อมาไม่กี่ชั่วโมง เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง ขนาดความรุนแรง 5.5 ในมณฑลซินเจียง แต่ยังไม่แน่ชัดว่า เกิดความเสียหายมากแค่ไหน ไม่เพียงเท่านั้น หลังแผ่นดินไหวลูกแรก ยังเกิดแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกกว่า 10 ครั้ง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ออกแถลงการณ์ว่า “ภาครัฐจะใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อค้นหาและช่วยเหลือ รวมถึงรักษาอาการบาดเจ็บอย่างทันท่วงที เพื่อลดตัวเลขผู้สูญเสีย”

ประชาชนที่อพยพออกจากบ้าน ต้องอาศัยอยู่กลางแจ้ง ก่อกองไฟ เพื่อให้ความอบอุ่น ท่ามกลางอากาศหนาวจัดติดลบ 13 องศาเซลเซียส ขณะที่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเมืองหนึ่งของมณฑลกานซู ซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุด ระบุว่า มีอาคารกว่า 5,000 แห่งที่ได้รับความเสียหาย

ภาพในพื้นที่ แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นหาผู้ประสบภัยตามซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มลงมา ขณะที่ มีรายงานว่า ผลจากแผ่นดินไหวทำให้ไฟฟ้าและน้ำ ไม่สามารถใช้งานได้ในภูมิภาค

ย้อนไปเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.6 ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณมณฑลเสฉวนของจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 60 คน

ย้อนไปเมื่อปี 1920 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมณฑลกานซู ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200,000 คน และถือเป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวครั้งแรงที่สุดในศตวรรษที่ 20