ชาวเมืองมาร์ราเกชเล่าประสบการณ์สะเทือนขวัญ หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ถล่มโมร็อกโก

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
เหตุธรณีพิโรธขนาด 6.8 ที่เกิดขึ้นกลางดึก ขณะชาวโมร็อกโกกำลังนอนหลับสนิท ได้เขย่าบ้านเรือนให้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนปลุกให้พวกเขาตื่นขึ้น ก่อนจะรีบพากันวิ่งหนีออกไปนอกตัวอาคารที่กำลังพังถล่มลงมาอย่างไม่คิดชีวิต
19 นาทีหลังจากนั้น เกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 4.9 ติดตามมาเขย่าซ้ำอีก ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปหลายพันคน โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ใต้เทือกเขาแอตลาส ทำให้ผู้คนที่อยู่ห่างออกไป 70 กิโลเมตร ในเมืองมาร์ราเกช เมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของประเทศซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ตั้งของมรดกโลกหลายแห่ง พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
อับเดลฮัก เอล อัมรานี วัย 33 ปี ซึ่งเป็นชาวเมืองมาร์ราเกช บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “เรารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง ทำให้ผมทราบได้ทันทีว่าเกิดแผ่นดินไหว ผมมองเห็นบ้านเรือนโยกตัวไปมา”
“ผมรีบออกมาข้างนอกและเจอเข้ากับผู้คนมากมายที่นั่น พวกเขาต่างตื่นตระหนกตกใจกันทุกคน เด็ก ๆ ร้องไห้กันเสียงดังระงม ส่วนพ่อแม่ของพวกเขาก็ดูเครียดและวิตกกังวล”
มิเกล บีเซต์ ชาวฝรั่งเศสเจ้าของที่พักหลายแห่งในย่านเมืองเก่าของมาร์ราเกช บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนเตียงกำลังจะบินได้ ผมรีบออกมาที่ถนนทั้งที่แต่งตัวแบบเปลือยครึ่งท่อน ก่อนจะตรงไปดูบ้านโบราณของผมทันที สถานการณ์เต็มไปด้วยความปั่นป่วนวุ่นวาย เป็นความบ้าคลั่งและหายนะอย่างแท้จริง”
มาร์ติน เจย์ ผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในโมร็อกโก บอกกับสถานีวิทยุบีบีซี เรดิโอ 4 ว่า “ผมตื่นขึ้นเพราะเสียงร้องตะโกนของภรรยา ก่อนหน้านั้นพวกเราเพิ่งผล็อยหลับไปได้ไม่นาน คิดว่ายังไม่ทันจะได้หลับลึกนัก ผมก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงร้องตื่นตกใจของเธอ ผมลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียโดยยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ผมประเมินสถานการณ์ตอนนั้นไม่ได้เลย นึกไม่ถึงว่าตัวเองกำลังเป็นผู้ประสบภัยที่อยู่ท่ามกลางแผ่นดินไหว ทุกอย่างดูสั่นสะเทือนไปทั้งหมด แม้แต่เตียง พื้นบ้าน และผนังทั้งสี่ด้าน”

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
มาร์ตินยังบอกว่า ทางการได้ออกคำเตือนไม่ให้ประชาชนกลับเข้าไปภายในบ้านเรือนของตน “คืนนั้นประชาชนในเกือบทุกเมืองของโมร็อกโก ต้องใช้เวลายามค่ำคืนในแบบที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน เพราะพวกเขาต้องออกมานั่งหรือนอนที่พื้นหน้าบ้าน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงขึ้นอีกในสองชั่วโมงต่อมา ตามที่มีการพยากรณ์ไว้ แต่โชคดีที่มันไม่ได้เกิดขึ้น”
ไฟซาล บาดูร์ ชาวเมืองมาร์ราเกชอีกผู้หนึ่งเล่าว่า เขากำลังขับรถอยู่ขณะที่เกิดแผ่นดินไหว เมื่อเวลา 23.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น “ผมหยุดรถทันที ก่อนจะรู้สึกได้ว่ากำลังเจอเข้ากับหายนะที่รุนแรงขนาดไหน เสียงตะโกนและเสียงร้องไห้ที่ดังระงมมันสุดจะทานทนได้จริง ๆ ”
มีนา เมตีวี บอกว่ามีเสียงกึกก้องคล้ายเครื่องบินขับไล่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหวในเมืองมาร์ราเกช “หลังได้ยินเสียงนั้น ฉันก็มองเห็นห้องกำลังสั่นไหว รูปภาพและกรอบรูปเริ่มร่วงลงมาจากฝาผนัง ข้าวของก็พากันหล่นลงมาด้วย ตอนนั้นฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าน่าจะกำลังมีแผ่นดินไหว”
“ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันผ่านไปนานมาก ฉันได้ยินเสียงร้องตะโกนเรียกให้ผู้คนออกมาจากตัวอาคาร มันช่างเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายเหลือเกิน”
มอนตาซีร์ อิตรี ชาวหมู่บ้านแอสนี ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวในเทือกเขาแอตลาสนัก บอกว่า “เพื่อนบ้านของเราติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง คนท้องถิ่นต่างพยายามกันอย่างหนักที่จะช่วยชีวิตพวกเขา โดยใช้เครื่องมือเท่าที่พอจะหาได้ในหมู่บ้าน”
ฮูดา อูตาซซาฟ เล่าว่าตนเองกำลังเดินอยู่แถวจัตุรัสแห่งหนึ่งในเมืองมาร์ราเกช ขณะที่รู้สึกได้ว่าแผ่นดินสั่นสะเทือน “แม้ตัวผมจะปลอดภัยดี แต่ก็รู้สึกช็อกมาก สมาชิกในครอบครัวของผมเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 10 คน ทั้งที่ไม่ถึงสองวันก่อนผมยังพูดคุยกับพวกเขาอยู่เลย”
ลอเรลลา พัลเมอร์ นักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษในเมืองมาร์ราเกช บอกกับบีบีซีว่า “จู่ ๆ ห้องที่ฉันอยู่ก็สั่นไหวขึ้นมา ฉันคิดว่าสมองของคุณจะไม่สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเตียงและรูปภาพที่แขวนบนผนังเริ่มสั่นไหวตามไปด้วย”




























