นิพนธ์ชิงลาออก รมช.มหาดไทย ก่อนถูกนำตัวส่งฟ้องศาล คดีรถซ่อมทาง อบจ.สงขลา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายนิพนธ์ บุญญามณี ลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ก่อนถูกนำตัวส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ คดีรถซ่อมทาง อบจ.สงขลา โดยให้เหตุผลว่าไม่ประสงค์จะใช้ตำแหน่งรัฐมนตรี และเวลาราชการเพื่อต่อสู้คดี
ผลจากการลาออกของนายนิพนธ์ รัฐมนตรีในโควตาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ว่างลงพร้อมกัน 3 ตำแหน่ง ท่ามกลางภาวะไม่แน่นอนทางการเมืองในระหว่าง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจเต็มเหมือนนายกฯ ทุกประการ
อย่างไรก็ตาม พล.อ. ประวิตรตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า “ผมเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ ไม่สามารถจะทำการปรับ ครม. ได้ ต้องรอให้การตัดสินว่าท่านนายกฯ อยู่ต่อ ท่านนายกฯ ก็จะมาทำเอง”
นายนิพนธ์ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางอาญา ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด วงเงิน 50.85 ล้านบาท เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา เป็นเหตุให้เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐ
ต่อมา รมว.มหาดไทย (มท.) มีคำสั่งให้นายนิพนธ์พ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ในวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 4 ส.ค. 2556-27 มิ.ย. 2562 หลังพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฏหมายตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้นายนิพนธ์อยู่ระหว่างการต่อสู้ในศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งของ ป.ป.ช. และ มท. เนื่องจากมองว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม คำสั่งปลดพ้นตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ทำให้นายนิพนธ์ถูก ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 177 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของเขาสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (8) หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย 14 ก.ย. นี้

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai
ไม่ประสงค์ใช้ตำแหน่ง รมต.-เวลาราชการเพื่อต่อสู้คดี
หนังสือลาออกของนายนิพนธ์ถูกเผยแพร่และนำออกแจกจ่ายสื่อมวลชน ก่อนที่เขาจะเดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามที่ ป.ป.ช. นัดหมายนำตัวส่งฟ้องคดีวันนี้ (5 ก.ย.) และขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายนิพนธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย
“บัดนี้ คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมแล้ว ผมไม่มีความประสงค์จะใช้ตำแหน่งรัฐมนตรี และเวลาราชการเพื่อต่อสู้คดีแต่อย่างใด ดังนั้น ผมจึงได้ทำหนังสือกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีขอลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ตั้งแต่ 5 ก.ย. 2565 เป็นต้นไป” นายนิพนธ์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ
เขายังอธิบายสาเหตุที่ไม่สามารถอนุมัติจ่ายเงินให้แก่ผู้ชนะการประมูลในการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางฯ ของ อบจ.สงขลา ได้ว่า เนื่องจากตรวจพบว่าผู้เข้าร่วมการประมูลและบริษัทคู่เทียบทำการปลอมเอกสารและฮั้วประมูล เป็นเหตุให้ อบจ.สงขลา ได้รับความเสียหาย บัดนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ก็ได้ออกหมายจับผู้เข้าร่วมประมูลทุกรายซึ่งรวมถึงผู้ชนะการประมูลและบริษัทในเครือ อีกทั้งผู้ต้องหาส่วนใหญ่ก็ได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศเกือบทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ขณะหลบหนีนั้น อัยการได้ส่งฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 แล้ว
อดีต รมช.มหาดไทย และอดีตนายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า พร้อมสู้คดีในศาลเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า “การไม่อนุมัติจ่ายเงินให้บริษัทที่ชนะการประมูลนั้น เป็นการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน มิใช่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวหาผมแต่อย่างใด และหากแม้จะย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็ยังยืนยันที่จะไม่อนุมัติจ่ายเงินภาษีของประชาชนให้กับพวกทำผิดกฎหมายเช่นเดิม”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ย้อนกลับไปเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน นายนิพนธ์ พร้อมด้วยนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความของเขา ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แสดงความมั่นใจในการต่อสู้คดีกับ ป.ป.ช. ในฐานะโจทก์
นายวสันต์อ้างถึงแนวบรรทัดฐานของศาลฎีกาที่วางไว้ว่า “การทำสัญญาที่เกิดขึ้นจากการฮั้วประมูล สัญญาเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน” ซึ่งเป็นคำพิพากษาที่ตัดสินก่อนมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือที่รู้จักในชื่อ “พ.ร.บ.ฮั้ว” ถ้านายก อบจ. สั่งจ่ายเงินที่เป็นตามสัญญาโมฆะ ก็จะมีความผิด
“ถ้า อบจ. จ่ายเงินไป นายกฯ โดนแน่ อันนี้ไม่จ่ายเงิน เขาบอกว่าเป็นการกลั่นแกล้ง นี่คือ ป.ป.ช. กลั่นแกล้งใครครับ กลั่นแกล้งพวกฮั้วประมูล ตกลง ป.ป.ช. เข้าข้างพวกฮั้วประมูลหรือเปล่า ผมไม่ทราบ” และ “พร้อมสู้กันกับ ป.ป.ช. และก็ไม่ได้เกรงใจอะไร ไม่ได้ให้ความชื่นชมกับ ป.ป.ช. ชุดนาฬิกายืมเพื่อน นี่ผมไม่ได้กล่าวหาหรือแขวะใครนะ เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ” นายวสันต์กล่าว
ศาลให้ประกันตัว วางหลักทรัพย์ 1 แสน
ต่อมาในช่วงเที่ยง ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อท.167/2565 ศาลสอบจำเลยแล้ว แถลงยืนยันว่าลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย แล้วตามเอกสารท้ายคำร้อง ในชั้นนี้ศาลจึงไม่พิจารณาสั่งให้จำเลยหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำร้อง ป.ป.ช. ขณะที่สอบจำเลยแล้วแถลงว่าประสงค์ต่อสู้คดี โดยจะทำคำให้การปฏิเสธพร้อมรายละเอียดในนัดหน้า โดยศาลกำหนดวันนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดพิจารณาในวันที่ 20 ต.ค. เวลา 09.30 น.
นอกจากนี้ศาลยังอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างต่อสู้คดี โดยมีการวางหลักทรัพย์ 1 แสนบาท
เก้าอี้ รมต. ว่าง 3 พักงาน 2
ผลจากการลาออกจากตำแหน่งของ รมช.มหาดไทย ทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีของรัฐบาล "ประยุทธ์" ว่างลงเพิ่มเติมเป็น 3 ตำแหน่ง จากโควตาเต็ม 36 ตำแหน่ง
เมื่อ ก.ย. 2564 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งปลด 2 รัฐมนตรีในโควตาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พ้นจากตำแหน่งคือ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากเก้าอี้ รมช.แรงงาน โดยไม่มีการแต่งตั้งใครเข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน
มาถึง ก.ย. 2565 การไขก๊อกของนายนิพนธ์ ทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาของ ปชป. ว่างลง
นอกจาก 3 เก้าอี้ที่ว่างลงในช่วงปลายอายุรัฐบาลแล้ว แม้แต่ประมุขฝ่ายบริหารอย่าง พล.อ. ประยุทธ์ก็ถูกสั่ง “พักงาน” ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดี “นายกฯ 8 ปี” เอาไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้เขาหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 24 ส.ค. จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
และยังมีอีก 1 เก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ โควตาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ “ถูกแขวน” ไว้ หลังศาลฎีการับคำร้องคดีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง กรณีรุกที่ป่าเขาใหญ่ เอาไว้พิจารณา และสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 26 ส.ค. จนกว่าจะมีคำพิพากษา

ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ เคยออกมายืนยันว่าไม่มีแนวคิดจะปรับ ครม. ทว่านั่นคือสิ่งที่เขาพูดไว้ก่อนมีกรณีนายนิพนธ์ลาออกจากตำแหน่ง
ล่าสุด พล.อ. ประวิตรถูกผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องการปรับ ครม. อีกครั้งในระหว่างลงพื้นที่ จ.กระบี่ โดยรักษาการนายกฯ กล่าวว่า “ยังครับ เดี๋ยวดูก่อนนะครับ ผมเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ ไม่สามารถจะทำการปรับ ครม. ได้ ต้องรอให้การตัดสินว่าท่านนายกฯ อยู่ต่อ ท่านนายกฯ ก็จะมาทำเอง”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการปรับในส่วนของ พปชร. หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่ปรับ ๆ”




























