You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เปิดบทลงโทษโรงงานกระดาษนำเข้าขยะเทศบาล 130 ตันจากออสเตรเลีย
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษยืนยัน จะเร่งตรวจสอบและส่งกลับขยะเทศบาล 130 ตัน ที่โรงงานรีไซเคิลกระดาษของไทยนำเข้ามาจากออสเตรเลีย และส่งกลับต้นทางโดยเร็ว
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมกับกรมศุลกากรเข้าตรวจสอบสินค้าขาเข้าที่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ที่ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เมื่อ 27 ก.ค. หลังได้ข้อมูลว่ามีตู้สินค้าต้องสงสัยว่าสำแดงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิก เปเปอร์ จำกัด สำแดงว่าเป็นเศษกระดาษ (waste paper-mixed paper) น้ำหนักประมาณ 130 ตัน เพื่อมาเข้ากระบวนการผสมกับเยื่อกระดาษ ผลิตเป็นกระดาษม้วน ที่โรงงานของโรงงานรีไซเคิลกระดาษ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์พบว่า มีเศษกระดาษและวัสดุชนิดอื่นปะปน เช่น รองเท้า ซองบรรจุภัณฑ์อาหาร หน้ากากอนามัย ผ้าอ้อมอนามัย อะลูมีเนียม สเปรย์กระป๋อง ซองยา ฯลฯ รวมวัสดุเจือปนประมาณ 20-30% เข้าข่ายเป็นขยะเทศบาล
“กฎหมายเราห้ามไม่ให้มีสิ่งปนเปื้อนเกิน 1% แต่นี่คาดว่ามีประมาณ 30% มีกลิ่น และอาจมีติดเชื้อบ้าง” นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดี คพ. กล่าว
สำหรับขยะเทศบาลเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าและห้ามนำผ่านราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ปี 2562
นายอรรถพลกล่าวด้วยว่า คพ. และกรมศุลกากรได้หารือร่วมกับบริษัท อินเตอร์ แปซิฟิก เปเปอร์ จำกัด เบื้องต้นได้รับคำชี้แจงจากบริษัท สรุปได้ ดังนี้
- ต้องนำเข้าเศษกระดาษจากต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษม้วน
- ที่ผ่านมา นำเข้าเศษกระดาษจากต่างประเทศราว 4% เนื่องจากเศษกระดาษเยื่อขาวในประเทศไม่เพียงพอ ส่วนที่เหลือใช้เศษกระดาษภายในประเทศ
- ก่อนหน้านี้เคยนำเข้าเศษกระดาษมาแล้ว ซึ่งในสัญญาซื้อขายกำหนดให้มีวัสดุเจือปนไม่เกิน 1% โดยน้ำหนัก โดยสิ่งเจือปนจำพวกเศษพลาสติกที่ถูกคัดแยก ทางโรงงานจะส่งไปเป็นเชื้อเพลิงเสริมที่โรงปูนซีเมนต์
- บริษัทพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการให้ถูกต้องต่อไป และจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าตั้งแต่ต้นทางเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตรวจพบการขนขยะเทศบาลจากต่างประเทศเข้ามาในไทย เพราะเมื่อ 8 ก.ย. 2564 คพ. ร่วมกับกรมศุลกากรเข้าตรวจสอบตู้สินค้านำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐฯ สำแดงว่าเป็นเศษกระดาษ น้ำหนัก 294 ตัน แต่เมื่อเปิดตู้คอนเทนเนอร์ออกมากลับพบว่ามีเศษพลาสติกและวัสดุอื่น ๆ ปนเปื้อนจำนวนมาก เข้าข่ายเป็นขยะเทศบาล
ในครั้งนั้น ผู้นำเข้าคือ บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด
สำหรับการนำเข้าขยะเทศบาล มีความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศุลกากร พ.ศ. 2560, พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำหนดให้ขยะเทศบาลเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าและห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2562 โดยกำหนดบทลงโทษสูงสุดคือจําคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
- มาตรา 202 ของกฎหมายศุลกากร ระบุว่า ผู้ใดยื่น จัดให้ หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูล ซึ่งเกี่ยวกับการเสียอากรหรือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์ อันอาจก่อให้เกิดความสําคัญผิดในรายการใด ๆ ที่ได้แสดงไว้ในใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
- มาตรา 244 ของกฎหมายศุลกากร ระบุว่า ผู้ใดนําของที่ผ่านหรือกําลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนําของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลําโดยหลีกเลี่ยงข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคําพิพากษาหรือไม่