ผู้ต้องขังคดีการเมืองกี่รายได้ประกันในช่วง “ตะวัน-แบม” อดอาหาร-น้ำ ประท้วง

สมบัติ ทองย้อย เป็นผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ต้องคดีมาตรา 112 รายที่ 3 ที่ได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว

ที่มาของภาพ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

คำบรรยายภาพ, สมบัติ ทองย้อย เป็นผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ต้องคดีมาตรา 112 รายที่ 3 ที่ได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว
Published

จนถึงวันที่ 10 ก.พ. ผู้ต้องขังคดีการเมือง ได้รับการอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวแล้วทั้งสิ้น 4 ราย ในช่วงที่นักกิจกรรมอิสระ “ตะวัน-แบม” อดอาหารและน้ำประท้วงเพื่อสิทธิการประกันตัวและข้อเรียกร้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รายล่าสุดคือ ผู้ต้องขังคดีอาญามาตรา 112 ที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 ก.พ. ว่า ศาลฎีกามีคำสั่งให้ประกันตัวนายสิทธิโชค (ไม่เปิดเผยนามสกุล) ผู้ประกอบอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหารหรือไรเดอร์ ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 จากคดีถูกกล่าวหาว่านำของเหลวคล้ายว่าเป็นน้ำมันไปฉีดพ่นใส่กองเพลิงที่ลุกไหม้อยู่บริเวณฐานพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 หลังจากศาลพิพากษาโทษจำคุก 2 ปี 4 เดือน โดยไม่ได้รับการประกันตัว

ศูนย์ทนายฯ ระบุว่า ศาลพิเคราะห์แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยไม่สูงมากนัก และจำเลยเคยได้รับการปล่อยชั่วคราวมาก่อน ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 130,000 บาท

สิทธิโชค อดอาหารประท้วงตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำในวันที่ 17 ม.ค. 2566 เพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัว หรือก่อน นักกิจกรรมอิสระ “ตะวัน-แบม” อดอาหารและน้ำประท้วงเพื่อสิทธิการประกันตัวและข้อเรียกร้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพียงหนึ่งวัน

สิทธิโชคถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. และยินยอมจิบน้ำ ดื่มนม รับวิตามินตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ยังคงอดอาหารประท้วงต่อไปเรื่อยมา ก่อนในวันที่ 6 ก.พ. สิทธิโชคได้ตัดสินใจหยุดรับวิตามินและยาและตัดสินใจยกระดับด้วยการกลับมาอดน้ำอีกครั้ง

ด้านของ น.ส. ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส. อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม ซึ่งแถลงเมื่อ 8 ก.พ. ว่า จะยังคงอดอาหารที่โรงพยบาลธรรมศาสตร์ฯ อีก 3 วัน เพื่อให้ทีมทนายยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทางการเมือง 8-9 คน รพ. ธรรมศาสตร์ฯ แถลงอาการทางสุขภาพล่าสุด ประจำวันที่ 9 ก.พ. ว่า ทั้งคู่ยังไม่รับประทานอาหารแต่จิบน้ำ มีอาการปวดหลอดเลือดดำส่วนปลายจากการให้สารน้ำทั้งสองข้าง และแพทย์ยังคงเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการหลังการได้รับสารอาหาร หลังจากอดอาหารอย่างใกล้ชิด

ตะวันและแบม ประกาศด้วยว่า หากไม่มีความคืบหน้า พวกเขาจะออกจาก รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ไปต่อสู้ด้วยการอดน้ำอดอาหาร ที่อื่นที่เหมาะสม

Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ในช่วงการประท้วงอดอาหารและน้ำของ ตะวัน แบม และสิทธิโชค ไรเดอร์ ผู้ถูกศาลพิพากษาคดีมาตรา 112 ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.–10 ก.พ. 2566 ผู้ถูกคุมขังคดีการเมืองเหล่านี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว 4 คน ไม่รวมกรณีศาลปล่อยตัวชั่วคราว ตะวัน และแบม

  • 3 ก.พ. 2566 เอก (นามสมมติ) พนักงานบาร์วัย 28 ปี ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี มาตรา 112 จากกรณีแชร์โพสต์จากเพจ “KTUK – คนไทยยูเค” ทนายยื่นขอประกันตัวเอกกว่า 7 ครั้ง ก่อนศาลอาญาจะอนุญาต
  • 4 ก.พ. 2566 อุกฤษฎ์ สันติประสิทธิ์กุล นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง วัย 24 ปี สมาชิกกลุ่มทะลุราม ถูกคุมขังในระหว่างอุทธรณ์คดี เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2565 เขาถูกพิพากษาในคดีมาตรา 112 เป็นเวลา 5 ปี 30 เดือน (หรือประมาณ 7 ปี 6 เดือน) โดยไม่รอลงอาญา จากการโพสต์ข้อความถึง รัชกาลที่ 10 และพระราชินี รวม 5 ข้อความ มีการยื่นขอประกันตัวมากกว่า 6 ครั้ง ก่อนศาลฎีกาอนุญาตให้ประกัน
  • 7 ก.พ. 2566 ศาลอาญาปล่อยตัวชั่วคราว ตะวันและแบม ระยะเวลา 1 เดือน ไม่มีกำหนดเงื่อนไข หลังจาก ผอ. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ยื่นขอประกัน ระบุสุขภาพร่างกายทั้งสอง "อยู่ในภาวะวิกฤตอย่างยิ่ง"
  • 8 ก.พ. 2566 ศาลฎีกาให้ประกันตัว นายสมบัติ ทองย้อย ในคดีมาตรา 112 จากกรณีโพสต์ข้อความ "กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ" ศาลอุทธรณ์ ให้ประกันในคดีหมิ่นประมาท พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 9 ก.พ.
  • 9 ก.พ. ศาลอนุญาตให้ประกันตัว คงเพชร นักกิจกรรมจากกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกกล่าวหาคดีครอบครองระเบิด ขณะร่วมงานรำลึกการสลายชุมนุมเสื้อแดง โดยให้วางหลักทรัพย์ 100,000 บาท และให้ติดกำไลอีเอ็ม ศูนย์ทนายฯ ระบุว่า "ศาลเห็นว่าจำเลยมีอายุ 18 ปีเศษ กำลังศึกษาอยู่ชั้น ปวช. มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เชื่อว่าจะไม่หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน" และได้รับปล่อยตัววันที่ 10 ก.พ.

ท่าที ตะวัน-แบม 8 ก.พ.

ช่วงบ่ายของ 8 ก.พ. ที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของทั้งสองแถลงว่า ได้ไปที่ศาลในช่วงเช้า หลังศาลอาญามีคำสั่งให้ออกหมายปล่อยตะวันกับแบม ในคำสั่งพบว่า ไม่มีเรื่องการติดอีเอ็ม หรือกำหนดการออกนอกบ้าน และคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวคนทั้งสอง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ

"ศาลเข้าใจเจตนาเขาผิด เขาไม่ได้ต้องการประกันตัวเอง และเขาไม่ได้ต้องการจะฆ่าตัวตาย" ทนายแถลง

"น้องทั้งสองได้รับการประกันตัวอยู่แล้ว ก่อนจะมีการอดอาหาร เขาเป็นคนถอนประกันตัวเอง เลยถูกเข้าไปขังในเรือนจำ จนกระทั่งเขาประท้วงอดอาหาร เพื่อเรียกร้องให้ศาลอาญาให้ประกันตัวผู้ต้องหาทางการเมือง 8-9 ราย ที่ถูกขังอยู่ และไม่ได้รับประกันตัวมาปีเศษ"

นายกฤษฎางค์ กล่าวด้วยว่า ตะวันกับแบมยังอดอาหารและอดน้ำอยู่ แต่เพื่อให้เป็นไปตามคำขอร้องของคุณหมอ ... ตะวันกับแบม ยังยอมรับอยู่คือน้ำเกลือ และยังไม่ยอมรับวิตามิน หรือรับอาหาร หรือดื่มน้ำ จะมีจิบน้ำตอนปากแตก ทาครีม ตอนนี้มีอาการแสบท้อง มึนหัว นอนไม่หลับ ปวดตัว ปวดร่างกายอย่างมาก

"สิ่งที่ศาลตัดสินมาเมื่อวาน เขาไม่ได้คิดอยู่ในความรู้สึกเขาเลย ทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่ฟังเหตุผล ทำไมไม่ยอมรับในหลักการ ไม่นั่งคุยกัน ไม่ให้สิทธิทางกฎหมายในการประกันตัว"

จากวันนี้ ทีมทนายความจะยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาทางการเมืองที่ศาลไม่ให้ประกันตัว 8-9 คน อีกรอบ ระหว่างนี้ จะยังคงไม่ยอมรับน้ำ อาหาร และยาต่อไป และรอฟังสิ่งที่เราไปทำให้เขา ถ้ามีความก้าวหน้าขึ้นมา

"ตะวันกับแบมบอกว่า ถ้าภายใน 3 วัน ไม่ได้รับการตอบรับ หรือยังไม่มีการนั่งฟังหรือคุยกัน จะออกจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ด้วยเหตุผลว่า จะยืนยันอดน้ำอดอาหาร และจะไม่รับเกลือแร่อีกแล้ว เขาเกรงใจธรรมศาสตร์เกินไป และเขาก็จะไปอดน้ำ อดอาหาร ในสถานที่ที่เหมาะสมต่อไป เมื่อครบ 3 วันแล้วไม่มีอะไรคืบหน้า"

พวกเขาตัดสินใจว่าจะต่อสู้ตามวิถีทางของเขา ในสถานที่ที่พวกเขาคิดว่าเหมาะสม

พ่อ "แบม" อรวรรณ เผยอาการลูกหลังยอมรับรักษา

สุชาติ ภู่พงษ์ พ่อของ น.ส. อรวรรณ หรือแบม เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า สภาพร่างกายของแบมและตะวัน หลังจากยอมรับการรักษาจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ด้วยการรับสารน้ำและแร่ธาตุ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. ทั้งคู่มีอาการปวดแขน หลังจากได้รับการเจาะเพื่อให้สารน้ำ และการดูแลทางการแพทย์เพื่อฟื้นฟูร่างกาย

แบมสามารถลุกนั่งคุยได้ แต่ไม่สามารถลุกเข้าห้องน้ำได้ด้วยตัวเอง ส่วนตะวันมีอาการปวดหัวเพิ่มด้วย ซึ่งแพทย์อธิบายว่า อาการเหล่านี้เป็นภาวะความอ่อนแอของร่างกายที่อดอาหารน้ำมาเป็นระยะเวลานาน และอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ครั้งละ 10 นาที

ก่อนหน้านี้ แถลงการณ์ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ฉบับล่าสุด ประจำวันที่ 7 ก.พ. ระบุว่า ทั้งคู่ยังคงไม่รับประทานอาหาร แต่จิบน้ำได้ โดยแพทย์ได้ให้สารน้ำและแร่ธาตุ วิตามิน เพื่อประคับประคองภาวะขาดน้ำและสารอาหาร ขณะเดียวกันกรรมการแพทย์ที่ร่วมดูแลยังคงเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภาวะกลุ่มอาการจากการเริ่มรับสารอาหาร หลังจากอดอาหารเป็นเวลานาน (refeeding syndrome) อย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีที่ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว สุชาติกล่าวว่า บุตรสาวยังไม่ได้ตัดสินใจใด ๆ ต่อกรณีที่ศาลอนุญาตประกันตัว เพราะนี่ไม่ใช่ความต้องการที่ทั้งตะวันและแบมอดอาหารประท้วง โดยทั้งคู่บอกเพียงว่า "ท้าทายเราอีกแล้ว"

อย่างไรก็ตาม วันที่ 8 ก.พ. ไม่มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้ามาเฝ้าภายในห้องที่โรงพยาบาล และพ่อแม่ของตะวันและแบม ไม่ต้องเดินทางไปยื่นเรื่องเข้าเยี่ยมที่เรือนจำก่อนมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล เหมือนเช่นทุกวันหลังจากทั้งคู่ขอถอนประกันตัวต่อศาล

"พ่อแม่สบายใจขึ้นหน่อยแล้ว แต่ (แบม) ไม่ยอมรับ... ไม่ยอมรับอะไรสักอย่าง พ่อถามว่าจะไม่ยกระดับอีกใช่ไหม เขาไม่รับปาก" สุชาติ กล่าว

ท่าทีรัฐบาล กรรมการสิทธิฯ

8 ก.พ. ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และข้าราชการระดับสูง ให้การต้อนรับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อหารือในประเด็นแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี นำโดย นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กสม. มีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงยุติธรรม ดังนี้

1. พิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89/1 โดยมอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการโดยเร็ว และรับฟังความคิดเห็นของ กสม. ประกอบด้วย

2. เสนอให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม พิจารณาทบทวนการกำหนดพื้นที่เรือนจำตามลักษณะ ของผู้ต้องขัง และประเภทคดี

3. แต่งตั้งคณะกรรมการโดยมีตัวแทนจากทุกฝ่ายร่วมกัน เพื่อพิจารณาเสนอมาตรการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับบริบทความต้องการของสังคม

มาาตรา 89/1 ระบุว่า ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นระหว่างการสอบสวนหรือพิจารณา เมื่อพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ผู้บัญชาการเรือนจำ หรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการตามหมายขังร้องขอ หรือเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคำสั่งให้ขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ในสถานที่อื่นตามที่บุคคลดังกล่าวร้องขอ หรือตามที่ศาลเห็นสมควรนอกจากเรือนจำก็ได้ โดยให้อยู่ในความควบคุมของผู้ร้องขอ หรือเจ้าพนักงานตามที่ศาลกำหนด ในการนี้ศาลจะกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้

ในการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ศาลจะดำเนินการไต่สวนหรือให้ผู้เสียหายหรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องตามหมายขังคัดค้านก่อนมีคำสั่งก็ได้

สถานที่อื่นตามวรรคหนึ่งต้องมิใช่สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน

โดยมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งต้องกำหนดวิธีการควบคุมและมาตรการเพื่อป้องกันการหลบหนี หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วย

เมื่อศาลมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว หากภายหลังผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือมาตรการ ตามวรรคสามหรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือให้ดำเนินการตามหมายขังได้