เครื่องแต่งกายที่ ‘สตรีผู้อยู่เบื้องหลังจรวด’ ชาวอินเดียสวมใส่ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์สหรัฐฯ

Nandini Harinath's sari as displayed in the gallery

ที่มาของภาพ, Smithsonian’s National Air and Space Museum

คำบรรยายภาพ, ชุดส่าหรีของนันทินี หรินาถ ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ยานบินและยานอวกาศแห่งชาติของสถาบันสมิธโซเนียน ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐฯ
    • Author, กีตา พันเดย์
    • Role, บีบีซีนิวส์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

ในวันที่ นันทินี หรินาถ บรรยายว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ นักวิทยาศาสตร์อวกาศชาวอินเดียคนนี้ปรากฏตัวที่สำนักงานในชุดส่าหรีสีแดง-ฟ้าสดใส

ชุดส่าหรีตัวนั้นตอนนี้ถูกนำมาจัดวางอย่างสง่างามในพิพิธภัณฑ์ยานบินและยานอวกาศแห่งชาติของสถาบันสมิธโซเนียนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา

นันทินี ผู้เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการปฏิบัติการมังคลยาน (Mangalyaan) ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของอินเดีย สวมชุดส่าหรีนี้ในวันที่ 1 ธ.ค. 2013

สำหรับนันทินี ชุดส่าหรี โดยเฉพาะตัวที่พ่อของเธอมอบให้เป็นของขวัญ คือชุดที่เธอมักสวมใส่ในวันสำคัญ ๆ ของการทำงาน หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอต้องเป็นตัวแทนขององค์การอวกาศของอินเดีย

ดังนั้นมันจึงเป็นตัวเลือกในวันที่เธอเรียกว่า “วันสำคัญที่สุด” สำหรับโครงการนี้ นันทินีและนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ จากองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย หรืออิสโร (Indian Space Research Organisation - Isro) อยู่ในห้องควบคุมเพื่อส่งยานอวกาศออกจากวงโคจรโลกเข้าสู่การเดินทาง 300 วันในวงโคจรของดาวอังคาร

“มันคือช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย เป็นปฏิบัติการที่สำคัญที่สุดในภารกิจนี้” นันทินีบอกกับบีบีซีในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2016 "เราต้องตัดสินใจว่าจะให้ยานอวกาศเคลื่อนไปทางไหน ไปอย่างไร และไปเมื่อไหร่ ความสำเร็จของภารกิจขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำในวันนั้น"

มังคลยานถูกส่งไปยังวงโคจรของดาวอังคารได้สำเร็จเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2014 ทำให้อินเดียเป็นประเทศหรือเขตภูมิศาสตร์ที่สี่ที่ทำเช่นนั้นได้

Nandini Harinath at Isro in Bangalore
คำบรรยายภาพ, นันทินี เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการปฏิบัติการมังคลยาน (Mangalyaan) ภารกิจสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของอินเดีย

นันทินีและนักวิทยาศาสตร์อวกาศหญิงคนอื่น ๆ ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในวันนั้น หลังภาพกลุ่มสตรีสวมใส่ส่าหรีแสดงท่าทีเฉลิมฉลองที่อิสโรกลายเป็นไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์ ท้าทายมุมมองที่คนมักคิดว่าวงการจรวดในอินเดียเป็นพื้นที่ของบุรุษ

อิสโรออกมาชี้แจงในภายหลังว่ากลุ่มสตรีที่ปรากฏภาพแสดงความยินดีอยู่นั้นคือเจ้าหน้าที่แอดมิน แต่ก็บอกว่ามีนักวิทยาศาสตร์หญิงหลายคนที่ทำงานในภารกิจนี้และพวกเธอก็อยู่ที่ห้องควบคุมในเวลานั้น

แมตต์ ชินเดลล์ ภัณฑารักษ์ด้านประวัติศาสตร์อวกาศแห่งพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน บอกกับบีบีซีผ่านโทรศัพท์จากสหรัฐฯ ว่า เขามองว่าภาพดังกล่าว “ช่างน่าดึงดูด”

“ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่น่าบอกเล่าต่อ เรื่องราวของ 'เหล่าผู้หญิงเบื้องหลังจรวด' (Rocket Women) ผู้อยู่ในแนวหน้าและในใจกลางของภารกิจครั้งสำคัญนี้”

ชินเดลล์ติดต่อนันทินีในปี 2020 ผ่านทางอีเมล และทั้งคู่ก็เริ่มหารือกันว่าวัตถุอะไรที่จะเป็นตัวแทนสื่อถึงภารกิจดาวอังคารของอินเดียและบทบาทของเธอในภารกิจได้ดีที่สุด

“ผมถามเธอว่าวัตถุอะไรที่เธออยากจะส่งมอบให้ เราตกลงกันว่าเป็นส่าหรีที่เธอสวมในวันที่มังคลยานพุ่งออกจากวงโคจรของโลก” ชินเดลเล่า

เมื่อชุดส่าหรีและเสื้อด้านในสีฟ้าที่เข้าชุดกันถูกส่งมาถึงพิพิธภัณฑ์ เบธ ไนต์ นักอนุรักษ์สิ่งทอได้ดูวิดีโอยูทิวบ์เพื่อศึกษาวิธีการสวมมันลงบนหุ่น

ชินเดลล์บอกว่า ชุดส่าหรีนี้มี “ลักษณะร่วมกัน” กับเสื้อผ้าหลายชุดที่พวกเขาเคยจัดแสดง ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ถูกสวมใส่ในภารกิจสำคัญที่ห้องควบคุมภาคพื้นดิน เช่น เสื้อกั๊กของ จีน ครานซ์ ที่หัวหน้าผู้ควบคุมการบินของนาซาใส่ในปี 1970 ในการควบคุมให้ลูกเรือยานอะพอลโล 13 กลับสู่ความปลอดภัย

Nandini Harinath's sari as displayed in the gallery at Smithsonian museum

ที่มาของภาพ, Smithsonian’s National Air and Space Museum

คำบรรยายภาพ, ชุดส่าหรีนี้ถูกจัดแสดงร่วมกันกับของเล่น, เกม, โปสเตอร์ภาพยนตร์ และเสื้อยืดสีฟ้าที่เคยถูกสวมโดยสตรีชาวอเมริกันคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ

สมิธโซเนียน ซึ่งต้อนรับผู้มาเยือนหลายหมื่นคนในทุกสัปดาห์ ยังมีวัตถุอีกหลายชิ้นจากอินเดียอยู่ในความครอบครองด้วย แต่ส่วนใหญ่มาจากกองทัพอากาศและบริษัทสายการบิน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีถาดเงินที่ระลึกซึ่งอิสโรมอบเป็นของขวัญให้กับอาเธอร์ ซี คลาร์ก นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ในปี 2007 ในวันเกิดครบรอบ 90 ปี

“แต่ส่าหรีของนันทินีคือวัตถุชิ้นแรกที่ผมได้รับจากอินเดียในหมวดวิทยาศาสตร์ระหว่างดวงดาว และเป็นชุดส่าหรีชุดแรก ๆ ของเรา” ชินเดลล์กล่าว

อาภรณ์ชุดนี้จะถูกจัดแสดงในแกลลอรี “อนาคตในอวกาศ” (Futures in Space) ของพิพิธภัณฑ์อากาศและอวกาศ ร่วมกับวัตถุที่มีความแตกต่างหลากหลาย อาทิ ของเล่น, เกม และโปสเตอร์ภาพยนตร์ โดยมันถูกจัดวางอยู่ข้างเสื้อยืดที่ฟ้าที่เคยถูกสวมโดยแซลลี ไรด์ เมื่อปี 1983 ในภารกิจกระสวยอวกาศ ซึ่งเธอกลายเป็นหญิงชาวอเมริกันคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ

ชินเดลล์บอกว่า แนวคิดเบื้องหลังการจัดแสดงนี้ “คือการชวนให้ผู้มาเยี่ยมชมคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในอวกาศ และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป”

“เรามีคำถามมากมายเมื่อพูดถึงเรื่องอวกาศ และการจัดแสดงนี้คือการชวนให้ผู้มาเยี่ยมชมได้หวนคิดถึงคำถามที่ใหญ่ที่สุดคำถามหนึ่งในปัจจุบัน: ใครเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้ใครไปอวกาศ? เราไปทำไม? และเราจะทำอะไรเมื่อไปถึงที่นั่น?”

เขากล่าวว่า นิทรรศการนี้จะตอบคำถามว่าทำไม และการจัดแสดงวัตถุก็ทำให้เห็นถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังการไปอวกาศ

เขาเสริมว่า ส่าหรีของนันทินีสื่อถึงแรงบันดาลใจนั้นได้สองทาง “หนึ่ง มันเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของอินเดียในภารกิจดาวอังคารครั้งแรกของประเทศ และความสำเร็จของโครงการอวกาศ สอง คือเรื่องราวส่วนตัวของเธอซึ่งสร้างแรงบันดาลใจ เมื่อความสำเร็จของเธออาจกระตุ้นให้ผู้หญิงไล่ตามสายงานทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น”

เขากล่าวว่า ส่าหรีผืนนี้ได้รับเลือกเพราะมันทั้งมีคุณค่าทางวัฒนธรรม และมันยังมองออกได้ง่ายด้วย โดยในการจัดแสดงยังมีหน้าจอสัมผัสให้ผู้เยี่ยมชมสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการนี้

“ผมดีใจสุด ๆ ที่ผู้มาเยี่ยมชมมองชุดส่าหรีนี้และอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมัน มันเป็นที่มาเสริมชุดจัดแสดงของเราได้อย่างน่ามหัศจรรย์” ชินเดลล์กล่าว