ที่มายาเสพติด หนึ่งคำถามที่ทหารปัตตานีตอบไม่ได้

นายมะแอกำลังจุดไฟเพื่อต้มน้ำ
คำบรรยายภาพ, การลักลอบนำเข้าพืชกระท่อมจากมาเลเซียเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มมากขึ้น
    • Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • Published

ไม่เพียงปัญหาการก่อความไม่สงบรายวันที่สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่เกิดจากการใช้ยาเสพติด อย่างกว้างขวางในหมู่เยาวชนยังสร้างภาระให้ชาวบ้านที่ปลายด้ามขวานทั้งพุทธและมุสลิมไม่น้อย พร้อมคำถาม ใครคือผู้ที่ "มอมเมา" เยาวชน

ผลสำรวจของศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ระบุว่า 1 ใน 5 ของเยาวชนในกว่า 2,000 หมู่บ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีก 4 อำเภอใน จ.สงขลา คือ เทพา นาทวี จะนะ และสะบ้าย้อย ติดยาเสพติด

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ระบุว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2559 พืชกระท่อม เป็นยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ต้องหาในคดีพืชกระท่อมทั้งหมด 4,646 คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำมาจำหน่ายในพื้นที่เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมของยาเสพติดยอดนิยม "สี่คูณร้อย" ซึ่งยังคงมีการแพร่ระบาดมากขึ้นในทุกพื้นที่

นายฮากีมเดินอยู่กลางสวนยาง
คำบรรยายภาพ, นายฮากีมประเมินว่าวัยรุ่นเกือบทั้งหมดในหมู่บ้านติดยาเสพติด ซึ่งส่วนมากจะเป็นน้ำต้มพืชกระท่อม

นายฮากีม* พ่อเลี้ยงของ นายอานัส* บอกว่ายาเสพติด คือ ปัญหา ที่ทำให้ลูกเลี้ยงของเขาต้องเลิกกับภรรยา

"พ่อไปบอกแม่สื่อ เพราะกลัวจะเป็นเรื่อง แต่แม่สื่อไม่ได้บอกต่อ...หลังจากแต่งงานก็ได้บอก [ภรรยาลูกเลี้ยง] แต่เขาก็ยังรักกัน" นายฮากีมกล่าวกับบีบีซีไทย ที่บ้านใน ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

หลังจากอยู่กินกับภรรยามาปีเศษ ทั้งคู่ก็ต้องหย่าร้างกันหลังจากที่แม่ของฝ่ายหญิงรู้ว่านายอานัส อายุ 37 ปี ติดยาบ้า

นายฮากีมเล่าว่า ลูกชายเริ่มเสพยามาตั้งแต่อายุ 9 ปี โดยเริ่มจากทินเนอร์ กัญชา และต่อมายาบ้า ทำให้เขาต้องหยุดเรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จากนั้นพออายุ 16 ปี ถูกส่งตัวไปที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นเวลา 2 ปี

นายฮากีมและภรรยานั่งอยู่ในบ้าน
คำบรรยายภาพ, ลูกชายของนายฮากีมติดยาเสพติดตั้งแต่อายุ 9 ปี

เกิดเหตุไม่คาดคิดกับครอบครัวอีกครั้ง เมื่อลูกชายกลับบ้านพร้อมแผลที่ถูกฟันที่ศีรษะ 2 แผลและหน้าผาก 1 แผล จนถูกเย็บไป 14 เข็ม ซึ่งผู้เป็นพ่อคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องยาเสพติด

นายฮากีมประเมินว่าวัยรุ่นเกือบทั้งหมดในหมู่บ้านติดยาเสพติด ซึ่งส่วนมากจะเป็นน้ำต้มพืชกระท่อม โดยชาวบ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่างพูดตรงกันกับบีบีซีไทยว่า ปัญหาที่สำคัญที่พบเห็นได้เกือบทุกหมู่บ้าน คือ เมื่อไม่มีเงิน ผู้เสพก็ต้องใช้วิธีการขโมยของเพื่อนำเงินไปซื้อยา

"เคยร้องเรียนให้ผู้ใหญ่บ้านช่วย ว่าอยู่บ้านอยู่ไม่เป็นสุข มีขโมยแต่เขาก็ไม่ทำอะไร...ชุมชนไม่มีการพูดเลย ทางรัฐก็ไม่เข้ามา" นายฮากีม อายุ 59 ปี กล่าว

หน้าตึกสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี

ปัญหาครอบครัว

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจ.ปัตตานีระบุว่า ปัญหาสามีติดยาเสพติดกลายเป็นสาเหตุหลักของการหย่าร้าง ของครอบครัวไทย มุสลิมใน จ. ปัตตานี แซงหน้าเรื่องชู้สาว ที่เคยเป็นสาเหตุของการฟ้องหย่าอันดับต้นๆ ในอดีต

สถิติจากสำนักงานฯ ระบุว่า 80% ของการฟ้องหย่าทั้งหมด 525 ครั้ง ในปี 2559 มาจากการติดยาเสพติด

"ตอนนี้ถ้าไปขอเจ้าสาวแต่งงาน คุณพ่อจะถามเจ้าสาวข้อแรกว่า เล่นยาเสพติดด้วยไหม" นายอ๊ะหามะ หะยีดือราแม เลขานุการสำนักงานฯ กล่าวกับบีบีซีไทย

หญิงชาวมุสลิมเดินออกจากห้องร้องเรียน ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี
คำบรรยายภาพ, หญิงชาวมุสลิมเดินออกจากห้องร้องเรียน ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี

เมื่อมีการร้องเรียนมาที่สำนักงานฯ ฝ่ายชายจะถูกเรียกมาสอบถามข้อเท็จจริง หลังจากนั้นก็จะมีการประนีประนอม แต่ส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากฝ่ายชายไม่ยอมมาตามนัด ซึ่งถ้าไม่มาภายในสามครั้ง คณะกรรมการจะดำเนินการหย่าร้างให้ เนื่องจากหนึ่งในสัญญาซึ่งมีระบุไว้ในทะเบียนสมรส ของชาวมุสลิม คือ ไม่ให้สามีละทิ้งภรรยา หรือทำให้ภรรยาได้รับความเดือดร้อน

นอกจากในมิติสังคมจะไม่ยอมรับผู้เสพยาแล้ว ยาเสพติดและของมึนเมาถือว่าเป็นบาปใหญ่ในศาสนาอิสลาม ส่วนการละหมาดนั้นจะไม่นับว่าเป็นผลบุญเมื่อผู้ละหมาดอยู่ในอาการมึนเมา โดยบางหมู่บ้านมีการออก "ฮูกุมปากัต" หรือ กฎแห่งหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกฎที่ตกลงกันเอง เช่น หากใครในหมู่บ้านติดยา หรือมีลูกติดยา เวลาทำกิจกรรมอะไร ผู้นำศาสนาในหมู่บ้านจะไม่ไปร่วมด้วย หรือเวลาเสียชีวิต ผู้นำศาสนาจะไปจัดการศพได้แค่คนเดียว

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีนั่งประชุมกันในห้องไกล่เกลี่ย
คำบรรยายภาพ, การฟ้องหย่ามักจะไกล่เกลี่ยไม่ได้ เนื่องจากฝ่ายชายไม่มาไกล่เกลี่ยตามนัด ทำให้ลงเอยด้วยการหย่าร้างในที่สุด

นายอ๊ะหามะกล่าวว่า การเสพกระท่อมนั้นเริ่มเป็นปัญหาหนักขึ้นเมื่อปี 2555 และประเมินว่าเกือบ 90% ของหมู่บ้านทั้งหมดใน จ.ปัตตานี มีการใช้ยาเสพติด ซึ่งส่วนมากเป็นวัยรุ่น

"เป็นเรื่องหนักมาก เป็นข้อหนึ่งที่แก้ไม่ตก...เคยถามทหารว่ายาในปัตตานีมาก มันหลุดด่านได้ไง เขาก็ไม่มีคำตอบ เขาบอกว่าไม่ใช่ทหาร" นายอ๊ะหามะกล่าว "คำตอบหาไม่ได้ว่าทำไมมีมาก แต่ทุกวันยิ่งมาก เพิ่มไปเรื่อยๆ ลดไม่มี"

คำบรรยายวิดีโอ, เยาวชนจำนวนมากในพ้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ติดยาเสพติด โดยเฉพาะน้ำต้มกระท่อม
กระท่อมกลางสวนยางของนายมะแอ
คำบรรยายภาพ, นายมะแอและเพื่อนๆ มักเสพ "สี่คูณร้อย" เพื่อให้หายจากความเหนื่อยล้าจากการทำงาน

บ่อเกิดแห่งขโมย

กระท่อมไม้เล็กๆ กลางสวนยาง เป็นที่ที่นายมะแอ* อายุ 28 ปี และเพื่อน ใช้เสพสารเสพติดซึ่งรู้จักกันในชื่อ "สี่คูณร้อย"

"แต่ก่อนต้มเอง แต่เดี๋ยวนี้ซื้อน้ำสำเร็จรูป" นายมะแอกล่าวกับบีบีซีไทย ที่กระท่อมที่มีร่องรอยของกระป๋องเครื่องดื่มโค้ก หนึ่งในส่วนผสมของ "สี่คูณร้อย" ซึ่งเหตุที่ได้ชื่อนี้ เพราะส่วนผสมหลักสี่อย่าง คือ น้ำกระท่อม โค้ก ยาแก้ไอหรือยานอนหลับ และน้ำแข็ง

นายมะแอติดยาเสพติดมา 11 ปีแล้ว ทั้งน้ำต้มใบกระท่อม ยาไอซ์ และยาบ้า โดยเมื่อก่อนที่เขาเสพยาบ้า 5 เม็ดต่อวัน ต้องกรีดยางเพื่อหาเงินมาซื้อยา และบางครั้งต้องขโมยหมากแห้งเพื่อนำไปขายเป็นจำนวนเงิน 200 บาทต่อครั้ง เพื่อนำเงินมาซื้อยาบ้าที่ขายอยู่เม็ดละประมาณ 100 บาท ส่วนน้ำต้มใบกระท่อมขายชุดละ 100 บาท

ปัจจุบันนายมะแอเสพยาบ้าน้อยลง เหลือทุกๆ สองวัน ส่วนน้ำกระท่อมจะดื่มสามครั้งต่อสัปดาห์เมื่อเหนื่อยล้าจากการทำงาน

นายมะแอนอนในกระท่อม
คำบรรยายภาพ, นายมะแอติดยาเสพติดมา 11 ปีแล้ว ทั้งน้ำต้มใบกระท่อม ยาไอซ์ และยาบ้า

ทั้งนี้ ในช่วง 1-3 ปีที่ผ่านมา การลักลอบนำเข้าพืชกระท่อมจากมาเลเซียเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรูปแบบการนำเข้ายังคงเป็นรูปแบบการนำเข้ามาพร้อมตัวบุคคลและซุกซ่อนในยานพาหนะ

นายสามารถ ละกะเต็บ พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ สำนักคุมประพฤติจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ความผิดจากการลักทรัพย์ ส่วนใหญ่เกิดจากผู้ติดยาเสพติดที่มักขโมยของไปซื้อยา

"อาชีพหลักของคนแถวนี้เป็นเกษตรกร พอกลับไปนอน ไม่มีคนเฝ้าสวน คนขโมยง่าย ปัญหาคือผู้รับซื้อด้วย รู้ทั้งรู้ว่าติดยาก็ยังรับซื้อ" เขากล่าว

นายมะแอถืออุปกรณ์ในการต้มร้ำกระท่อมให้ผู้สื่อข่าวดู
คำบรรยายภาพ, "สี่คูณร้อย" ได้ชื่อจากส่วนผสมหลักสี่อย่าง คือ น้ำกระท่อม โค้ก ยาแก้ไอหรือยานอนหลับ และน้ำแข็ง

เช่นเดียวกับที่บ้านอูยิบ หมู่ 4 ต. ลาโละ อ. รือเสาะ จ. นราธิวาส มีการขโมยของทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเศษเหล็ก ลวดไฟฟ้า มอเตอร์น้ำ หรือแม้กระทั่งหมาก มะพร้าว กล้วย สะตอ และขี้ยาง

ปัญหาดังกล่าวได้นำไปสู่การออกกฎของหมู่บ้านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ว่าหากกระทำผิดฐานลักทรัพย์และรับซื้อของโจร จะปรับผู้กระทำผิดเท่าจำนวนทรัพย์สินที่เสียหายและดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกฎดังกล่าวได้มีการพิมพ์บนป้ายไวนิล และตั้งไว้ที่มัสยิด ก่อนมีการบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยนายรอซาร์ลี หะยียิเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน อ้างว่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่มีการขโมยของเกิดขึ้นอีกเลย

ชาวบ้านถือป้ายไวนิลที่แสดงกฎระเบียบของหมู่บ้าน
คำบรรยายภาพ, บ้านอูยิบได้ออกกฎระเบียบหมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาขโมยเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

"ปัญหาสังคม แก้ด้วยชุมชน"

ที่ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชาวบ้าน 145 คนอัดแน่นอยู่ในห้องอบรมของศูนย์ฯ มีการร้องเพลง กล่าวคำปฏิญาณด้วยสีหน้าจริงจัง

"ทำไงก็ได้ให้เด็กเกลียดยาเสพติดที่สุด เหมือนเกลียดเนื้อหมูเลย" พ.อ.สุวรรณ เฉิดฉาย ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวกับชาวบ้าน กำนันผู้ใหญ่บ้าน อดีตผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด ที่เข้าร่วมโครงการจิตอาสา "ญาลันนันบารู" ซึ่งภาษายาวีแปลว่า ทางสายใหม่

ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการญาลานันบารู ขึ้นกล่าวบนเวที
คำบรรยายภาพ, อาสาสมัครโครงการ "ญาลานันบารู" จะเดินสายให้ความรู้ในหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด โดยไม่มีการใช้มาตรการทางกฎหมายแต่อย่างใด

โครงการญาลันนันบารูเดิม เริ่มจากการฝึกอบรมเยาวชนกลุ่มเสี่ยงโดยตรงตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา และมีการฝึกอบรมเพื่อป้องกันเด็กก่อนวัยเสี่ยง อายุ 10-14 ปี ต่อมาในปี 2558 ได้ส่งเสริมให้อาสาสมัครที่มีจิตอาสาในแต่ละหมู่บ้านเดินสายให้ความรู้ในหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด โดยไม่มีการใช้มาตรการทางกฎหมายแต่อย่างใด

ปัจจุบันมีอาสาสมัครทั้งหมด 2,512 คน ใน 352 หมู่บ้าน และภายในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 20,750 คน เพื่อดูและหมู่บ้านทั้งหมด 2,075 แห่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีก 4 อำเภอใน จ.สงขลา

ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการญาลานันบารู นั่งฟังบรรยาย
คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันโครงการ "ญาลานันบารู" มีอาสาสมัครทั้งหมด 2,512 คน ใน 352 หมู่บ้าน

"เมื่องานปราบปรามทำได้น้อยมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเลิกเพราะหาซื้อได้ยาก เพราะเขาติดไปแล้ว นอกจากนั้น รัฐมักจะเป็นปลายเหตุโดยการช่วยปราบปรามและบำบัด และรัฐไม่สามารถเข้าถึงผู้เสพได้" พ.อ.สุวรรณกล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า อีก 2-3 ปี คาดว่าจำนวนคนเสพจะไม่เพิ่มขึ้น

ตัวเลขจากศูนย์ฯ บ่งชี้ว่า ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ใช้ยาเสพติด 80,000-100,000 คน จากประชากรกว่า 2 ล้านคน หรือประมาณ 5% ของประชากรทั้งหมดในพื้นที่ ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศ โดยผู้เสพส่วนมากจะอยู่ในช่วงอายุ 14-30 ปี

น.ส.ลัดดา นิเงาะ ผู้ประสานงานภาคใต้ มูลนิธิโอโซน ซึ่งเป็นเอ็นจีโอที่ทำงานด้านยาเสพติด กล่าวว่า กระบวนการหลักของโครงการแก้ไขปัญหาด้านยาเสพติดของภาครัฐ คือ พยายามเอาอาชีพเข้าไปเป็นเครื่องมือในการดึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย แต่มีหลายคนที่ไม่ได้อยากทำอาชีพ หรือมีอาชีพของเขาอยู่แล้ว

วิทยากรบรรยายเรื่องโทษของยาเสพติดแก่ผู้เข้าร่วมอบรมโครงการญาลานันบารู
คำบรรยายภาพ, ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ใช้ยาเสพติด 80,000-100,000 คน จากประชากรกว่า 2 ล้านคน หรือประมาณ 5% ของประชากรทั้งหมดในพื้นที่

"การที่เอาอาชีพใหม่ไปให้เขาเพื่อตอบโจทย์ของโครงการ ว่าประสบความสำเร็จเท่านั้นเท่านี้คน ก็ไม่ค่อยตรงไปตรงมา เพราะบางคนกรีดยางแต่ก็ต้องไปเรียนตัดผม พยายามประกอบกิจการเรื่องตัดผม จะได้ตอบสนองเป้าหมายของรัฐ" น.ส.ลัดดากล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า ยังมีเรื่องการติดตามผลโดยกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในชุมชน

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,570 คน ใน จังหวัดชายแดนใต้ ระหว่างวันที่ 15 ก.ค. - 22 ส.ค. 2559 ต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ ครั้งที่ 2 ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดยสถานบันพระปกเกล้า พบว่า 81.3% อยากให้มีการเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดมากที่สุด

ยาเสพติดกับความมั่นคง

รัฐไทยพยายามอธิบายว่าปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนนำไปสู่การเสนอรายงาน "ลับ" ของสภาความมั่นคงแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี ในปี 2552 ซึ่งได้ระบุว่า กลุ่มก่อความไม่สงบใช้ยาเสพติดเพื่อดึงดูดเยาวชนให้เข้ามาร่วมขบวนการ รวมถึงใช้เงินจากการค้ายาเสพติดสนับสนุนการก่อเหตุรุนแรง

"หลายครั้งที่จับขบวนการยาเสพติดรายใหญ่ได้ครั้งใด จะเจออาวุธสงครามทุกครั้ง" พ.อ.สุวรรณ แห่ง กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าว

"มันมีข้อมูลหลายครั้งที่มีการโอนเงินจากผู้ที่ค้ายาให้กับขบวนการที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่...และเด็กที่ฝ่ายมั่นคงจับได้ บอกว่าถูกจ้างด้วยยาเสพติด" พ.อ.สุวรรณกล่าว

พ.อ.สุวรรณ
คำบรรยายภาพ, พ.อ.สุวรรณ กล่าวว่า มีหลายครั้งที่ยาเสพติดเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

แต่ข้อมูลดังกล่าวขัดแย้งกับข้อมูลของมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ในระหว่างปี 2550-2554 ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาคสนามกล่าวว่า ตั้งแต่ทำงานกับผู้ใช้ยาเสพติด ไม่เคยมีผู้ใช้ยาคนไหนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มความไม่สงบ

"วาทกรรมของรัฐเองจะบอกว่าคนที่เอายาเสพติดมาแพร่ระบาดคือ พวกขบวนการ...แต่เขา [ประชาชนในพื้นที่] รู้สึกว่ารัฐเป็นคนเอาเข้ามา คำถามเดียวคือ ด่านเยอะขนาดนี้ โผล่มาได้อย่างไร" ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง อาจารย์ประจำภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกหัวข้อ "ชีวิตมุสลิมในรังยาเสพติด: ความปกติที่ต้องต่อรองในชุมชน แห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย" กล่าว

ทหารกำลังตรวจรถยนต์ที่ขับผ่านด่าน
คำบรรยายภาพ, ประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ตั้งข้อสงสัยว่ายาเสพติดเข้ามาได้อย่างไรในเมื่อมีด่านเป็นจำนวนมาก

พ.อ.สุวรรณกล่าวว่า แม้จะมีด่านเป็นจำนวนมากตั้งแต่ชุมพรลงมาก็ตาม แต่การทำงานของด่านเป็นการสุ่มตรวจเพื่อเป็นการป้องปราม หรือเป็นการตรวจตามฐานข่าว

"ต้องบอกข่าวมาถึงจะตรวจละเอียด เพราะฉะนั้นที่จะหลุดมาคือรถทั่วไปที่เราไม่ได้ตรวจทุกคัน"

*ชื่อมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องแหล่งข่าว