งบ 2565 : เพื่อไทย-ก้าวไกล ขบเหลี่ยมปม “ตีเช็คเปล่า” 1.6 หมื่นล้านให้ พล.อ. ประยุทธ์

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) กับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดวิวาทะกันอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 มีมติให้คืนงบที่ปรับลดลงจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ 16,362 ล้านบาท แต่โยนไปไว้ที่รายการงบกลาง โดยมี กมธ. สังกัด พท. ร่วมโหวตแปรญัตติสนับสนุนแนวทางนี้ด้วย
พท. ให้เหตุผลว่า การนำงบที่ตัดได้ไปเพิ่มในงบกลาง เพื่อบรรเทาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมปฏิเสธคำกล่าวที่ว่า เมื่อโยกเงินเข้างบกลาง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเอาไปใช้อย่างไรก็ได้
"ที่กล่าวกันว่าจะเอาไปซื้ออาวุธมายิงพี่น้องประชาชน เป็นคำกล่าวที่เกินเลยข้อเท็จจริง เพราะในข้อเท็จจริงแล้วการใช้งบกลางมีระเบียบการใช้เงินรองรับ ไม่สามารถใช้เงินนอกวัตถุประสงค์หรือใช้โดยปราศจากการตรวจสอบได้" นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.งบประมาณฯ แถลงวันนี้ (4 ส.ค.)
ก่อนหน้านี้ เลขาธิการพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ระบุว่า พท. อดทนอดกลั้นมาตลอดในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ต้องการรักษาเอกภาพและบรรยากาศทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านไว้ให้ดีที่สุด ความเห็นที่แตกต่างกันในกระบวนการทำงานเป็นสิทธิและความเห็นที่พรรคให้เกียรติพรรคฝ่ายค้านมาตลอด แต่การไม่พูดข้อเท็จจริงให้รอบด้าน พูดในที่ประชุมอย่างหนึ่ง แล้วสื่อสารในโซเชียลมีเดียอีกอย่าง สร้างความสับสนเข้าใจผิดให้ประชาชน

ที่มาของภาพ, กองงานโฆษก พรรคเพื่อไทย
ขณะที่ ก.ก. ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการโยกงบ 16,362 ล้านบาท ไปเข้ารายการงบกลาง ให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารทั้งหมด ทั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่าใช้งบอย่างไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่านี่เป็นการ "ตีเช็คเปล่า" ให้รัฐบาล
"เราวิ่งไปคุยไปถามพรรคนั้นพรรคนี้ตลอดหลายวันว่าเอางบที่ตัดได้มาเพิ่มสวัสดิการให้ประชาชน แล้วก็มีหลายพรรคเห็นด้วย แต่พอมาวันนี้ทุกคนเปลี่ยนใจ โหวตกันไม่เกิน 10 นาที เอางบที่ตัดออกมาได้ไปลงงบกลางทั้งหมด ให้นายกฯ โอ้โห จุกมากต่อหน้าต่อตาเลย" น.ส. วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ กมธ.งบประมาณฯ สังกัด ก.ก. กล่าวเมื่อ 2 ส.ค.
"งบที่ถูกตัด โดนเอาไปอยู่งบกลาง ส.ส. คนไหนอยากได้ ก็ไปไหว้ขอเอาจากนายกฯ กลายเป็นบุญคุณกันอีก" นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. กล่าวเมื่อ 2 ส.ค.
ชนวนความขัดแย้ง
ความขัดแย้งทางความคิดของ 2 พรรคฝ่ายค้าน เริ่มปะทุในระหว่างการประชุม กมธ.งบประมาณ 2565 เมื่อ 31 ก.ค. หลังจาก กมธ. ฝ่ายค้านกับรัฐบาลเสนอญัตติแข่งกัน โดยกำหนดเป้าหมายปลายทางหน่วยงานในการรับงบที่ตัดลงได้ 16,362 ล้านบาท ไว้แตกต่างกัน ในวันนั้นได้เกิดข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง จึงไม่สามารถลงมติได้
ญัตติแรก เสนอโดยนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
เสนอให้นำงบไปเพิ่มให้แก่ งบกลาง 10,000 ล้านบาท, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 2,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกระจายไปยังสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานอัยการสูงสุด
ญัตติที่สอง เสนอโดย น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก.
เสนอให้นำงบไปเพิ่มให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13,200 ล้านบาท, สำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพ 860.24 ล้านบาท, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 631.73 ล้านบาท, กองทุนการออมแห่งชาติ 460 ล้านบาท, กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร 500 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 100 ล้านบาท, กองทุนช่วยเหลือเกษตรกร 100 ล้านบาท และกองทุนประกันสังคม 509.61 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, กองงานโฆษก พรรคก้าวไกล
ต่อมาวันที่ 2 ส.ค. นายบุญสิงห์ได้ขอแก้ไขญัตติใหม่ โดยให้นำงบที่ตัดลดได้ เทลงงบกลาง 100%
ผลปรากฏว่า กมธ.เสียงข้างมากมีมติ 35 ต่อ 7 ให้แปรญัตติงบประมาณคืนรายการงบกลางทั้งหมด โดยมี ส.ส. เพื่อไทย โหวตสนับสนุนญัตติของ ส.ส. พปชร. ด้วย
ขณะที่ กมธ. เสียงข้างน้อย ประกอบด้วย 6 ส.ส. ก้าวไกล และ 1 ส.ส. พรรคประชาชาติ
สำหรับ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 มีจำนวน 72 คน มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นประธาน โดยมีตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาล 48 คน ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) 18 คน, พรรคพลังประชารัฐ 13 คน, พรรคภูมิใจไทย 7 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไทย 1 คน ส่วนที่เหลืออีก 24 คน เป็นตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 15 คน, พรรคก้าวไกล 6 คน, พรรคเสรีรวมไทย 1 คน, พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเพื่อชาติ 1 คน
การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 ในชั้น กมธ. เสร็จสิ้นลงในวันดังกล่าว และเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระ 2 และ 3 วันที่ 18-20 ส.ค. หากประธานสภาอนุญาตให้เปิดประชุมได้ตามปกติ หลังรัฐสภาต้องงดประชุมหลายสัปดาห์ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มียอดผู้ป่วยรายใหม่ยืนยันเกิน 20,000 ราย/วันแล้ว

รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนอตั้งงบประมาณปี 2565 ไว้ที่ 3,100,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบกลางปี 571,047.3 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.4% ของงบประมาณรวมทั้งหมด
ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 ที่เสนอต่อสภาและผ่านความเห็นชอบในวาระ 1 กำหนดค่าใช้จ่ายในงบกลางไว้ 11 รายการ แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 แบบที่เคยตั้งไว้ในงบประมาณปี 2564
งบกลางมักถูกเปรียบเปรยว่าเป็นการ "ตีเช็คเปล่า" เนื่องจากมีเฉพาะหัวข้อกับวงเงิน แต่ไม่ระบุรายละเอียดของโครงการ ทำให้สภาไม่มีโอกาสตรวจสอบและกลั่นกรอง
ยุทธพงศ์ท้าลาออก ส.ส. หากงบกลางถูกใช้ผิดจุดประสงค์
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ส.ส. ก้าวไกล ผู้แพ้โหวตในห้องประชุม กมธ.งบประมาณ ได้ร่วมกับคณะก้าวหน้าเปิดห้องสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน คลับเฮาส์ (Clubhouse - CH) เล่าถึงเบื้องหน้า-เบื้องหลังในการจัดทำงบปี 2565 จากมุมมองของพวกเขา จากนั้นมีการเผยแพร่คำพูดสำคัญ ๆ ทางสื่อสังคมออนไลน์ของพรรค
ค่ำวันที่ 2 ส.ค. เปิดห้องใช้ชื่อว่า "ตีแผ่งบ 65 ภาษีประชาชนไปไหนหมด?"
ค่ำวันที่ 3 ส.ค. เปิดห้องใช้ชื่อว่า "ตอบทุกประเด็น งบกลาง ม.144 และเหตุที่ก้าวไกลค้านเตะ 16,000 ล้าน เข้าปากประยุทธ์"
นอกจากนี้ กก. ยังส่งตัวแทนไปร่วมตอบคำถามแบบ "ประจันเสียง" กับ กมธ. จากซีก พท. ในห้องที่ใช้ชื่อ "วิวาทะ 'งบกลาง' ชนวนเหตุ 'เพื่อไทย-ก้าวไกล' ขัดแย้ง"
ในระหว่างนั้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พท. หนึ่งใน กมธ.งบประมาณ 2565 ประกาศว่าพร้อมลาออกจากตำแหน่ง หากนายกฯ นำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก่อนนำประโยคเดิมมาย้ำอีกครั้งในระหว่างเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนวันนี้ (4 ส.ค.)
"ถ้าเงินก้อนนี้ไม่ได้ใช้แก้โควิด ผิดจากระบบตรงนี้ แล้วใครมีหลักฐานว่าเอาเงินไปซื้อกระสุนยาง ไปซื้ออุปกรณ์ปราบจลาจล ผมพร้อมเอาตำแหน่ง ส.ส. เป็นเดิมพันเลยครับ ถ้าใครมีหลักฐานและหลักฐานพิสูจน์ได้โดยหน่วยงานราชการ ผมพร้อมลาออกจาก ส.ส. และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิตเลยครับ" นายยุทธพงษ์กล่าว
ส.ส. พรรคฝ่ายค้านรายนี้แจกแจงว่า การใช้จ่ายงบประมาณในส่วนของงบกลาง มีระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง จึงไม่ได้เป็นการตีเช็คเปล่าให้ พล.อ. ประยุทธ์ เพราะทุกอย่างมีขั้นตอนและระเบียบ และสำนักงบประมาณ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้
ศิริกัญญาย้อนอดีต งบกลางปี 64 "ไม่มีประสิทธิภาพ"

ที่มาของภาพ, กองงานโฆษก พรรคก้าวไกล
อย่างไรก็ตาม น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล กมธ.งบประมาณ 2565 จาก ก.ก. ได้ยกเอาการใช้จ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในปีงบประมาณ 2564 ของรัฐบาล มาชี้ให้เห็นถึงความน่ากังวลใจหากจะมีการเทงบกลางเพิ่มอีก 16,362 ล้านบาท ซึ่งเธอเห็นว่า "ไม่มีประสิทธิภาพ" แทนที่จะนำไปซื้อวัคซีน, จัดซื้อยาฟาวิพิราเวีย, ปรับปรุง รพ.สนาม แต่กลับให้งบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1,100 ล้านบาท ทำสถานที่กักกันของรัฐ (State Quarantine) หรือให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) 393 ล้านบาท เป็นเบี้ยเลี้ยงระหว่างการตั้งด่าน, รถนำขบวน, ซื้อลวดหีบเพลงวางเป็นรั้วตามแนวชายแดน ฯลฯ
กมธ.ก้าวไกลรายนี้กล่าวด้วยว่า ปัญหาไม่ใช่ว่าการไม่มีงบประมาณ แต่คือการบริหารจัดการและการใช้เงินมีปัญหา ซึ่งถึงเดือน มิ.ย. งบกลางโควิด เบิกจ่ายไปได้แค่ 23%
ม. 144 ที่ถูกพูดถึง
หนึ่งในเงื่อนไขที่ พท. หยิบยกมาชี้แจงการตัดสินใจเทงบ 16,362 ล้านบาท ไปโปะไว้ที่งบกลางคือ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ที่ว่า การแปรญัตติของ กมธ. มีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณ จะกระทำมิได้ ซึ่ง กมธ. พท. เห็นว่าการนำไปไว้ในงบกลางจะตัดข้อสงสัยดังกล่าว และยืนยันจะตรวจสอบการใช้งบอย่างเข้มข้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
อย่างไรก็ตามผู้แทนฯ สมัยแรกสังกัด ก.ก. เห็นตรงกันว่าการอ้างถึงความสุ่มเสี่ยงขัดมาตรา 144 เป็นการ "ตีความกว้างเกินไปมาก ฟังไม่ค่อยขึ้น"
ข้อถกเถียงเรื่องมาตรา 144 เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ โดยหลักการของมาตรานี้ กำหนดห้ามไม่ให้ ส.ส. และ ส.ว. เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการของงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่สามารถลดหรือตัดทอนรายจ่ายได้เท่านั้น

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ผู้จัดทำรัฐธรรมนูญ 2560 เคยให้เหตุผลว่ามาตรานี้เป็น "หัวใจสำคัญในการป้องกันการทุจริต" หลังพบว่าบรรดานักการเมืองมักแปรญัตติเพื่อผันงบลงพื้นที่ตัวเอง แต่ถึงกระนั้นบรรดานักเลือกตั้งก็เห็นว่ามาตรานี้เป็นข้อจำกัดในการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และมีความพยายามเสนอแก้ไข แต่ถูกเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาโหวตตีตกไปเมื่อ 25 มิ.ย.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นเจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน 5 ประเด็น 13 มาตรา รวมถึงมาตรา 144 และมาตรา 185 (ห้า ส.ส. และ ส.ว. แทรกแซงการทำงานของข้าราชการ) ด้วย ทว่าร่างของเขาถูกรัฐสภาตีตก ท่ามกลางเสียงอภิปรายคัดค้านจากสมาชิสภาสูงว่าเป็นข้อเสนอที่ "ถอยหลังเข้าคลอง" และ "จะทำให้ป่าช้าแตกแน่นอน"
ความขัดแย้งใหม่?
จากความขัดแย้งทางความคิดที่เกิดขึ้นในวงประชุม กมธ.งบประมาณ 2565 ระหว่างสองพรรคฝ่ายค้าน ได้ลุกลามบานปลายเป็นข้อครหาทางการเมืองถึง พท. ทำให้แกนนำฝ่ายค้านถูกตั้งคำถามถึงการเออออไปกับ พปชร. ว่ามีเบื้องหน้า-เบื้องหลังในประเด็นอื่น ๆ หรือไม่ อาทิ
- ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติกลางเดือน ส.ค. นี้ - พท. ยืนยันว่าการตัดสินใจของ กมธ.งบประมาณ "ไม่เกี่ยวข้องกับสถานภาพการยอมรับในตัว พล.อ. ประยุทธ์ และรัฐบาล" และเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป
- การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ ซึ่งขณะนี้ร่างอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กมธ. - พท. ระบุว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่แนวคิดตรงกัน
- การ "ฮั้วกันในช่วงหลังเลือกตั้ง" - พท. ปฏิเสธว่า ไม่มีอะไรจะไปฮั้วกัน มีแต่เรื่องที่ต้องวางแผนต่อสู้แต่บังเอิญบางเรื่องก็มาตรงกัน




























