พล.อ. ประยุทธ์เปรียบภูเก็ตเป็น "ปราสาททราย" แต่ชวนทำให้เข้มแข็ง
"อยากให้ภูเก็ตเป็นปราสาท เพราะเราตั้งชื่อว่าแซนด์บ็อกซ์ พูดง่าย ๆ คือเราก่อร่างด้วยทรายขึ้นมา ปราสาททราย เราต้องเติมอิฐ หิน ปูนเข้าไปอีกเยอะ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ให้การท่องเที่ยวเรามีศักยภาพ มีคุณภาพ และปลอดภัย"
ประโยคข้างบนคือไฮไลต์ของคำปราศรัยของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในการเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว "HUG THAIS HUG PHUKET" ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง จ. ภูเก็ต เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 ก.ค.
วรรคทองนี้ ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทางโลกโซเชียลในเรื่องความเข้าใจในความหมายของคำว่า "แซนด์บ็อกซ์" และ "ปราสาททราย"
เวลา 14.00 น. ของวันที่ 1 ก.ค. นายกฯ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว "HUG THAIS HUG PHUKET" ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมือง
คำว่า HUG แปลความหมายตรงตัวตามภาษาอังกฤษว่าอ้อมกอด ส่วนอีกความหมายตามภาษาอีสานของไทยแปลว่ารัก
พล.อ. ประยุทธ์อธิบายที่มาของโครงการนี้ว่า เป็นการส่งต่อกำลังใจ โอบกอดคนไทยด้วยความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ยามที่คนไทยต้องการความรักและกำลังใจเพื่อจะผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลที่เตรียมการมาพอสมควร หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่วางแผนไว้ ก็เตรียมการเปิดพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ดังนั้น "ทุกคนบนเกาะภูเก็ตคือความหวังของทุกคนทั้งประเทศ"
ผู้นำรัฐบาลเล่าด้วยว่า ในระหว่างเดินทางลงพื้นที่เขาได้สังเกตภูมิทัศน์เมืองภูเก็ตตลอดทาง และอยากให้นักท่องเที่ยวประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก
"อยากให้ภูเก็ตเป็นปราสาท เพราะเราตั้งชื่อว่าแซนด์บ็อกซ์ พูดง่าย ๆ คือเราก่อร่างด้วยทรายขึ้นมา ปราสาททราย เราต้องเติมอิฐ หิน ปูนเข้าไปอีกเยอะ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ให้การท่องเที่ยวเรามีศักยภาพ มีคุณภาพ และปลอดภัย" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ ย้ำด้วยว่า ณ วันนี้ ต้องทำให้ปราสาททรายแห่งนี้ เป็นปราสาททรายที่แข็งแกร่งต่อไป ไม่ล่มสลายด้วยสถานการณ์โควิด หรือสถานการณ์อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราต้องมองไปข้างหน้าและย้อนไปข้างหลังด้วย
กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด "ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอย ครอบคลุมทั้งสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา


