เมียนมา: จากรุ่นสู่รุ่น ชีวิตที่ต้องลี้ภัยสงครามของชาวกะเหรี่ยง

Published

พลาว ลา เฮ หญิงชาวกะเหรี่ยง วัย 26 ปี และครอบครัวต้องละทิ้งบ้านเรือน และลี้ภัย หลังกองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศที่หมู่บ้านของเธอในรัฐกะเหรี่ยง ในระหว่างที่กองกำลังทหารกะเหรี่ยง ปะทะกับทหารของกองทัพเมียนมาเมื่อปลายเดือน เม.ย. 2564

การสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้งนับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทำให้ชาวกะเหรี่ยงมากกว่า 12,000 คน ต้องอพยพไปอยู่ในค่ายผู้อพยพบริเวณแนวชายแดน และส่วนหนึ่งเดินทางข้ามฝั่งมายังประเทศไทยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พลาว ลา เฮ ซึ่งกำลังท้องแก่ต้องอุ้มท้องลูกคนที่สองหนีออกจากหมู่บ้าน พร้อมลูกชายคนโตวัย 4 ปี แม่ และสามี เธอต้องหลบซ่อนอยู่ในป่านาน 12 วัน ในระหว่างที่ทหารทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ก่อนจะต้องเดินเท้านาน 2 วัน กว่าจะไปถึงค่ายผู้อพยพอิตูท่า ซึ่งเธอได้รับความช่วยเหลือ

"เราลำบากกันมาก เราหุงหาอาหารไม่ได้ เรากลัวว่าถ้าเราหุงหาอาหาร เครื่องบินจะมาทิ้งระเบิดถล่มเรา" พลาว ลา เฮ เล่าเหตุการณ์ขณะอยู่ในป่าให้บีบีซีไทยฟัง

พลาว ลา เฮ คลอดลูกคนที่สองอย่างปลอดภัยเมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่ นาว ลา เซ วา แม่ของ พลาว ลา เฮ บอกว่าเธอต้องหนีภัยสงครามมาตั้งแต่ยังจำความได้ จนถึงวันนี้ในวัย 54 ปี ก็ยังต้องอยู่ในสภาพเดียวกัน เหตุการณ์เลวร้ายที่ต้องเผชิญมาตลอด จากการที่กองทัพเมียนมาและกองทัพกะเหรี่ยงทำสงครามกันมานานหลายสิบปี ทำให้เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

อย่างไรก็ดี เธอมีความหวังเล็ก ๆ ว่าในอนาคตหลานของเธอจะไม่ต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้อีก

"ฉันมีความหวังสูงส่งสำหรับหลานชาย แต่ก็รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้"