ม.112 : เดวิด สเตร็คฟัสส์ นักวิชาการอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญกม.หมิ่นเจ้าที่ถูก ม.ขอนแก่น เลิกจ้าง

David Streckfuss

ที่มาของภาพ, หทัยรัตน์ พหลทัพ

คำบรรยายภาพ, เดวิด สเตร็คฟัสส์ เดินทางไปฟังผลการขอวีซ่าทำงานที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่นวันนี้ (19 เม.ย.)
Published
เวลาอ่าน: 2 นาที

เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ นี่คือคำถามสำคัญหลังจากเดวิด สเตร็คฟัสส์ นักวิชาการชาวอเมริกัน ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า 30 ปี ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่าถูกมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยกเลิกสัญญาจ้าง ส่งผลให้ทั้งใบอนุญาตทำงานที่ออกโดยกรมการจัดหางานและวีซ่าทำงานของเขาสิ้นสุดไปด้วย

จดหมายที่ มข. ส่งไปยังสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองขอนแก่นระบุว่า นายสเตร็คฟัสส์--ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นกำหนดเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2563 ถึง 15 ส.ค. 2564--จะสังกัดมหาวิทยาลัยถึงแค่วันที่ 19 มี.ค. "เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายได้"

นายสเตร็คฟัสส์ให้สัมภาษณ์กับข่าวสดอิงลิชช่วงเย็นวันที่ 16 เม.ย. ว่า หลังจากเขาร่วมกับสำนักข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ด (The Isaan Record)จัดกิจกรรมเกี่ยวกับอัตลักษณ์อีสานเมื่อเดือน ก.พ. ซึ่งมีนักเขียน ศิลปิน กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ นักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวทางสังคมมารวมตัวกัน และ "ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง" ไม่กี่วันหลังจากนั้น ได้รับแจ้งว่าสัญญาจ้างกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะถูกยกเลิกในอีก 30 วัน ซึ่งเท่ากับว่าต้องเริ่มกระบวนการขอวีซ่าทำงานใหม่ด้วย

นักวิชาการชาวอเมริกันผู้นี้บอกว่า ได้ยินจากแหล่งข่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตำรวจบางหน่วยได้เข้าพบกับอธิการบดีและคณบดีที่ทำงานร่วมกันกับสเตร็คฟัสส์ และตำรวจได้บอกฝ่ายธุรการว่าเขาไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง และจากนั้นฝ่ายธุรการก็ตัดสินใจยกเลิกสัญญาว่าจ้างเขาโดยไม่ได้ให้เหตุผลอะไร

หลังจากถูก มข. ยกเลิกสัญญาจ้าง นายสเตร็คฟัสส์ซึ่งมีอีกตำแหน่งหนึ่งเป็นผู้ประสานงานของบริษัทบัฟฟาโล่ เบิร์ด โปรดักชั่นส์ ที่บริหารงานสำนักข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ด ได้ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (work permit) กับกรมการจัดหางานและได้รับการอนุมัติเรียบร้อย จากนั้นจึงได้ดำเนินการขอต่ออายุวีซ่าประเภท Non-immigrant-B และนัดหมายให้มาฟังผลการพิจารณาในวันนี้ (19 เม.ย.)

นายเสตร็คฟัสส์กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมามีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมาหาที่ออฟฟิศบ่อยจนผิดปกติ "ราวกับมีเรื่องอื่นด้วย"

อย่างไรก็ดี พล.ต.ต. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) 4 ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวประชาไทในเรื่องนี้ว่า กระบวนการสัมภาษณ์ที่เกิดขึ้นโดย ตม. นั้นเกิดขึ้นหลังจากมีการยื่นขอกับ ตม. เพื่ออยู่อาศัยต่อ เป็นกระบวนการในการตรวจสอบตามปกติ

ล่าสุดวันนี้ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ได้แจ้งนายสเตร็คฟัสส์ว่าเจ้าหน้าที่ขอขยายเวลาการพิจารณาว่าจะอนุมัติวีซ่าหรือไม่ออกไปอีก 15 วันเพื่อตรวจสอบเอกสาร และนัดให้มาฟังผลในวันที่ 3 พ.ค. นี้

นายสเตร็คฟัสส์ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ ตม. ว่าเขา "สบายใจขึ้นมาก" เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าการพิจารณาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากบริษัทบัฟฟาโล่ เบิร์ด จดทะเบียนโดยถูกต้องตามกฎหมาย และเขาไม่มีคุณสมบัติขัดกับมาตรา 12(7) ของ พ.ร.บ.คนต่างด้าวที่จะไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าหากมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือเป็นบุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง

เจ้าหน้าที่ ตม. ยังได้ยืนยันกับเขาด้วยว่า ตม. ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปพบผู้บริหาร มข. เกี่ยวกับการจ้างงานของเขา หากมีจริงก็อาจเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยอื่น

เดวิด สเตร็คฟัสส์ คือใคร

เดวิด สเตร็คฟัสส์

ที่มาของภาพ, หทัยรัตน์ พหลทัพ

คำบรรยายภาพ, นายสเตร็คฟัสส์ (ที่สองจากซ้าย) ร่วมงานเทศกาลสิทธิมนุษยชนอีสาน

ประเด็นการเลิกจ้างนายเสตร็คฟัสส์ถูกนำไปเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองเนื่องจากนายสเตร็คฟัสส์ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และผู้เขียนหนังสือ "Truth on Trial in Thailand" ที่ว่าด้วยประเด็นเรื่องการหมิ่นประมาท การกบฏ และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในไทย

บทความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการเมืองไทย และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของเขา ได้รับการตีพิมพ์ในสื่อชั้นนำ เช่น บางกอกโพสต์ นิวยอร์กไทมส์ และวอลล์สตรีทเจอร์นัล ของสหรัฐฯ

สำนักข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ดก่อตั้งโดยชาวอเมริกัน 2 คนในโครงการ Princeton in Asia ให้เป็นสื่อที่รายงานเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมในอีสาน ต่อมานายสเตร็คฟัสส์ได้เข้ามาช่วยบริหารจัดการต่อ โดยในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา นายสเตร็คฟัสส์ช่วยหาทุนและทีมงานโดยขยายเนื้อหาจากภาษาอังกฤษอย่างเดียวมาเป็นภาษาไทยด้วย

ก่อนหน้านั้น เขายังเป็นผู้อำนวยการสำนักงานโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษานานาชาติ (Council on International Educational Exchange - CIEE) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดเวลากว่า 27 ปี

เมื่อถามว่าปัจจัยใดที่เขาคิดว่าทำให้โดนเลิกจ้างกะทันหัน นายสเตร็คฟัสส์ไม่ได้ตอบผู้สื่อข่าวข่าวสดอิงลิชโดยตรง แต่พูดถึงการติดตามรายงานข่าวของขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมาอย่างเข้มข้นของสำนักข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ด รวมถึงเหตุการณ์ที่ตัวเขาไปร่วมเสวนาเรื่องมาตรา 112 ซึ่งจัดโดยสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT) เมื่อต้นเดือน มี.ค.

112

ที่มาของภาพ, Routledge

ก่อนหน้านี้ หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการสำนักข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ด ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไปในทิศทางเดียวกันว่า ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่า มีตำรวจจาก สภ.ขอนแก่น มากดดันอธิการบดีและคณบดี โดยบอกว่านักวิชาการผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง

หทัยรัตน์ระบุว่า หลังจากนั้นสำนักข่าวเดอะอีสานเรคคอร์ด ซึ่งบริหารงานโดยบริษัทบัฟฟาโล่ เบิร์ด โปรดักชั่นส์ ได้ว่าจ้างนายสเตร็คฟัสส์ เข้าทำงานในฐานะผู้ประสานงานระหว่างประเทศและได้ยื่นขอใบอนุญาตทำงานอย่างถูกกฎหมาย

"ขณะนี้ติดอยู่ที่ขั้นตอนของตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 ที่ส่งทีมสอบสวนมาสอบปากคำพนักงานบริษัทแล้วถึง 3 รอบ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้รับคำตอบ"

ในหลวง

ที่มาของภาพ, Amazon.com

ร่วมเขียนหนังสือพระราชประวัติ ร.9

นายสเตร็คฟัสส์เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเขียนหนังสือ King Bhumibol Adulyadej, A Life's Work: Thailand's Monarchy in Perspective ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ EDM และวางจำหน่ายเมื่อ พ.ค. 2555 หนังสือเล่มนี้มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเนื้อหา (Editorial Advisory Board) และบุคคลที่มีชื่อเสียงอืน ๆ ร่วมเป็นกรรมการ เช่น ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ และ นายวิษณุ เครืองาม

หนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ "กลางใจราษฎร์" จัดพิมพ์โดยเอเซียบุคส์ มี ตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ เป็นบรรณาธิการ

พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์ นักข่าวอเมริกันผู้เขียนหนังสือ The King Never Smiles: A Biography of Thailand's Bhumibol Adulaydej ซึ่งเป็นหนังสือต้องห้ามในประเทศไทย ทวีตข้อความทางบัญชีทวิตเตอร์ของเขาหลังทราบข่าวว่านายสเตร็คฟัสส์อาจจะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยต่อไปว่า

"การที่เขาถูกบังคับให้ออกจากประเทศไทยทั้งที่อยู่มาหลายทศวรรษทั้งสอนหนังสือและให้คำปรึกษานักศึกษามามากมาย ตอกย้ำให้เห็นว่ารัฐบาลไทยที่อยู่ใต้การควบคุมของกองทัพช่างไม่รู้เรื่องอะไรเลย"

นายแฮนด์ลีย์บอกด้วยว่าผลงานของนายสเตร็คฟัสส์ได้รับความ "ชื่นชม" จากราชสำนักในรัชสมัยที่แล้ว

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์