มวยเด็ก: ตาต้า ป. ลาเสือ นักมวยเด็กวัย 9 ปี ต่อยมวยฝ่าวิกฤติโควิด-19 หาเลี้ยงครอบครัว

Published

พรภัทร หรือ ฉายา ตาต้า ป. ลาเสือ นักมวยเด็กวัย 9 ขวบ ไม่ได้ขึ้นชกมาได้ 5 เดือนแล้ว ตั้งแต่มีคำสั่งห้ามจากรัฐบาลไม่ให้มีการรวมตัวกันของคนจำนวนมากเพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทำให้ครอบครัวของเขาต้องขาดรายได้

แม่ของตาต้าเป็นแม่ค้าขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ริมถนน แต่เมื่อโรคโควิด-19 ระบาด ก็ขายของแทบไม่ได้เลย รายได้หลักของครอบครัวจึงมาจากการขึ้นชกของตาต้า

"แม่บอกกับผมว่า ถ้าผมชกมวยเหมือนกับพี่สาว วันหนึ่ง ผมจะซื้อบ้าน ซื้อรถ และ มีเงินให้แม่" ตาต้ากล่าว

อยากหลุดพ้นจากความจน

ตาต้าอาศัยอยู่กับแม่ และพี่สาววัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักมวยเยาวชนทีมชาติ ครอบครัวของตาต้าสนับสนุนให้เขาเป็นนักมวยอาชีพ ซึ่งนั่นอาจจะพาเขาและครอบครัวให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ อาชีพตำรวจ หรือทหารที่มียศสูง ๆ เงินเดือนสูงและโบนัสเยอะ ๆ ก็เป็นอีกเป้าหมายหนึ่ง

"รายได้หลัก ๆ ตอนนี้ของครอบครัวมาจากตาต้า เพราะแม่เองตอนนี้ก็ขายของไม่ได้ เงินจากการขึ้นชกครั้งล่าสุดของเขาช่วยแบ่งเบาภาระแม่ได้เยอะมาก เงินจำนวนนั้นช่วยให้แม่ปลดหนี้สินที่มีอยู่ไปได้เยอะ" สุรีพร เอี่ยมพงษ์ แม่ของตาต้ากล่าว

บาดเจ็บจากการชก

ตาต้าขึ้นชกมาแล้ว 20 ครั้ง ชนะ 15 ครั้ง และแพ้ 5 ครั้ง การขึ้นชกแต่ละครั้งตาต้าต้องเจ็บตัว

"ต่อยมวยเจ็บหน้าแข้งครับ หน้าแข้งบวม ผมก็เลยเอาน้ำแข็งมาประคบครับ ช่วยให้หายบวมได้" ตาต้ากล่าว

แม้จะสงสารลูกมากแค่ไหนที่เห็นลูกเจ็บตัวจากการชก แต่แม่ของตาต้าก็ยังคงมุ่งมั่นและสนับสนุนให้ตาต้าเป็นนักมวยอาชีพให้ได้เหมือนพี่สาวของเขา

"เวลาอยู่บนเวที เขาโดนนี่ เรารู้ว่าเขาเจ็บ แต่เขาเก็บอาการมากเลยค่ะ ตาต้าเขาจะเก็บอาการเก่ง เขาจะลงมาบอกข้างล่างว่าเป็นอะไร ถามว่าสงสารลูกไหมให้ลูกขึ้นชก แม่บอกเลยว่าสงสารเขามาก แต่ว่าเขาชอบ เขาชอบที่ได้ทำ เขาชอบที่จะเป็น เราก็ต้องสนับสนุนเขา เราก็แค่ให้กำลังใจลูกอยู่ห่าง ๆ แค่นั้นพอ"

ไปต่อหรือหยุดแค่นี้

ด้านสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า มีนักมวยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีในประเทศไทยอยู่ราว 300,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ได้เรียกร้องให้ยุติการนำเด็กมาขึ้นชก เพราะส่งผลชัดเจนต่อการเจริญเติบโต อีกทั้งทำให้เกิดปัญหาต่อระบบประสาทในระยะยาว สมองถูกทำลายอย่างรุนแรงและนำไปสู่ความพิการได้ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับในเรื่องนี้ ตราบใดที่ผู้ปกครองยินยอม ด็กก็ขึ้นชกได้

เมื่อ 3 ปีก่อน ตาต้าถูกจัดให้ขึ้นชกในรายการเดียวกันกับนักมวยเด็กวัย 13 ปี

ในเวลาต่อมา นักมวยเด็กคนนี้เสียชีวิตจากอาการเลือดออกในสมองหลังจากถูกน็อกบนเวทีในการชกกับนักมวยคนอื่น

ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล รศ. นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ กล่าวว่า

"จากการสแกนสองนักมวยเด็ก 250 คน พบว่า มีจำนวนหนึ่งที่สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองและระดับสติปัญญา"