โควิด-19 : เพื่อไทยเรียกร้องรัฐบาลลดงบปีหน้าจัดหาซื้ออาวุธ เพิ่มเงินเยียวยาผลกระทบการระบาด

แรงานต่างด้าว

ที่มาของภาพ, Reuters

Published

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 (ศบค.) เผยจากการตรวจเชิงรุก ทำให้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้้นต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้มีรายใหม่อีก 374 ราย พร้อมวอนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เข้ามาอยู่ในประเทศตั้งแต่ 29 ธ.ค. มาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน ด้านพรรคเพื่อไทยเสนอตัดงบกองทัพมาช่วยเยียวยาปัญหาโควิด-19 แทน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยในรายงานวันนี้ (17 ม.ค.) ว่า ยอดผู้ป่วยรายใหม่วันนี้เพิ่มขึ้นอีก 374 ราย โดยแบ่งเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 364 ราย ส่วนใหญ่มาจากการตรวจหาเชื้อเชิงรุกกว่า 321 ราย นอกจากนั้นเป็นการเข้ามาตรวจพบเชื้อในโรงพยาบาลอีก 43 ราย

นอกจากนี้ เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้ผู้ป่วยยืนยันสะสมยืนยันทั้งหมดเพิ่งเป็น 12,054 ราย ส่วนผู้ป่วยที่หายดีแล้วมีจำนวน 9,015 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้ยอดยังคงเดิมที่ 70 ราย

Nope

หากพิจารณาจากจำนวนผู้ป่วยสะสมในการระบาดระลอกใหม่นับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. เป็นต้นมา ทำให้มีผู้ป่วยสะสมยืนยันแล้ว 7,817 ราย และหายป่วยแล้ว 5,075 ราย โดยมีจังหวัดที่พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 61 จังหวัด

graphic

ที่มาของภาพ, ศบค.

คำบรรยายภาพ, นพ.ทวีศิลป์ระบุว่ายอดกราฟที่พุ่งสูงขึ้นเป็นผลมาจากการค้นหาเชิงรุก

เมื่อดูแยกตามจังหวัด พบว่า กทม. ยังคงพบผู้ป่วยรายใหม่ทุกวัน ล่าสุดมีทั้งหมด 10 ราย โดยพบผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 1 ขวบ-78 ปี จึงทำให้ ศบค.ชุดเล็ก ได้หารือร่วมกับ กทม. เนื่องจากพบว่า เมื่อดูไทม์ไลน์ประชาชนที่ติดเชื้อมีการเดินทางจำนวนมาก และยังพบสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลา และมีการดำเนินคดีอย่างเข้มงวดไปแล้ว

"ถ้าเราค้นหาเชิงรุกจะได้ยอดผู้ป่วยสะสมจะพุ่งสูงขึ้น จึงต้องการให้ประชาชนให้ความร่วมมือ" นพ. ทวีศิลป์กล่าว

วอนแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายลงทะเบียน

นอกจากประเด็นการค้นหาเชิงรุกแล้ว สิ่งที่ ศบค. ต้องการเรียกร้องไปยังนายจ้างหรือกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในประเทศมาตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา ให้เข้ามาลงทะเบียนที่กระทรวงแรงงานได้เตรียมการไปแล้วก่อนหน้านี้ผ่านระบบออนไลน์ในระหว่างวันที่ 15 ม.ค. - 13 ก.พ. นี้

กลุ่มแรงงานต่างด้าว

ที่มาของภาพ, EPA

โดยคาดว่ามีจำนวนแรงงานต่างด้าวจากเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาโดยผิดกฎหมายจำนวนราว 5 แสนคน แต่เพื่อเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรค พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับการผ่อนผันอนุโลมให้สามารถพำนักในประเทศได้ เช่นเดียวกันกับแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย 2.5 ล้านคนในระบบ

"ขอร้องว่าไม่ต้องไปเอาเข้ามาเพิ่มอีก วันนี้เข้ามาก็จะไม่ได้รับอนุญาต แต่สำหรับท่านเข้ามาอยู่แล้วตั้งแต่ 29 ธ.ค. ถือว่าท่านได้สิทธิที่ท่านจะได้ขึ้นทะเบียน ขอร้องกลไกกระบวนการค้ามนุษย์อย่านำเข้ามาเพิ่มเติ่ม ณ ตอนนี้ ขอท่านอย่าทำเด็ดขาด เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญสูงที่สุด" นพ. ทวีศิลป์กล่าวย้ำ

พรรคเพื่อไทยเรียกร้องรัฐบาลตัดงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เพื่อใช้เยียวยาปัญหาโควิด-19

ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงถึงการจัดสรรงบประมาณในปี 2565 โดยตัดงบลงทุนส่วนใหญ่ลงว่า ขณะนี้ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ดังนั้นรัฐบาลควรเพิ่มงบลงทุนเพื่อให้มีเงินในธุรกิจหมุนเวียน และในครั้งนี้มีการระบาดซ้ำซึ่งรุนแรงกว่าครั้งแรก นายกรัฐมนตรีควร ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนมากกว่านี้ และไม่ควรอ้างว่าไม่มีเงิน เพราะจากการตรวจสอบ การจัดสรรงบประมาณของกองทัพ

ภาพแถลงข่าว

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai

เขาเห็นว่าในงบประมาณปี 2565 ยังมีการขอจัดซื้อ อาวุธยุทโธปกรณ์โดยในส่วนของกองทัพเรือ มีการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนอีก 2 ลำ 25,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีข้อมูล การตั้งงบประมาณในส่วนของกองทัพบก การจัดหาเฮลิคอปเตอร์ 4,226 ล้านบาท และยังมีโครงการจัดหายานเกราะและจัดหายานเกราะล้อยางรวม 6,152 ล้านบาท ส่วนกองทัพอากาศ มีโครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีขนาดเบา 4,500ล้านบาท การสร้างโครงการจัดหากระสุนและวัตถุระเบิดของกองทัพอากาศ 900 ล้านบาท และโครงการปฏิบัติการในอวกาศรวม 6,000 กว่าล้านบาท ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังมีอยู่

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องเลิกและตัดงบประมาณการจัดซื้อเหล่านี้ออกไปซึ่งรวม 3 เหล่าทัพ มีโครงการที่ยังไม่จำเป็นในตอนนี้ถึง 38,000 ล้านบาทบาท ดังนั้นควรนำเงินเหล่านี้มาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกจังหวัดไม่ใช่เฉพาะ 28 จังหวัดซึ่งจะช่วยประชาชนคนละ 3,500 บาทได้ถึง 5.43 ล้านคน