รัฐบาลยืนยันยุติคอนเสิร์ต “บิ๊กเมาน์เท่น” เพื่อป้องกันโควิด-19 แต่ผู้ร่วมงานเชื่อมาจากปัจจัยทางการเมือง

ที่มาของภาพ, majestic_potency/Sweet Mullet
แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขและจังหวัดนครราชสีมาออกมาชี้แจงว่า การสั่งยกเลิกการจัดเทศกาลดนตรี บิ๊กเมาน์เท่น เฟสติวัล 2020 กลางคันมาจากเหตุผลทางแพทย์เป็นหลักหลังจากผู้จัดงานไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ที่เสนอไว้ได้ แต่ผู้ร่วมงานยังมีข้อกังขาและตั้งคำถามว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากการแสดงออกทางการเมืองหรือไม่
การตัดสินใจของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ. นครราชสีมา ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ให้ระงับคอนเสิร์ตกลางคัน กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่ง ซึ่งได้ร่วมงานแสดงดนตรีดังกล่าวต่างแชร์ภาพเหตุการณ์หลายช่วงในงานที่มีการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองในลักษณะเดียวกับกลุ่ม "ราษฎร"
เทศกาลดนตรี บิ๊กเมาน์เท่น เฟสติวัล 2020 มีกำหนดการจัดระหว่างวันที่ 12-13 ธ.ค. จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 ภายใน สนามกอล์ฟ ดิโอเชียน อ.ปากช่อง และถือเป็นงานใหญ่ประจำปีนี้ของจังหวัด โดยนายยุทธนา บุญอ้อม หรือ "ป๋าเต็ด" รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ หน่วยงานโชว์บิสของบริษัทบันเทิงและดนตรียักษ์ใหญ่
เกิดอะไรขึ้นที่ "บิ๊กเมาน์เท่น"
นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาบอกบีบีซีไทยว่างานแสดงดนตรีครั้งนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ ทำให้ทุกฝ่ายต้องลงไปดูงานเองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครองราว 50 คน ฝ่ายสาธารณสุขราว 40 คน ฝ่ายตำรวจกว่า 50 นาย และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมทั้งตัวเขาด้วย
เขาบอกว่าเป็นเรื่องปกติของงานใหญ่ ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบสถานการณ์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
รองผู้ว่าฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาคือหนึ่งในผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ออกตรวจร่วมกับคณะผู้จัดงาน และมีการกำชับให้ดำเนินการตามแผนที่เคยเสนอ ซึ่งเป็นแผนที่ค่อนข้างดี แต่เมื่อมาหน้างานจริง ๆ เขาเห็นว่าผู้จัดงานไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ตัดสินใจช้า โดยเฉพาะเมื่อจำนวนผู้ร่วมงานเพิ่มขึ้นจำนวนมากจนแออัด คนรอเข้างานนานกว่า 3-4 ชั่วโมง และประเมินว่าในวันแรกมีผู้ร่วมงานกว่า 45,000 คนจากที่บริษัทกำหนดขายบัตรจำนวน 50,000 ใบ

ที่มาของภาพ, Facebook/ปกรณ์ พรชีวางกูร
นายศักดิ์สิทธิ์อธิบายว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ทางผู้จัดไม่สามารถจัดการแก้ปัญหาได้ คณะกรรมการฯ จึงมีมติที่ให้ยกเลิกงานดังกล่าวในวันที่ 13 ธ.ค. แต่ทางผู้จัดงานได้ยื่นอุทธรณ์และยื่นแผนการบริหารจัดการอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างยื่นอุทธรณ์ ผู้จัดงานยังไม่ได้แจ้งยกเลิกการจัดงานจึงทำให้ผู้ที่ซื้อตั๋วบางส่วนทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลาเที่ยงของวันที่ 13 ธ.ค. ต่อมาในช่วงค่ำของวันเดียวกันคณะกรรมการฯ มีมติยืนยันให้ยกเลิกงาน และผู้จัดงานประกาศผ่านเฟซบุ๊กแจ้งการยุติกิจกรรมในเวลา 22.00 น. และยินดีคืนเงินค่าบัตรให้กับผู้ชม
ส่วนนายยุทธนาระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "ขอโทษที่ทำได้แค่นี้ครับ"
ไม่เกี่ยวกับการเมือง
เมื่อสอบถามเรื่องภาพที่ปรากฏตามโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการแสดงสัญลักษณ์เชิงการเมืองระหว่างการแสดงดนตรี รองผู้ว่าฯ จ.นครราชสีมาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าการระงับคอนเสิร์ต "ไม่มีเหตุผลทางการเมือง"
"เราประชุมเสร็จตั้งแต่ตอนเย็นของวันที่ 13 ธ.ค. และเราไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ และไม่ได้เอาเรื่องนี้มาพิจารณา และไม่อยู่ในความคิดของคณะกรรมการฯ ทุกคน เราเน้นเรื่องสาธารณสุขเป็นหลัก" เขากล่าว

ที่มาของภาพ, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งการยกเลิกการจัดงาน ในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง
ทั้งนี้ เขากล่าวว่า รัฐบาลต้องใช้มาตรการกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะไม่ต้องการปล่อยให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อจากคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ในเบื้องต้นไม่พบผู้ป่วยโควิด-19 เข้าไปในงานคอนเสิร์ตดังกล่าว จึงไม่ต้องมีการกักตัวผู้มาร่วมงานคอนเสิร์ต
คำถามจากผู้ร่วมงานบางส่วน
ทว่าผู้ที่เข้าร่วมงานจำนวนหนึ่งรวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนจากฝ่ายค้านต่างแสดงความคิดเห็นแย้งกับท่าทีของรัฐบาลและตั้งคำถามถึงการดำเนินการของฝ่ายรัฐเป็นการดำเนินการสองมาตรฐานหรือไม่ และมีความเกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองหรือไม่
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว ตอบโต้นายอนุทิน พร้อมนำภาพขณะที่นายอนุทิน ไปร่วมงานยอยศยิ่งใหญ่อยุธยามรดกโลก 2563 ซึ่งไม่สวมหน้ากากอนามัยป้องกัน และไม่เว้นระยะห่าง ในขณะที่มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากเช่นกัน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
ขณะที่นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือที่รู้จักในนาม "พ่อยกแห่งชาติ" ท่อน้ำเลี้ยงม็อบราษฎร" หนึ่งในผู้ที่ร่วมงานคอนเสิร์ตครั้งนี้เล่าให้บีบีซีไทยว่า เขาเชื่อว่าคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่นครั้งนี้ถูกเพ่งเล็งจากฝ่ายรัฐมาตั้งแต่นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ "แอมมี่ The Bottom Blues" ศิลปินนักร้องที่เข้าร่วมการปราศรัยและแสดงบนเวทีของกลุ่ม "ราษฎร" และประกาศว่าจะขึ้นเล่นดนตรีในงานนี้ แต่ต่อมาต้องประกาศยกเลิกการเล่นดนตรีอย่างกระทันหัน หนึ่งวันก่อนขึ้นแสดง ซึ่งแอมมี่ไม่ได้บอกเหตุผลที่เขาไม่รวมแสดงดนตรี เพียงแต่โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า "เพื่อความเป็นธรรมกับทุกศิลปินเราปรึกษากันแล้วการที่เป็นผมไม่ไปขึ้นบิ๊กเมาน์เท่นจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เมื่อถามว่าเมื่อตัดปัจจัยการขึ้นแสดงของแอมมี่ไปแล้ว ยังมีปัจจัยอะไรที่ทำให้เชื่อได้ว่างานครั้งนี้อยู่ในสปอตไลท์ของทางการ นายปกรณ์กล่าวว่า สิ่งที่อาจจะทำให้เข้าใจอีกอย่างคือ จุดยืนทางการเมืองของผู้จัดงานนี้ที่สนับสนุนฝั่งประชาธิปไตย นอกจากนี้กิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันแรก ถือว่ามีความเข้มข้นอย่างมาก
"การสั่งยุติคอนเสิร์ต โดยอ้างเหตุการณ์ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นเรื่องไม่สมเหตุผล" เขาให้ความเห็น
เป็ดยางสีเหลือง-ห่อผ้าคลายห่อศพ-ชูสามนิ้ว
นายปกรณ์เล่าว่าเหตุการณ์ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือภาพศิลปินวง Sweet Mullet แต่ตัวในชุดอาสากู้ชีพและแบกมัดผ้าสีขาวมีรอยคล้ายคราบเลือดขึ้นเวที จนทำให้เกิดการตีความไปต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะเหตุการณ์อุ้มหายของนักกิจกรรมทางการเมือง และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังวันครบรอบสองปีการหายตัวไปของนายสุรชัย แซ่ด่าน สหายภูชนะ และสหายกาสะลอง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนพบเป็นศพถูกมัดถ่วงน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันสามารถพิสูจน์ได้เพียงว่า เป็นศพขอสหายภูชนะ และสหายกาสะลองเท่านั้น

ที่มาของภาพ, majestic_potency/Sweet Mullet

ที่มาของภาพ, majestic_potency/Sweet Mullet
นายปกรณ์เล่าต่อว่า ในระหว่างการเล่นดนตรีของวง Taitosmith มีการปล่อยเป็ดยางสีเหลือ 20 ตัวให้ผู้ชมได้โยนเล่น และมีการร้องเพลงของ The Bottom Blues ที่เคยร้องในการชุมนุมอีกด้วย
วงดนตรีแจงยืนยันไม่เกี่ยวกับประเด็นการเมือง
ต่อมาในวันที่ 15 ธ.ค. กลุ่มศิลปิน Sweet Mullet ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า การแต่งกายในชุดอาสากู้ภัยและแบกมัดผ้าไม่เกี่ยวโยงกับประเด็นการเมือง และขอให้สังคมเข้าใจเจตนาที่แท้จริง
"จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงาน Big Mountain พวกเราอยากขออธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจตามนี้ครับ ปีนี้งาน Big Mountain มีคอนเซ็ปต์ "งานเดียวเที่ยวทุกเทศกาล" ซึ่งในทุก ๆ ปีไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคอนเซ็ปต์พวกเราก็จะครีเอทชุดที่จะใส่แสดงบนเวทีอยู่เป็นประจำ และปีนี้เพื่อให้เข้ากับธีมของงานและเวที Black Stage ที่เราได้ขึ้นโชว์ซึ่งเป็นธีมเทศกาลฮาโลวีน เราจึงมีไอเดียที่จะทำโชว์ให้เข้ากับธีมเวทีจึงได้คิดไอเดียชุดและอุปกรณ์ในการแสดงเป็นทีมหน่วยอาสากู้ภัย การทำโชว์ของพวกเราจึงออกมาเป็นอย่างที่ทุกคนเห็น พวกเรามีเจตนาเท่านี้จริง ๆ ครับ จึงอยากขอชี้แจงให้ทุกคนทราบ ขอบคุณทุกคนที่รับฟัง และเข้าใจพวกเราครับ"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
นายปกรณ์กล่าวว่า สมาชิกวง Lomosonic สวมใส่เสื้อที่มีภาพของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการผู้ลี้ภัยการเมืองในฐานความผิดตามมาตรา 112 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีศิลปินหลายคนที่ประกาศบนเวทีด้วยถ้อยคำที่เคยใช้บนเวทีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร เช่น "ศักดินาจงพินาจ ประชาราษฎร์จงเจริญ" "เก่งมาก กล้ามาก ขอบใจ" รวมทั้งนำผู้ชมคอนเสิร์ตชูสามนิ้วด้วย

ที่มาของภาพ, Facebook/ปกรณ์ พรชีวางกูร
"เป็นเวทีคอนเสิร์ตที่ศิลปินมาแสดงออกทางการเมืองมากที่สุด และคนดูมีอารมณ์ร่วมทางการเมืองไม่แพ้ศิลปิน" เขาอธิบายบรรยายบรรยากาศและความรู้สึกถึงถึงคอนเสิร์ตผ่านข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.)





























