66 ปี บังคับสูญหาย หะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนา ผู้นำทางศาสนาและการเมืองคนสำคัญของปาตานี
วิดีโอโดย ราชพล เหรียญเจริญ ผู้สื่อข่าววิดีโอบีบีซีไทย
"พี่จากน้องไป คือเพื่อไปศึกษาหาความรู้นอกประเทศเพื่อรักษาศาสนาและประเทศชาติซึ่งที่เรารัก ในการจากไปนั้น ในขณะนี้ก็กำลังเรียนที่มหาวิทยาลัยบางขวาง เมื่อไม่สำเร็จครูก็ยังไม่ให้เราออกจากเรียน เมื่อสำเร็จแล้ว เราก็ได้ออกกลับมาสอนลูก ๆ หลาน ๆ เราไปเพื่ออนาคต" ข้อความในจดหมายฉบับหนึ่งของหะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนา ผู้นำทางศาสนาและการเมืองคนสำคัญของปาตานี ที่เขียนถึงภรรยา เมื่อ 25 ส.ค. 2493 จากเรือนจำบางขวาง จ.นนทบุรี ส่งถึงบ้านที่ปัตตานี
กระดาษเก่าสีน้ำตาลบรรจุเนื้อความจดหมายที่เขียนเป็นภาษาไทยข้างต้น เป็นหนึ่งในจดหมายกว่า 20 ฉบับ ที่ส่งมาถึงครอบครัวระหว่างต้องโทษในข้อหากบฏในราชอาณาจักรระหว่างปี 2491-2495 ไม่นานหลังจากยื่นข้อเสนอ 7 ประการ เพื่อสิทธิทางการปกครองและวัฒนธรรมของคนปาตานี
หลบเข้ามาไม่กี่ก้าวจากถนนรามโกมุทกลางย่านเก่ากลางเมืองปัตตานีอันจอแจ บ้านของหะยีสุหลงซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ไม่กี่ปีมานี้ตั้งอยู่อย่างสงบเงียบ ที่นี่คือสถานที่ประวัติศาสตร์ที่หะยีสุหลงใช้จัดทำข้อเสนอ 7 ประการ ซึ่งนักวิชาการผู้ศึกษาความเป็นไปในชายแดนใต้คนหนึ่ง บอกว่าเป็นรากฐานการเรียกร้องอิสรภาพทางวัฒนธรรมของชาวมลายูมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ในบริเวณเดียวกันมีสุเหร่าที่เดิมเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามแห่งแรกที่ก่อตั้งโดยเขาด้วย
ชีวิตและการต่อสู้ของหะยีสุหลง โลดแล่นอยู่ในช่วง 2470-2497 ก่อนประวัติศาสตร์บันทึกฉากสุดท้ายว่าเป็นผู้ที่ถูก "รัฐ" อุ้มฆ่า บังคับสูญหายที่ทะเลสาบสงขลา พร้อมบุตรชายคนโตและเพื่อนรวม 4 คน เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2497
ปี 2563 ครบ66 ปีที่เขาถูกบังคับสูญหาย ภาพของหะยีสุหลงกลับมาปรากฏอีกครั้ง ผ่านป้ายประท้วงบนท้องถนนและสถานศึกษาในการชุมนุมแฟลชม็อบของคนรุ่นใหม่ เรียกร้องต่อผู้มีอำนาจเกี่ยวกับการอุ้มฆ่านอกกฎหมายนักเคลื่อนไหวหลายชีวิตที่พวกเขาเชื่อว่ากระทำโดยรัฐ
หะยีสุหลงอยู่ในทรงจำของผู้คนอย่างไร และเขาได้ทิ้งมรดกสำคัญอะไรไว้บ้าง บีบีซีไทยสนทนากับทายาทรุ่นที่สองและสามเล่าถึงชีวิตและความคิดของผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวปาตานี