โควิด-19 : ไทยพบผู้ป่วยเพิ่ม 15 ราย ยอดผู้ป่วยอยู่ใน รพ.น้อยที่สุด 277 คน

Published

ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มเติมวันนี้ (26 เม.ย.) 15 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,922 ราย เผยยอดรวมผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาลวันนี้น้อยที่สุดจำนวน 277 คน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่าจากสถิติพบว่าผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี มากที่สุด จำนวน 699 คน เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการหนักและส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จากตัวเลขนี้ย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นต่อการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพราะผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน

โฆษก ศบค. ได้กล่าวถึงการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เพื่อกลับสู่ภาวะปกติว่าจากภาวะการเกิดโรคคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อเป็นคนวัยทำงานทั้งสิ้นและไม่มีอาการ หากกลับไปใช้ชีวิตตามปกติจะมีโอกาสติดเชื่อจากคนเหล่านี้ได้มาก ปัจจัยที่จะสามารถกลับไปอยู่ในภาวะปกติได้คือ ต้องมียารักษาไม่ใช่แค่ยาต้านไวรัส และต้องมีวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งคาดว่าจะมีในต้นปีหน้า ระหว่างนี้แนะให้ประชาชนปรับชุดพฤติกรรมเพื่อการควบคุมโรคให้ได้

ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อในกลุ่มคนเข้าเมืองผิดกฎหมายซึ่งมีรายงานเมื่อวานนี้ (25 เม.ย.) ที่ศูนย์กักคนเข้าเมืองใน อ.สะเดา จ.สงขลา ยังคงมีผู้ป่วยโควิด-19 เท่าเดิม 42 ราย ไม่มีรายงานเพิ่มเติมในวันนี้ ส่วนใหญ่อาการป่วยไม่หนักไปจนถึงไม่มีอาการ แต่เจ้าหน้าที่ยังมีการเฝ้าระวัง

โฆษก ศบค. กล่าวว่า การพบผู้ป่วยในกลุ่มของแรงงานต่างชาติเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นผู้ป่วยที่รัฐได้เข้าไปค้นหาเชิงรุก (Active findind case) ภายหลังจากได้บทเรียนจากประสบการณ์ของประเทศสิงคโปร์ที่พบการติดเชื้อในแรงงานต่างชาติเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่อยู่อาศัยในหอพักที่แออัด ขณะที่ทางกระทรวงสาธารณสุขของไทยเอง ก็กำลังดำเนินมาตรการค้นหาในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งเข้าไปตรวจสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ไม่ให้เป็นแหล่งรังโรค

รายละเอียดของผู้ป่วยที่เพิ่มมา 15 ราย ในวันนี้

  • ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 4 ราย
  • ไปสถานที่ชุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยวใน (กรุงเทพฯ) 3 ราย
  • อาชีพเสี่ยง (นครปฐม) 1 ราย
  • การค้นหาเชิงรุกในชุมชน (ยะลา) 2 ราย
  • ผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักตัวของรัฐ 5 ราย (จากยูเออี 4 รายที่ กทม. และจากเนเธอร์แลนด์ 1 ราย ที่ จ.ชลบุรี)