แพรวา : ทนายผู้เสียหายคดีแพรวาชี้ "กองทุนยุติธรรม" ไม่ได้มีไว้ชำระหนี้แทนใคร

แพรวา

ที่มาของภาพ, BBC Thai

Published
เวลาอ่าน: 1 นาที

ทีมทนายของครอบครัวผู้เสียชีวิตจากกรณี น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือ "แพรวา" ขับรถยนต์ชนรถตู้โดยสารบนโทลล์เวย์เมื่อปี 2553 ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของฝ่ายจำเลยที่ให้กองทุนยุติธรรมจ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยระบุว่า กองทุนยุติธรรมไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์นี้

สังคมกลับมาให้ความสนใจโศกนาฏกรรมนี้อีกครั้งหลังจากที่นายวรัญญู เกตุชู หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ น.ส.อรชร ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น "รวินภิรมย์ อรุณวงศ์" ซึ่งมีอายุ 16 ปี ขณะเกิดเหตุ ขับรถยนต์ชนรถตู้โดยสารบนโทลล์เวย์ขาเข้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 รายและบาดเจ็บ 4 ราย ได้ออกมาโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ บอกเล่าถึงการต่อสู้ทางคดีของกลุ่มผู้เสียหายที่กินเวลานานถึง 9 ปี โดยไร้เงินเยียวยา

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพ.ค. 2562 ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียให้โจทก์ทั้ง 28 รายเป็นเงินประมาณ 24 ล้านบาท

วันนี้ (18 ก.ค.) นางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มารดาของแพรวาได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ "โหนกระแส" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 SD โดยยืนยันว่าทางครอบครัวไม่ได้หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย แต่ขณะนี้ยังไม่พร้อม จึงยังไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้ได้

"อยากเรียนญาติผู้สูญเสียทุก ๆ ท่านเลยนะคะว่า ดิฉันเองและสามี ทั้งครอบครัวอยากแสดงความจริงใจและบริสุทธิ์ใจให้เห็นว่า เรามีทรัพย์สินอยู่ตรงนี้ ที่พร้อมจะมอบ พร้อมที่จะขายให้กับทุก ๆ ท่าน เพราะว่าตัวเงินเรามีไม่พอที่จะไปวางศาล เวลามันถึงต้องเลยมาถึงป่านนี้ ต้องขอโทษว่าหาเงินไม่ทันจริง ๆ" นางลัดดาวัลย์กล่าวในรายการ

นอกจากนี้ นางลัดดาวัลย์ยังได้ร้องขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่คือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตไปก่อน

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

"ฝากเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านใหม่...ดิฉันร้องขอ ขอให้ช่วยอนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมช่วยเยียวยาทุก ๆ ท่านแทนดิฉันไปก่อนได้ไหมคะ แล้วให้ดิฉันไปเป็นลูกหนี้กองทุนยุติธรรมแทน ดิฉันมีโฉนดตรงนี้ค้ำประกันได้หมดเลย แล้วขายได้ทรัพย์ก็จะเอาเงินตรงนี้ไปใช้คืนหลวง คืนกองทุนยุติธรรมค่ะ มันจะได้ไม่ช้า ดิฉันสงสาร ดิฉันเข้าใจรู้สึกถึงความเศร้าเสียใจของทุก ๆ คน แต่มันเกินกำลังตอนนี้จริง ๆ ค่ะ" นางลัดดาวัลย์กล่าวในรายการ พร้อมกับประกาศขายที่ดิน 21 ไร่ ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และที่ดิน 300 ตารางวา ย่านเมืองทองธานีเพื่อนำเงินมาเป็นค่าชดเชยให้ผู้เสียหายทั้งหมดตามคำสั่งศาล

บีบีซีไทยสอบถามความเห็นของ น.ส.อิสรีย์ยา ยืดยาวคง ทนายความประจำศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายของผู้เสียหายในคดี "แพรวา 9 ศพ" ถึงสถานการณ์ล่าสุดของฝ่ายผู้เสียหายและความเห็นต่อข้อเสนอของนางลัดดาวัลย์

คิดอย่างไรต่อข้อเสนอของนางลัดดาวัลย์ที่ให้กระทรวงยุติธรรมนำเงินกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหายไปก่อน

ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ เพราะทางปฏิบัติหากมีสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน ต้องเอาโฉนดขายทอดตลาด ได้เงินเท่าไหร่ถึงมาให้ฝ่ายผู้เสียหาย กองทุนแต่ละกองก็มีนโยบายและวัตถุประสงค์เฉพาะ ซึ่งกองทุนนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือแบบนี้ มันไม่มีและไม่เคยมี ในทางปฏิบัติมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น

กองทุนยุติธรรมมีหน้าที่ดูแลผู้ได้รับความเสียหายจากคดีอาญา อย่างเช่นคนที่เป็นแพะ คุ้มครองพยานหรือไม่มีเงินประกันตัว ไม่ใช่ให้เงินคุณเพื่อให้คุณมาชำระหนี้อีกที หนี้คุณก่อขึ้นเอง หนี้แพ่งไม่ใช่หนี้อาญา คุณต้องเอาหลักทรัพย์ของคุณมาให้ทางทนายโจทก์ เขาจะได้เอาตัวเลขทรัพย์สินไปให้กรมบังคับคดีอายัด กรมบังคับคดีมีหน้าที่ขายทอดตลาด หรือถ้าบอกว่าจะขายเอง คุณขายเองได้ไหมตอนนี้ คุณบอกขอเวลาขายแล้วจะเอาเงินมาชำระหนี้ก็ได้ แต่คุณจะโยนให้คนอื่นรับผิดชอบแทนมันไม่ถูกต้อง

แต่ดิฉันก็ไม่รู้ว่าตอนนี้กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายใหม่เกี่ยวกับกองทุนนี้หรือเปล่า เพราะทุกอย่างมันมีข้อยกเว้น กองทุนก็อาจจะมีนโยบายอะไรใหม่ก็ได้ อันนี้ไม่ขอก้าวล่วงแล้วกัน

ตัวแทนตระกูลเทพหัสดินแถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ตัวแทนตระกูลเทพหัสดินแถลงข่าววอนขอให้หยุดพาดพิงถึงตระกูลจากกรณี "แพรวา" พร้อมตั้งกองทุน 500,000 บาท ให้ผู้เสียหายสำรองจ่ายในการติดตามบังคับคดี

มองว่าเป็นการดึงเรื่องให้ยืดเยื้อกว่าเดิมหรือเปล่า

ทุกคดีแพ่งมันไกล่เกลี่ยกันได้ตลอดเวลา แล้วทุนทรัพย์ที่ศาลให้ เราขอไป 100 กว่าล้าน ศาลให้ 20 กว่าล้าน ถ้าคุณเจตนาดีจริง คุณมาเคลียร์ตั้งแต่ศาลชั้นต้น อาจจะขอยกเว้นค่าดอกเบี้ย คิดว่าเราจะไม่ให้เหรอ เพราะทางทีมทนายก็ให้โอกาสมาตลอดนะ เราพูดตลอดว่าทุกคนมีค่ามากกว่าเงินอยู่แล้ว แค่เยียวยาความเสียหาย ถ้าเราคิดแบบทนายจำเลยเราอาจจะมองว่าดึงไปถึงศาลฎีกา อาจต้องเสียน้อยกว่านี้ แต่คุณไม่คิดเหรอว่าดอกเบี้ยมันก็เดินนะ

การปรากฏตัวของแพรวา

ในส่วนของคดีแพ่ง เขาไม่เคยปรากฏตัวในศาลเลย วันที่ศาลนัดจะมีทนายของเขามา พ่อแม่ก็ไม่มา เขายื่นหนังสือแทนกันซึ่งศาลก็ไม่รับ ส่วนคดีอาญานั้นต้องมา เพราะถ้าไม่อย่างนั้นจะถูกออกหมายจับได้ ส่วนครั้งล่าสุดที่ได้เจอเขาคือช่วงปี 2554-2556 ตอนนั้นคดีอาญาจบไปแล้ว ศาลสั่งให้เขาบำเพ็ญประโยชน์ แต่มีรายงานว่าเขาไม่ไปบำเพ็ญประโยชน์และมีปัญหากับกรมบังคับคดี ศาลจึงเรียกตัวไปไต่สวนว่าบำเพ็ญประโยชน์จริงหรือไม่

ทีมทนายมองว่าการที่กฎหมายกำหนดให้ผู้เสียหายต้องสืบทรัพย์และเดินเรื่องบังคับคดีเองเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้เสียหายหรือไม่

ตรงนี้ก็สมควรที่จะแก้ คุณต้องไปวางเงินที่กรมบังคับคดีนะถ้าจะให้เขาทำงานให้ แล้วมันก็ผลักภาระให้ทางโจทก์ แต่ถ้าคดีเสร็จก็ไปหักกับจำเลยได้ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ควรให้ทางโจทก์สำรองออกไปก่อนเพราะโจทก์ก็บอบช้ำอยู่แล้ว ตั้งแต่ชั้นต้นแล้ว บางรายขอยกเลิกค่าธรรมเนียมศาลก็ไม่ให้ เพราะยังมีอาชีพอยู่ ถ้าแก้ไขได้ก็อยากแก้เป็นว่าให้ผู้เสียหายได้ทรัพย์มาก่อนแล้วค่อยหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ คือ ไม่ควรให้ทางโจทก์สำรองจ่ายไปก่อน เพราะเงินตรงนี้อาจนำไปใช้ทำอะไรได้มากมาย

คดีนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คนที่เป็นชาวต่างชาติ ค่าชดเชยส่วนของเขาเป็นอย่างไร

คุณมูฮัมหมัด ชาคีบ อดีตนักศึกษาปริญญาโท สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ชาวมัลดีฟ ก็ยื่นฟ้องด้วย ซึ่งศาลสั่งให้เขาได้ค่าเสียหายประมาณแสนกว่าบาทเพราะเขาได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่เราก็จะดำเนินการให้เขาด้วย สรุปแล้วตอนนี้ยังไม่มีใครได้เงิน ยกเว้นรายเดียวที่ได้รับเงินตอนไกล่เกลี่ย ซึ่งเขาก็โดนกดค่าเสียหายจนต่ำ แต่เขายอมรับได้เพราะเขามีความจำเป็น เขายอมทำสัญญายอมความได้คดีเดียว แต่เขาไม่อยากออกสื่อ เพราะเขาเจ็บปวด