You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

ประมวลข่าวการชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" 21 ต.ค. เคลื่อนขบวนไปทำเนียบฯ

หกวันหลังจากถูกสลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเช้ามืดวันที่ 15 ต.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมที่เปลี่ยนชื่อจาก "คณะราษฎร" เป็น "ราษฎร" รวมตัวเคลื่อนขบวนไปทำเนียบฯ อีกครั้ง

รายงานสด

  1. สวัสดี

    บีบีซีไทยขอขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามการรายงานสดผ่านไลฟ์เพจในค่ำนี้ ขณะนี้การชุมนุมในวันนี้ยุติลงแล้ว บีบีซีไทยขอลาผู้อ่านไปก่อน จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ

  2. "ราษฎร" แยกย้าย

    ระหว่างแกนนำคณะราษฎร 2563 เข้ายื่นจดหมายลาออกของนายกฯ ตัวแทนจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) บรรดาแนวร่วมการชุมนุมที่อยู่ห่างออกไป ต่างรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางการสื่อสารของกลุ่ม "เยาวชนปลดแอก"

    เวลา 21.35 น. เสียงตะโกน "ยุติการชุมนุม" ถูกส่งต่อ ๆ กันในหมู่ผู้ชุมนุม ทำให้ทั้งหมดทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการประกาศ "ชัยชนะ" ในวันนี้จากการเดินขบวนมายื่นหนังสือลาออกของนายกฯ ถึงทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ พร้อมกับขีดเส้นตาย 3 วันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่ "มายด์"--น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าประชาชนปลดแอกระบุว่า หากมีการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบตามที่ต่าง ๆ ก็ "ห้ามไม่ได้จริง ๆ เพราะทุกคนคือแกนนำ"

    เมื่อถามว่าถึงข้อเรียกร้องที่จะ "มากกว่ารัฐบาล" ที่แกนนำผู้ชุมนุมกล่าวถึงคืออะไร มายด์ตอบว่า "ต้องดูท่าทีของรัฐบาลอีกครั้ง"

  3. ผู้ชุมนุมขีดเส้นตายให้นายกฯ ลาออก-ปล่อยตัวแกนนำภายใน 3 วัน

    21.30 น. ตัวแทนกลุ่ม "ราษฎร" ที่ปักหลักชุมนุมกันอยู่บน ถ.พิษณุโลก หลังจากเดินขบวนมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

    ได้ยื่น "จดหมายลาออกของนายกฯ" ฉบับจำลองให้ตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมกับยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง และ 2 เงื่อนไขเพื่อ "ถอยคนละก้าว" ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แถลงเมื่อเวลา 19.00 น.

    ตัวแทนของกลุ่มคณะราษฏร 63 ยืนยันข้อเรียกร้องเดิม 3 ข้อ ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกทันที ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ พร้อมกับอ่านข้อความในร่างหนังสือลาออกของนายกรัฐมนตรีที่ผู้ชุมนุมร่างมาให้ลงนาม

    แกนนำระบุว่า หากภายใน 3 วัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง ก็จะกลับมา โดยยื่น 2 เงื่อนไขว่า การ "ถอยคนละก้าว" ของนายกฯ ต้องหมายถึง ข้อแรก - ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง และข้อสอง- ยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทั้งหมด

    สำหรับจดหมายลาออกของนายกฯ ที่ผู้ชุมนุมร่างมานั้นมีข้อความตอนหนึ่งว่า

    "เพื่อเป็นการรักษาซึ่งเกียรติยศของตระกูล เกียรติยศของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกียรติยศของประเทศชาติ และแสดงซึ่งความเคารพต่อประชาชนผู้ถือครองอำนาจอธิปไตย ข้าพเจ้านายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี"

  4. ผู้ชุมนุมย้ำจุดยืนเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก

    ผู้ชุมนุมบางส่วนยึดรถเมล์ ขสมก. ที่เจ้าหน้าที่นำมาปิดกั้น ถ.พิษณุโลก บนสะพานชมัยมุรเชษฐ์ เป็นเวทีชั่วคราว ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงย้ำข้อเรียกร้องว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก

  5. นาธาน ลอว์ ส่งกำลังใจเคียงข้างผู้ชุมนุม, "ผมหวังว่าทุกคนจะปลอดภัย"

    นาธาน ลอว์ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง ส่งกำลังใจถึง "เพื่อน" ผู้ชุมนุมชาวไทยอีกครั้งหลังทราบสถานการณ์ประท้วงในวันนี้ (21 ต.ค.) ซึ่งผู้ชุมนุมหลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปทำเนียบรัฐบาล

    "สำหรับข่าวประท้วงครั้งใหญ่อีกครั้งในกรุงเทพฯ วันนี้ ผมหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยครับ เชื่อมั่นว่าเราจะผ่านไปด้วยกัน ส่งกำลังใจและยินดีจะอยู่เคียงข้างเพื่อนของเราเสมอครับ"

  6. โปรดเกล้าฯ เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ถกแก้ปัญหาสถานการณ์ชุมนุม

    เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2563 มีใจความดังนี้

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุม สมัยวิสามัญ

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

    ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

  7. ชุมนุมประชิดทำเนียบ ไม่สนนายกฯ "ถอยคนละก้าว", ผู้ชุมนุมยื่นคำขาด พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก

    20.43 น. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ผู้ชุมนุมคนหนึ่งได้ปีนขึ้นไปบนรถเมล์ ขสมก. ที่เจ้าหน้าที่นำมาจอดขวาง และประกาศผ่านโทรโข่งสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บน ถ.พิษณุโลก ว่าผู้ชุมนุมเดินขบวนมาถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อย้ำข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก แม้ว่าช่วงค่ำที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" โดยเตรียมจะยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ตาม

    เขายังบอกด้วยว่าผู้ชุมนุมได้เตรียมใบลาออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นป้ายไวนิลขนาด 1 เมตร มาประกาศต่อผู้ชุมนุมด้วย

    "ที่มาวันนี้เราพร้อมจะถอยหนึ่งก้าวเหมือนกัน คือ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก"

    ไม่ต่างจากผู้ชุมนุมชายอีกรายที่ไม่เชื่อมั่นในคำพูดของนายกฯ โดยเห็นว่าทางถอยที่ดีที่สุดคือ พล.อ. ประยุทธ์ต้องลาออก

    "หลังรัฐประหาร เขาอาจเป็นฮีโร่ที่เข้ามาหยุดความขัดแย้ง แต่ตอนนี้คุณไม่ใช่แล้ว คุณหวงอำนาจ.. ตั้งแต่เกิดมา ผมเคยเจอรัฐประหาร 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2549 ซึ่งอยู่ในอำนาจเพียงปีเดียว แต่นี่อยู่มา 6 ปี" ผู้ชุมนุมชายที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อกล่าวกับบีบีซีไทย

    เขายังวิจารณ์ด้วยว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับม็อบ และมีการปิดกั้นสื่อ มีสภาพไม่ต่างอะไรจากตอนที่ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 และแสดงความเชื่อมั่นว่าการเดินขบวนมาทำเนียบฯ ในวันนี้จะช่วยยกระดับมาตรการกดดันรัฐบาลได้

    ส่วนความพยายามในการนำปัญหาของผู้ชุมนุมเข้าไปถกเถียงกันในรัฐสภา จะทำให้ "ม็อบฝ่อ" หรือไม่นั้น แนวร่วมราษฎรรายนี้เห็นว่าขึ้นอยู่กับรัฐสภาว่าฟังเสียงของประชาชนใน 3 ข้อเรียกร้องมากน้อยแค่ไหน

  8. เตรียมพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่า บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ซึ่งเป็นที่ตั้งแนวสุดท้ายของตำรวจก่อนถึงทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมสกัดผู้ชุมนุมโดยมีตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังอยู่จำนวนหนึ่ง โดยนำรถเมล์ ขสมก. มาจอดขวาง วางแนวรั้วลวดหนาม แท่งแบริเออร์ และมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน

    อย่างไรก็ตาม ไทยพีบีเอสรายงานว่าตำรวจให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในพื้นที่ว่าจะไม่มีการใช้น้ำแรงดันสูงฉีดใส่ผู้ชุมนุม

  9. 2 รถเข็นขายของกิน หรือที่ผู้ชุมนุมเรียกว่า "CIA" หลุดเข้าพื้นที่หลังแนว ตร., "ไปให้ถึงทำเนียบฯ นะลูก" ยายขายผลไม้ส่งกำลังใจให้นักศึกษา

    ไม่เพียงผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ที่เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสู่ทำเนียบรัฐบาล แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้ายังเคลื่อนรถเข็นมาตามเส้นทางที่ผู้ชุมนุมเดินผ่าน

    บีบีซีไทยพบว่า ระยะห่างจากแถวตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ปักหลักอยู่บริเวณแยกอุรุพงษ์เพียง 50 เมตร ได้มีแม่ค้ารถเข็นอย่างน้อย 2 เจ้า ขายผลไม้ และข้าวโพดอบเนย หลุดแนวตำรวจเข้ามาเข้ามาเปิดหน้าร้านได้

    "ยายตามนักศึกษาเขามาตั้งแต่แยกพญาไทเลย เดินมาเรื่อย ๆ" หญิงขายผลไม้บอกกับบีบีซีไทย พลางตะโกนให้กำลังใจนักศึกษา

    "ไปให้ถึงทำเนียบฯ นะลูก" เธอกล่าว ซึ่งทำให้สามารถเรียกลูกค้าเข้ามาอุดหนุนได้บางส่วน

    ขณะที่ผู้ชุมนุมชายเอ่ยถามแม่ค้ารายนี้ว่า "คุณป้าข้าวเหนียวไก่ยังไม่มาอีกหรือ หิวข้าวมากเลย"

    สำหรับรถเข็นขายอาหาร ขนม และน้ำดื่ม ถูกผู้ชุมนุมเรียกขานว่า "ซีไอเอ" การันตีด้วยความสามารถในการหาข่าว แทรกซึม และสอดแนมเข้าพื้นที่การชุมนุมได้ พร้อม ๆ กับผู้ที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย

  10. โจชัว หว่อง ย้ำ "พันธมิตรชานม" ช่วยขับเคลื่อนสังคมในระดับโลก

    โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง ทวีตบทสัมภาษณ์บางส่วนของเขากับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การเกิดขึ้นของกลุ่ม "พันธมิตรชานม" ทำให้นักเรียนนักศึกษามีโอกาสช่วยผลักดันให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในระดับโลก ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาอาจต้องเผชิญการปราบปรามอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐ

    อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่ากลุ่ม "พันธมิตรชานม" จะนำไปสู่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชน "ทั่วเอเชีย" โดยไม่แบ่งแยกประเทศ ซึ่งจะทำให้ปัญหาทางสังคมต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้รับความสนใจมากขึ้น "ไม่ว่าจะเป็นที่เบลารุส ประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญกับความอยุติธรรม พวกเรากำลังร่วมต่อสู้เพื่อความเชื่อเดียวกัน" เขากล่าว

  11. ชมคลิป: "ราษฎร" ไปทำเนียบฯ

    บันทึกเหตุการณ์ช่วงแรกของการเคลื่อนขบวนของกลุ่ม "ราษฎร" จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อยกระดับการชุมนุมกดดันให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง รวมทั้งให้นายกฯ ลาออกและปล่อยตัวแกนนำและผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุม

  12. ตร. ปล่อยผู้ชุมนุมผ่านแยกยมราช

    เวลา 20.15 น. ผู้ชุมนุมขบวนใหญ่ผ่านแยกยมราช ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ ถ. พิษณุโลก โดยมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนตั้งแนวสกัดกั้นช่องทางทางการจราจรที่มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังสิ้นเสียงผู้ชุมนุมตะโกนว่า "ขี้ข้าเผด็จการ" จู่ ๆ ตำรวจก็ยอมสลายแนวเปิดทางให้ทำให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่าน โดยมีแนวร่วมบางส่วนยกมือไหว้ขอบคุณตำรวจ

    ขณะนี้มวลชนกลุ่มนี้กำลังเดินไปสมทบกับผู้ชุมนุมบางส่วนที่ล่วงหน้าไปถึง รร.ราชวินิตมัธยม ห่างจากสะพานชมัยมรุเชษฐ์ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีรายงานว่ามีตำรวจตรึงกำลังอยู่

  13. อุปสรรคการสื่อสาร เมื่อขาดรถกระจายเสียง

    19.30 น. มีคำประกาศผ่านโทรโข่งให้ผู้ชุมนุม "ราษฎร" นั่งลงอีกครั้งกลางแยกอุรุพงษ์ เพื่อเรียกระดมร่มและหมวกนิรภัยจากผู้ชุมนุมไปให้การ์ดอาสาที่อยู่แถวหน้าขบวน โดยมีผู้ชุมนุมแปลงกายเป็น "สื่อบุคคล" ช่วยกันตะโกนส่งข่าวต่อ ๆ กัน

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยที่เกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่รายงานว่าการเคลื่อนขบวนโดยไม่มีรถกระจายเสียง ทำให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสารอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งต้องกดสมาร์ทโฟนดูสื่อสังคมออนไลน์ของแนวร่วม ทั้งทางทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก, เทเลแกรม เพื่อติดตามสถานการณ์ในที่ชุมนุม

    "หนูไม่ได้ยินอะไรเลยอ่ะค่ะ เสียงมันอื้ออึงไปหมด ได้แต่ทำตาม ๆ คนอื่นเขา และช่วย ๆ กันเงี่ยหูฟังกับเพื่อน" นักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลายที่ร่วมเดินขบวนกล่าวกับบีบีซีไทย

  14. "ผมต้องบริหารประเทศบนพื้นฐานหลักการตามกฎหมาย"

    ขณะผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" กำลังเคลื่อนขบวน ไปกดดันที่ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" ใช้กลไกรัฐสภาแก้ปัญหา

  15. ผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้น ตร.ที่แยกอุรุพงษ์

    หลังจากถูกสกัดกั้นอยู่ที่แยกอุรุพงษ์นานประมาณ 1 ชั่วโมง เวลา 19.44 น. ผู้ชุมนุมสามารถเปิดแนวกั้นของตำรวจได้สำเร็จ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมจากอีกฝั่งหนึ่งของถนนอ้อมหลังแนวของเจ้าหน้าที่เข้ามาแล้วทำการรื้อย้ายแบร์ริเออร์และลวดหนามออก ทำให้ขณะนี้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนผ่านแยกอุรุพงษ์มุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลแล้ว

  16. นายกฯ ขอให้ "ถอยคนละก้าว"

    ส่วนหนึ่งของสารที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งเขาขอทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" และใช้กระบวนการทางรัฐสภาในการยุติความขัดแย้ง

    การแถลงของนายกฯ มีขึ้นขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ราษฎร" หลายพันคนรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก่อนเคลือนขบวนต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล

  17. กลุ่มผู้ชุมนุมผลักดันเจ้าหน้าที่ที่แยกอุรุพงษ์

    19.31 น. บริเวณด้านซ้ายของแนวกั้นตำรวจ เกิดความวุ่นวายขึ้นราว 5 นาที เมื่อผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งพยายามดันแนวตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามใช้โล่ผลักดันผู้ชุมนุมกลับ ผู้ชุมนุมยึดโล่ไปได้ 1-2 ชิ้น แต่ก็ยังไม่สามารถฝ่าแนวตำรวจไปได้

    ทางด้านตำรวจใช้โทรโข่งประกาศซ้ำ "อย่าใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่" "ขอให้สงบ สันติ" ส่วนผู้ชุมนุมบางส่วนก็พยายามเตือนกันเองด้วยการบอกให้ทุกคนถอยกลับมาและใจเย็น ๆ

  18. แยกอุรุพงษ์ตึงเครียด

    สถานการณ์ที่แยกอุรุพงษ์บริเวณใต้ทางด่วนตึงเครียดมากว่า 30 นาทีแล้ว ผู้ชุมนุมพยายามเป็นระยะ ๆ ที่จะฝ่าแนวตำรวจเพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยมีมวลชนกลุ่มใหม่เข้ามาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ตำรวจประกาศแจ้งเตือนไม่ให้ฝูงชนดันแนวของตำรวจเข้ามา และอย่ากระทำผิดกฎหมาย

  19. 3 นศ. กลายเป็นเพื่อนกัน เพราะร่วมม็อบ

    นิสิตและนักศึกษาจาก 3 สถาบันที่กลายเป็นเพื่อนกันเพราะรู้จักกันในระหว่างเข้าร่วมการชุมนุมหลายครั้ง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เหตุที่ออกมาร่วมเดินขบวน เพราะคิดว่า "ไม่อยากให้ขาดใครไปแม้แต่คนหนึ่ง จึงต้องระดมกันมา" แม้ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับการเดินขบวน แต่ก็ตัดสินใจได้อย่างไม่ลังเล

    ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้เห็นด้วยกับทั้ง 3 ข้อเสนอของแกนนำคณะราษฎร ได้แก่ ให้นายกฯ ลาออก, จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ พร้อมย้ำว่าเป็นสิ่งที่ฝ่ายผู้มีอำนาจควรเปิดใจรับฟัง เพราะในอินเทอร์เน็ตก็มีข้อมูลไปถึงไหนต่อไหน จึงมองว่าคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมเดินขบวนในวันนี้ ก็มาด้วยจุดมุ่งหมายไม่ต่างกัน ในการต้องการเห็นการปฏิรูป ไม่ใช่การปฏิวัติหรือล้มล้าง

  20. ผู้ชุมนุมถึงแยกอุรุพงษ์แล้ว

    19.00 น. หัวขบวนของผู้ชุมนุมเดินมาถึงที่แยกอุรุพงษ์และเริ่มดันแนวแบริเออร์ พยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจ หากผ่านแยกนี้ไปได้ ผู้ชุมนุมจะเข้าสู่ ถ.พิษณุโลก แยกนางเลิ้ง มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ชุมนุม