สวัสดี
บีบีซีไทยขอขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามการรายงานสดผ่านไลฟ์เพจในค่ำนี้ ขณะนี้การชุมนุมในวันนี้ยุติลงแล้ว บีบีซีไทยขอลาผู้อ่านไปก่อน จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หกวันหลังจากถูกสลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเช้ามืดวันที่ 15 ต.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมที่เปลี่ยนชื่อจาก "คณะราษฎร" เป็น "ราษฎร" รวมตัวเคลื่อนขบวนไปทำเนียบฯ อีกครั้ง
บีบีซีไทยขอขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามการรายงานสดผ่านไลฟ์เพจในค่ำนี้ ขณะนี้การชุมนุมในวันนี้ยุติลงแล้ว บีบีซีไทยขอลาผู้อ่านไปก่อน จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ
ระหว่างแกนนำคณะราษฎร 2563 เข้ายื่นจดหมายลาออกของนายกฯ ตัวแทนจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) บรรดาแนวร่วมการชุมนุมที่อยู่ห่างออกไป ต่างรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางการสื่อสารของกลุ่ม "เยาวชนปลดแอก"
เวลา 21.35 น. เสียงตะโกน "ยุติการชุมนุม" ถูกส่งต่อ ๆ กันในหมู่ผู้ชุมนุม ทำให้ทั้งหมดทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการประกาศ "ชัยชนะ" ในวันนี้จากการเดินขบวนมายื่นหนังสือลาออกของนายกฯ ถึงทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ พร้อมกับขีดเส้นตาย 3 วันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่ "มายด์"--น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าประชาชนปลดแอกระบุว่า หากมีการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบตามที่ต่าง ๆ ก็ "ห้ามไม่ได้จริง ๆ เพราะทุกคนคือแกนนำ"
เมื่อถามว่าถึงข้อเรียกร้องที่จะ "มากกว่ารัฐบาล" ที่แกนนำผู้ชุมนุมกล่าวถึงคืออะไร มายด์ตอบว่า "ต้องดูท่าทีของรัฐบาลอีกครั้ง"
21.30 น. ตัวแทนกลุ่ม "ราษฎร" ที่ปักหลักชุมนุมกันอยู่บน ถ.พิษณุโลก หลังจากเดินขบวนมาจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ได้ยื่น "จดหมายลาออกของนายกฯ" ฉบับจำลองให้ตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมกับยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง และ 2 เงื่อนไขเพื่อ "ถอยคนละก้าว" ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แถลงเมื่อเวลา 19.00 น.
ตัวแทนของกลุ่มคณะราษฏร 63 ยืนยันข้อเรียกร้องเดิม 3 ข้อ ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกทันที ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ พร้อมกับอ่านข้อความในร่างหนังสือลาออกของนายกรัฐมนตรีที่ผู้ชุมนุมร่างมาให้ลงนาม
แกนนำระบุว่า หากภายใน 3 วัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง ก็จะกลับมา โดยยื่น 2 เงื่อนไขว่า การ "ถอยคนละก้าว" ของนายกฯ ต้องหมายถึง ข้อแรก - ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง และข้อสอง- ยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทั้งหมด
สำหรับจดหมายลาออกของนายกฯ ที่ผู้ชุมนุมร่างมานั้นมีข้อความตอนหนึ่งว่า
"เพื่อเป็นการรักษาซึ่งเกียรติยศของตระกูล เกียรติยศของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกียรติยศของประเทศชาติ และแสดงซึ่งความเคารพต่อประชาชนผู้ถือครองอำนาจอธิปไตย ข้าพเจ้านายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี"
ผู้ชุมนุมบางส่วนยึดรถเมล์ ขสมก. ที่เจ้าหน้าที่นำมาปิดกั้น ถ.พิษณุโลก บนสะพานชมัยมุรเชษฐ์ เป็นเวทีชั่วคราว ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงย้ำข้อเรียกร้องว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก
นาธาน ลอว์ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง ส่งกำลังใจถึง "เพื่อน" ผู้ชุมนุมชาวไทยอีกครั้งหลังทราบสถานการณ์ประท้วงในวันนี้ (21 ต.ค.) ซึ่งผู้ชุมนุมหลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปทำเนียบรัฐบาล
"สำหรับข่าวประท้วงครั้งใหญ่อีกครั้งในกรุงเทพฯ วันนี้ ผมหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยครับ เชื่อมั่นว่าเราจะผ่านไปด้วยกัน ส่งกำลังใจและยินดีจะอยู่เคียงข้างเพื่อนของเราเสมอครับ"
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2563 มีใจความดังนี้
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุม สมัยวิสามัญ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
20.43 น. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ผู้ชุมนุมคนหนึ่งได้ปีนขึ้นไปบนรถเมล์ ขสมก. ที่เจ้าหน้าที่นำมาจอดขวาง และประกาศผ่านโทรโข่งสื่อสารไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บน ถ.พิษณุโลก ว่าผู้ชุมนุมเดินขบวนมาถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อย้ำข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออก แม้ว่าช่วงค่ำที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" โดยเตรียมจะยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ตาม
เขายังบอกด้วยว่าผู้ชุมนุมได้เตรียมใบลาออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นป้ายไวนิลขนาด 1 เมตร มาประกาศต่อผู้ชุมนุมด้วย
"ที่มาวันนี้เราพร้อมจะถอยหนึ่งก้าวเหมือนกัน คือ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออก"
ไม่ต่างจากผู้ชุมนุมชายอีกรายที่ไม่เชื่อมั่นในคำพูดของนายกฯ โดยเห็นว่าทางถอยที่ดีที่สุดคือ พล.อ. ประยุทธ์ต้องลาออก
"หลังรัฐประหาร เขาอาจเป็นฮีโร่ที่เข้ามาหยุดความขัดแย้ง แต่ตอนนี้คุณไม่ใช่แล้ว คุณหวงอำนาจ.. ตั้งแต่เกิดมา ผมเคยเจอรัฐประหาร 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2549 ซึ่งอยู่ในอำนาจเพียงปีเดียว แต่นี่อยู่มา 6 ปี" ผู้ชุมนุมชายที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อกล่าวกับบีบีซีไทย
เขายังวิจารณ์ด้วยว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับม็อบ และมีการปิดกั้นสื่อ มีสภาพไม่ต่างอะไรจากตอนที่ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 และแสดงความเชื่อมั่นว่าการเดินขบวนมาทำเนียบฯ ในวันนี้จะช่วยยกระดับมาตรการกดดันรัฐบาลได้
ส่วนความพยายามในการนำปัญหาของผู้ชุมนุมเข้าไปถกเถียงกันในรัฐสภา จะทำให้ "ม็อบฝ่อ" หรือไม่นั้น แนวร่วมราษฎรรายนี้เห็นว่าขึ้นอยู่กับรัฐสภาว่าฟังเสียงของประชาชนใน 3 ข้อเรียกร้องมากน้อยแค่ไหน
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่า บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ซึ่งเป็นที่ตั้งแนวสุดท้ายของตำรวจก่อนถึงทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมสกัดผู้ชุมนุมโดยมีตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังอยู่จำนวนหนึ่ง โดยนำรถเมล์ ขสมก. มาจอดขวาง วางแนวรั้วลวดหนาม แท่งแบริเออร์ และมีรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน
อย่างไรก็ตาม ไทยพีบีเอสรายงานว่าตำรวจให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในพื้นที่ว่าจะไม่มีการใช้น้ำแรงดันสูงฉีดใส่ผู้ชุมนุม
ไม่เพียงผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ที่เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสู่ทำเนียบรัฐบาล แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้ายังเคลื่อนรถเข็นมาตามเส้นทางที่ผู้ชุมนุมเดินผ่าน
บีบีซีไทยพบว่า ระยะห่างจากแถวตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ปักหลักอยู่บริเวณแยกอุรุพงษ์เพียง 50 เมตร ได้มีแม่ค้ารถเข็นอย่างน้อย 2 เจ้า ขายผลไม้ และข้าวโพดอบเนย หลุดแนวตำรวจเข้ามาเข้ามาเปิดหน้าร้านได้
"ยายตามนักศึกษาเขามาตั้งแต่แยกพญาไทเลย เดินมาเรื่อย ๆ" หญิงขายผลไม้บอกกับบีบีซีไทย พลางตะโกนให้กำลังใจนักศึกษา
"ไปให้ถึงทำเนียบฯ นะลูก" เธอกล่าว ซึ่งทำให้สามารถเรียกลูกค้าเข้ามาอุดหนุนได้บางส่วน
ขณะที่ผู้ชุมนุมชายเอ่ยถามแม่ค้ารายนี้ว่า "คุณป้าข้าวเหนียวไก่ยังไม่มาอีกหรือ หิวข้าวมากเลย"
สำหรับรถเข็นขายอาหาร ขนม และน้ำดื่ม ถูกผู้ชุมนุมเรียกขานว่า "ซีไอเอ" การันตีด้วยความสามารถในการหาข่าว แทรกซึม และสอดแนมเข้าพื้นที่การชุมนุมได้ พร้อม ๆ กับผู้ที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย
โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง ทวีตบทสัมภาษณ์บางส่วนของเขากับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การเกิดขึ้นของกลุ่ม "พันธมิตรชานม" ทำให้นักเรียนนักศึกษามีโอกาสช่วยผลักดันให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในระดับโลก ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาอาจต้องเผชิญการปราบปรามอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐ
อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่ากลุ่ม "พันธมิตรชานม" จะนำไปสู่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชน "ทั่วเอเชีย" โดยไม่แบ่งแยกประเทศ ซึ่งจะทำให้ปัญหาทางสังคมต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้รับความสนใจมากขึ้น "ไม่ว่าจะเป็นที่เบลารุส ประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญกับความอยุติธรรม พวกเรากำลังร่วมต่อสู้เพื่อความเชื่อเดียวกัน" เขากล่าว
บันทึกเหตุการณ์ช่วงแรกของการเคลื่อนขบวนของกลุ่ม "ราษฎร" จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อยกระดับการชุมนุมกดดันให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง รวมทั้งให้นายกฯ ลาออกและปล่อยตัวแกนนำและผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุม
เวลา 20.15 น. ผู้ชุมนุมขบวนใหญ่ผ่านแยกยมราช ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ ถ. พิษณุโลก โดยมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนตั้งแนวสกัดกั้นช่องทางทางการจราจรที่มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังสิ้นเสียงผู้ชุมนุมตะโกนว่า "ขี้ข้าเผด็จการ" จู่ ๆ ตำรวจก็ยอมสลายแนวเปิดทางให้ทำให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่าน โดยมีแนวร่วมบางส่วนยกมือไหว้ขอบคุณตำรวจ
ขณะนี้มวลชนกลุ่มนี้กำลังเดินไปสมทบกับผู้ชุมนุมบางส่วนที่ล่วงหน้าไปถึง รร.ราชวินิตมัธยม ห่างจากสะพานชมัยมรุเชษฐ์ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีรายงานว่ามีตำรวจตรึงกำลังอยู่
19.30 น. มีคำประกาศผ่านโทรโข่งให้ผู้ชุมนุม "ราษฎร" นั่งลงอีกครั้งกลางแยกอุรุพงษ์ เพื่อเรียกระดมร่มและหมวกนิรภัยจากผู้ชุมนุมไปให้การ์ดอาสาที่อยู่แถวหน้าขบวน โดยมีผู้ชุมนุมแปลงกายเป็น "สื่อบุคคล" ช่วยกันตะโกนส่งข่าวต่อ ๆ กัน
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยที่เกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่รายงานว่าการเคลื่อนขบวนโดยไม่มีรถกระจายเสียง ทำให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสารอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งต้องกดสมาร์ทโฟนดูสื่อสังคมออนไลน์ของแนวร่วม ทั้งทางทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก, เทเลแกรม เพื่อติดตามสถานการณ์ในที่ชุมนุม
"หนูไม่ได้ยินอะไรเลยอ่ะค่ะ เสียงมันอื้ออึงไปหมด ได้แต่ทำตาม ๆ คนอื่นเขา และช่วย ๆ กันเงี่ยหูฟังกับเพื่อน" นักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลายที่ร่วมเดินขบวนกล่าวกับบีบีซีไทย
ขณะผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" กำลังเคลื่อนขบวน ไปกดดันที่ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" ใช้กลไกรัฐสภาแก้ปัญหา
หลังจากถูกสกัดกั้นอยู่ที่แยกอุรุพงษ์นานประมาณ 1 ชั่วโมง เวลา 19.44 น. ผู้ชุมนุมสามารถเปิดแนวกั้นของตำรวจได้สำเร็จ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมจากอีกฝั่งหนึ่งของถนนอ้อมหลังแนวของเจ้าหน้าที่เข้ามาแล้วทำการรื้อย้ายแบร์ริเออร์และลวดหนามออก ทำให้ขณะนี้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนผ่านแยกอุรุพงษ์มุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลแล้ว
ส่วนหนึ่งของสารที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งเขาขอทุกฝ่าย "ถอยคนละก้าว" และใช้กระบวนการทางรัฐสภาในการยุติความขัดแย้ง
การแถลงของนายกฯ มีขึ้นขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ราษฎร" หลายพันคนรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก่อนเคลือนขบวนต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล
19.31 น. บริเวณด้านซ้ายของแนวกั้นตำรวจ เกิดความวุ่นวายขึ้นราว 5 นาที เมื่อผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งพยายามดันแนวตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามใช้โล่ผลักดันผู้ชุมนุมกลับ ผู้ชุมนุมยึดโล่ไปได้ 1-2 ชิ้น แต่ก็ยังไม่สามารถฝ่าแนวตำรวจไปได้
ทางด้านตำรวจใช้โทรโข่งประกาศซ้ำ "อย่าใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่" "ขอให้สงบ สันติ" ส่วนผู้ชุมนุมบางส่วนก็พยายามเตือนกันเองด้วยการบอกให้ทุกคนถอยกลับมาและใจเย็น ๆ
สถานการณ์ที่แยกอุรุพงษ์บริเวณใต้ทางด่วนตึงเครียดมากว่า 30 นาทีแล้ว ผู้ชุมนุมพยายามเป็นระยะ ๆ ที่จะฝ่าแนวตำรวจเพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยมีมวลชนกลุ่มใหม่เข้ามาสมทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ตำรวจประกาศแจ้งเตือนไม่ให้ฝูงชนดันแนวของตำรวจเข้ามา และอย่ากระทำผิดกฎหมาย
นิสิตและนักศึกษาจาก 3 สถาบันที่กลายเป็นเพื่อนกันเพราะรู้จักกันในระหว่างเข้าร่วมการชุมนุมหลายครั้ง กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เหตุที่ออกมาร่วมเดินขบวน เพราะคิดว่า "ไม่อยากให้ขาดใครไปแม้แต่คนหนึ่ง จึงต้องระดมกันมา" แม้ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับการเดินขบวน แต่ก็ตัดสินใจได้อย่างไม่ลังเล
ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้เห็นด้วยกับทั้ง 3 ข้อเสนอของแกนนำคณะราษฎร ได้แก่ ให้นายกฯ ลาออก, จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ พร้อมย้ำว่าเป็นสิ่งที่ฝ่ายผู้มีอำนาจควรเปิดใจรับฟัง เพราะในอินเทอร์เน็ตก็มีข้อมูลไปถึงไหนต่อไหน จึงมองว่าคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมเดินขบวนในวันนี้ ก็มาด้วยจุดมุ่งหมายไม่ต่างกัน ในการต้องการเห็นการปฏิรูป ไม่ใช่การปฏิวัติหรือล้มล้าง
19.00 น. หัวขบวนของผู้ชุมนุมเดินมาถึงที่แยกอุรุพงษ์และเริ่มดันแนวแบริเออร์ พยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจ หากผ่านแยกนี้ไปได้ ผู้ชุมนุมจะเข้าสู่ ถ.พิษณุโลก แยกนางเลิ้ง มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ชุมนุม