You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.

Take me to the main website

เกาะติดสถานการณ์ "ถอนหมุด" และปฏิกิริยาหลังชุมนุมใหญ่ "ทวงอำนาจคืนราษฎร”

การชุมนุมใหญ่ "ทวงอำนาจคืนราษฎร" ที่ยุติลงเมื่อวานนี้ สร้างแรงกระเพื่อมต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่มีการรื้อถอน "หมุดคณะราษฎร 2563" ที่ผู้ชุมนุมฝังเอาไว้ออกไปจากสนามหลวง

รายงานสด

  1. จบการรายงานสด

    บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรายงานสด “เกาะติดสถานการณ์ ‘ถอนหมุด’ และผลที่ตามมาหลังสิ่นสุดการชุมนุม ‘19 กันยา ทวงอำนาจราษฎร’”กับเรามาตลอดทั้งวัน

    เราขอสิ้นสุดการรายงานสดแต่เพียงเท่านี้ และขอลาไปด้วยภาพสุดท้ายที่ช่างภาพบันทึกไว้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ในวันที่ “หมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2” ถูกรื้อถอนออกไป แต่ “ธงแดง” ของกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ที่ปักไว้ยังอยู่ที่เดิม

  2. แบงก์ชาติไม่หวั่นกระแสแบน SCB

    ตลอดทั้งวัน ผู้ใช้งานทวิตเตอร์จำนวนหนึ่งได้โพสต์ข้อความและภาพการปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) หลังจากแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ถอนเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะความเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์

    ข้อเรียกร้องดังกล่าวถูกประกาศโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ถึง 2 ครั้ง โดยถือ 1 ใน 8 เป็น “ข้อเรียกร้องย่อย” ที่เกิดขึ้นในการชุมนุมใหญ่ทางการเมือง เป็นผลให้แฮชแท็ก #แบนscb มีผู้ทวีตและรีทวีตมากกว่า 3 แสนครั้ง ณ วันที่ 20 ก.ย.

    ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้หารือร่วมกับผู้บริหารสถาบันการเงินที่เป็นประเด็นอย่างใกล้ชิด ทว่าเมื่อพิจารณาจากสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ปัจจุบัน พบว่า มีมากกว่าที่จำเป็นเกือบ 1 เท่า ดังนั้นเชื่อว่าสถาบันการเงินมีกำลังเพียงพอที่จะดูแลสภาพคล่องของตัวเอง

    ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ปัจจุบัน SCB มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก โดยอันดับที่ 1 คือ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสัดส่วน 23.38%

    อ่านเพิ่มเติมที่นี่ https://bbc.com.im/thai/thailand-54233304%3C/a%3E%3C/p%3E%3C/div%3E%3C/div%3E%3C/article%3E%3C/li%3E%3Cli class="css-xxlek1">

    รัฐสภาเริ่มแผนคุมเข้มตั้งแต่ 23 ก.ย. รับการชุมนุมของเพนกวิน

  3. ปฏิบัติการ “ขยายเพดาน”

    อ่านเพิ่มเติมที่นี่ https://bbc.com.im/thai/thailand-54226392%3C/a%3E%3C/p%3E%3C/div%3E%3C/div%3E%3C/article%3E%3C/li%3E%3Cli class="css-xxlek1">

    รองโฆษก ตร.: ไม่รู้ว่าใครถอนหมุด แต่หมุดเป็นของกลางในคดีอาญาที่ตำรวจต้องดูแลรักษา

  4. "ผู้ที่ดำเนินการอันกระทบกระเทือนต่อสถาบันฯ เราจะไม่ปล่อยไว้เป็นอันเด็ดขาด"

  5. หมุดหาย ไปไกลถึงสื่อนอก

  6. ตร.-กทม. สรุปคดีและความเสียหายจากการ "บุกสนามหลวง"

  7. ชาวทวิตเตอร์รณรงค์ #ยกเลิก 112

  8. หมุดคณะราษฎรเกิดใหม่ใน “โลกเสมือนจริง”

    หมุดคณะราษฎร 2563 ที่ถูกรื้อถอนออกไปโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ “กลับมาเกิดใหม่”เป็น “แคมเปญศิลปะ”ในสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ให้ผู้ใช้งานนำภาพหมุดไปใช้เป็นภาพโปรไฟล์ หรือภาพปก หรือฝังหมุดเสมือนจริงบนสถานที่ใดก็ได้ด้วยเทคโนโลยีเออาร์

    ภาพหมุดจะมีลวดลายแตกต่างกันไปตามแต่ความสร้างสรรค์ ความชื่นชอบ และประเด็นที่ศิลปินต้องการสื่อสาร ทว่ามีจุดร่วมกันคือสัญลักษณ์การ “ชู 3 นิ้ว”และข้อความของ “คณะราษฎร 2563”

    ผู้รณรงค์ให้ศิลปินและคนรุ่นใหม่​ร่วมกัน​สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ แล้ว​โพสต์ลงใน​เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์​ ก็คือศิลปินที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า “Fan Art”

    พวกเขาได้นำ “หมุดออนไลน์” ออกแจกจ่ายและเผยแพร่เป็นการทั่วไป พร้อมย้ำว่าผู้สนใจหยิบฉวนไปผลิตซ้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีเออาร์ในอินสตาแกรมเพื่อให้ประชาชนฝังหมุดที่ใดก็ได้

  9. "พ่อหมอ" ผู้ประกอบพิธีฝังหมุด เผยความหมายสาปแช่งผู้รื้อ-ผู้บงการให้ถอนหมุด

    อรรถพล บัวพัฒน์ ชายวัย 30 ปี จากกลุ่ม "ขอนแก่นพอกันที" รับหน้าที่เป็น "พ่อหมอ" ประกอบพิธีสวดมนต์ อัญเชิญเหล่าเทพเทวดา ดวงวิญญาณคณะราษฎรและวีรชนประชาธิปไตย มาเป็นสักขีพยานให้กับ "การปักหมุดหมายแห่งประชาธิปไตย แห่งชัยชนะของประชาชน" ในพิธีฝังหมุดคณะราษฎร 2563 ในช่วงเวลาก่อน 7 นาฬิกาโดยประมาณของวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.

    เขาเปิดเผยถึงเบื้องหลังคำสาปแช่งของผู้ที่รื้อถอนหมุด ซึ่งปรากฏข้อความที่น่าสนใจ คือ ขอให้ “เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ” ว่าเพื่อเป็นการบอกว่า "ถ้าคุณทำลายความสุขของประชาชน ความสุขส่วนตัวของคุณก็ควรถูกทำลายไปเช่นกัน"

  10. นายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่อดทนอดกลั้นต่อการชุมนุม

    พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวแสดงความรู้สึก “ยินดีที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บ้านเมืองมีความสงบ สันติ” ภายหลังเสร็จสิ้นการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา

    นายกฯ ยังขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานด้วยความเสียสละ อดทน อดกลั้น ซึ่งหากบ้านเมืองสงบสุขแบบนี้ ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้หลาย ๆ อย่าง จึงอยากฝากไปประชาชนให้คิดด้วยว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ

    ส่วนที่แกนนำจัดการชุมนุมนัดหมายชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ย. ที่หน้าอาคารรัฐสภา ย่านเกียกกาย เพื่อติดตามการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภานั้น พล.อ. ประยุทธ์บอกเพียงว่า “ขอให้ติดตามต่อไป”

    2 วันก่อนการชุมนุมใหญ๋ พล.อ. ประยุทธ์ ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เตือนว่าการชุมนุมประท้วง “กำลังเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาล”ที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ พร้อมวิงวอนประชาชนให้ตั้งการ์ดสูง และเอาชนะโควิดก่อนค่อยกลับมาประเด็นการเมือง

  11. พริษฐ์: “ดึงไปได้ ก็หล่อใหม่ได้”

    นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หนึ่งในผู้นำพิธีฝังหมุดคณะราษฎร 2563 เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) ว่าทางกลุ่มพร้อมจะจัดทำหมุดขึ้นมาใหม่

    "หมุดมันไม่ได้ปักไว้แค่ที่พื้นสนามหลวง แต่มันปักไว้ในใจคน...คุณดึงไปได้เราก็หล่อใหม่ได้" พริษฐ์ หรือ “เพนกวิน” กล่าว

    ทั้งนี้ นายพริษฐ์ เดินทางมาที่สำนักงานอัยการฯ พร้อมด้วยนายอานนท์ นำภา นายปิยรัฐ จงเทพ น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก และนายภาณุพงศ์ จาดนอก เพื่อรายงานตัวตามหมายนัดของ สน.นางเลิ้ง ในคดีกรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง

  12. หมอตุลย์แจ้งความดำเนินคดี 112 อานนท์-เพนกวิน-รุ้ง

    นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “เสื้อหลากสี” เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ 3 แกนนำจัดการชุมนุม 19 กันยา ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน), และ น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) ในความผิดฐานหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

    เขาได้หอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมนำประชาชนส่วนหนึ่งไปยัง สน.ชนะสงคราม เพื่อเอาผิด “2 นักศึกษา 1 นักกฎหมาย” ที่ “ทำร้ายจิตใจคนทั้งชาติ” และทำให้ “คนไทยเป็นทุกข์” ด้วยการกล่าวอ้างว่าพระมหากษัตริย์ทรงกระทำการไม่เหมาะสม ไม่เห็นแก่ความทุกข์ยากของประชาชน และมีการเรียกร้องให้ปฎิรูปสถาบันกษัตริย์

    “ที่มาในวันนี้ ไม่ได้อยากให้แกนนำทั้ง 3 คนต้องติดคุก… แต่ที่ต้องมาในวันนี้เพราะหลายคนในประเทศไม่อยากให้การชุมนุมมีการล่วงละเมิด มีการดูหมิ่นดูแคลนพระองค์ท่านด้วยความเท็จ” นพ.ตุลย์กล่าว

    นพ.ตุลย์ เป็นหนึ่งในบุคคลที่ขึ้นเวทีการชุมนุมของกลุ่ม “ไทยภักดี” องค์กรกลางที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือน ส.ค. โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบันหลักของชาติ

    เขาบอกว่า หากจะมีการเรียกร้องทางการเมืองว่าไม่เห็นด้วยกับนายกฯ ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องใด ๆ สามารถทำได้ แต่การพาดพึงสถาบันกษัตริย์ก็ขอร้องให้อย่าชุมนุม หรือกล่าวปราศรัยผ่านสื่ออย่างโจ่งแจ้งแบบนี้

    นี่ไม่ใช่คดี 112 คดีแรกของเพนกวิน-นายพริษฐ์ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ส.ค. นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มธ. รายนี้เคยถูกช่างตัดผมที่ จ.เลย เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย ให้ดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 112 หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ออกหมายเรียกและหมายจับแต่อย่างใด

  13. แฮชแท็ก #คณะราษฎร2563 ขึ้นเทรนดิ้งอันดับ 4 ในทวิตเตอร์

    ปฏิบัติการ “รื้อหมุด” ของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์พากันตามหาและตอบโต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    เวลา 13.45 น. แฮชแท็ก #คณะราษฎร2563 ได้ขึ้นเทรนดิ้งอันดับ 4 ในทวิตเตอร์ประเทศไทย ควบคู่กับ #หมุดคณะราษฎร ด้วยจำนวน 4.50 แสนทวีต

    ผู้ใช้งานทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กบางส่วนได้แจกจ่ายไฟล์ Ai หมุดคณะราษฎร 2563 สู่สาธารณะ โดยผู้จัดทำกล่าวว่า “สามารถนำไปผลิตซ้ำแจกจ่ายต่อสกรีนเสื้อ ฯลฯได้เต็มที่”

  14. สารพัดกลุ่มเข้าแจ้งความแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ บุกสนามหลวง

    ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีบุคคลหลายกลุ่มเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ และแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำจัดการชุมนุม 19 กันยา

    หนึ่ง นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมศิลปากร ที่กรมศิลปากร วังหน้าพระลาน เพื่อขอให้เอาผิด 18 แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 กรณีบุกรุกเข้าใช้พื้นที่สนามหลวงโดยไม่ได้ขออนุญาต โดยมีการตัดทำลายรั้วและเจาะพื้นเพื่อปักหมุด “คณะราษฎร หมุดที่ 2” ซึ่งทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย

    “ถือเป็นกรรมหนัก ที่จะปล่อยให้ลอยนวลต่อไปมิได้” นายศรีสุวรรณกล่าว

    สอง นายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี กรมศิลปากร เข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวนหาผู้กระทำผิด ตามมาตรา 10 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เข้าไปยังพื้นที่ แล้วได้ทำการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ขุดค้น ในพื้นที่โบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีบทโทษสูงสุดตามมาตรา 35 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    เขาปฏิเสธไม่รู้รายละเอียดว่าการขุดหมุดเป็นการกระทำของหน่วยงานใด แต่ขั้นตอนการซ่อมแซมพื้นที่ จะอยู่ในความรับผิดชอบของกทม.

    สาม ตัวแทนกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานเขตพระนคร เข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงคราม ตามการรายงานข่าวของเว็ปไซต์โพสต์ทูเดย์

    ทว่าก่อนหน้านี้ นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ปฏิเสธกับบีบีซีไทยว่าการหายไปของหมุด "ไม่เกี่ยวกับ กทม." แต่ยอมรับว่าสนามหลวงแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนคือ ครึ่งที่เป็นพื้นปูนหรือส่วน "พื้นที่แข็ง" อยู่ในความดูแลของ กทม. ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่อยู่ทางด้านวัดพระแก้ว เรียกว่าส่วน "พื้นที่สีเขียว" เป็นสนามหญ้า

    สำหรับสนามหลวงมีเนื้อที่ 74 ไร่ 63 ตารางวา ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2520 ทั้งนี้นอกจากมาตรา 10 ที่กรมศิลปากรแจ้งความไว้แล้ว ยังมีบทบัญญัติในมาตรา 32 เอาผิดกับผู้บุกรุก ที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ต่อมาในปี 2555 กทม. ได้ออกระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการใช้ บำรุงและการดูแลพื้นที่ท้องสนามหลวง กำหนดการใช้สอยพื้นที่จัดงานได้เพียง 4 ประเภทได้แก่ งานพระราชพิธี, งานรัฐพิธี, งานประเพณีสำคัญของชาติโดยหน่วยงานของรัฐ และการจัดการแข่งขันกีฬาไทยประจำปี โดยห้ามจัดกิจกรรม “ที่ไม่เหมาะสม ขัดกฎหมาย หรือในลักษณะเป็นการดูหมิ่นชาติ ศาสนาหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยหรือของประเทศอื่น” และต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีและประเพณีไทย และ “ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองไม่ว่าด้วยประการใด และไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม”

  15. "หมุดหาย" ในมุมมองของ เกษียร-ประจักษ์

    นักวิชาการส่วนหนึ่งได้ออกมาให้ความเห็นต่อกรณี "หมุดคณะราษฎร 2563" หาย

    ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าการขุดถอนหมุดคณะราษฎร 2563 ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย และมองว่าการที่หมุดถูกขุดถอนไปแสดงว่าหมุดนั้นถูกเห็น ถูกตีค่า และส่งผลจริงมากพอที่จะทำให้อำนาจสถาปนาเดือดเนื้อร้อนใจ

    เขาอธิบายว่า การต่อสู้ทางการเมืองวัฒนธรรมด้วยสัญลักษณ์ คือความพยายามจินตนาการความสัมพันธ์แบบใหม่ที่เป็นไปได้ระหว่างผู้คนและสถาบันในสังคมขึ้นมา เพื่อให้คนคิดได้ นึกออกได้ และเห็นจริงถึงความเป็นไปได้ของมัน

    "การที่หมุดถูกขุดถอนไปแสดงว่าหมุดนั้นถูกเห็น ถูกตีค่า และส่งผลจริงมากพอที่จะทำให้อำนาจสถาปนาเดือดเนื้อร้อนใจ ต้องมาขุดหมุดออกไป ซึ่งนั่นแปลว่า อำนาจสถาปนาเห็นหมุด ให้ค่าหมุด และเห็นหมุดเป็นเรื่องจริงจัง จนต้องลงมือขุดถอน อันเป็นประจักษ์พยานด้านกลับให้ว่า "หมุด" นี้มีอยู่จริง ต่อให้ขุดหายไปแล้ว การมีอยู่จริงของมันก็ได้รับการยืนยันให้คงอยู่ในภาพจำและจินตนาการของสาธารณชนยืนนานไป จากปฏิกิริยาของอำนาจสถาปนานั้นเอง" ศ.เกษียรเขียนบนเฟซบุ๊ก

    ขณะที่ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าสังเกตการณ์บริเวณที่หมุดคณะราษฎร 2563 ถูกรื้อถอนไปจากบริเวณท้องสนามหลวง หลังจากนั้นได้ทวิตข้อความตอนหนึ่งว่า "หมุดอาจถูกทุบถอนทำลายได้ แต่จิตสำนึกของราษฎรที่ 'ตื่น' ขึ้นมาแล้วในวันนี้จักไม่อาจมีใครมาลบทำลายได้อีกต่อไป"

  16. รอง ผบช.น. รับ “เจ้าหน้าที่ถอนหมุด” เอง

    ไม่กี่ ชม. หลังหมุด “คณะราษฎร 2563” ถูกทำให้หายไปจากสนามหลวงอย่างปริศนา ปรากฏว่ารองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ออกมายอมรับว่า “เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการรื้อถอดหมุดดังกล่าว ส่งมอบให้ทางพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม”

    เว็บไซต์ข่าวสดรายงานคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เมื่อ 10.00 น. โดยระบุว่า หลังจากเจ้าหน้าที่กรมศิลปกร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบบริเวณหมุดดังกล่าว “เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำการรื้อถอดหมุด” อีกทั้งจะมีการแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก่ผู้เกี่ยวข้อง

  17. ประชาชนเข้าสำรวจ “หมุดหาย”

    ข่าว “หมุดหาย” ที่แพร่สะพัดออกไปตามสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ตลอดช่วงเช้ามีประชาชนบางส่วนรุดเดินทางไปยังสนามหลวง เพื่อสำรวจจุดที่หมุด “คณะราษฎร 2563” เคยฝังเอาไว้ ปรากฏว่ามีร่องปูนซีเมนต์เทกลบทับไว้ โดยที่ปูนยังเปียกชื้นเล็กน้อย

    ขณะที่บางส่วนก็ได้นำสื่อสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไปวาง เพื่อแสดงความไว้อาลัย

  18. คำสาปแช่งผู้รื้อ-ผู้บงการให้ถอนหมุด ขอให้ “เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ”

    หมุด “คณะราษฎร 2563” ที่หายไป ทำมาจากทองเหลือง 100% มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 11.6 นิ้ว สื่อสัญลักษณ์ถึงมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา ที่มักนำมาใช้ดำเนินคดีกับประชาชน และหนา 2.563 นิ้ว ตรงกับตัวเลขปี พ.ศ. 2563

    บนหมุดปรากฏ “สัญลักษณ์แห่งยุคสมัย” เป็นภาพชูสามนิ้ว หมายถึงเสรีภาพ, เสมอภาพ และภราดรภาพ และมีอักขระสลักข้อความว่า "ณ ที่แห่งนี้ ผองราษฎรได้แสดงเจตนารมณ์ ประเทศนี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่สมบัติของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง"

    การประกอบพิธีกรรม "ฝังหมุดคณะราษฎร หมุดที่ 2" เกิดขึ้นเวลา 06.39 น. ของวันที่ 20 ก.ย. โดยมีนายอรรถพล บัวพัฒน์ จากกลุ่ม "ขอนแก่นพอกันที" รับหน้าที่เป็น "พ่อหมอ" นำสวดมนต์อัญเชิญเหล่าเทพเทวดา ดวงวิญญาณคณะราษฎร และวีรชนประชาธิปไตยมาเป็นสักขีพยาน

    เมื่อฝังหมุดลงพื้นแล้ว แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งเรียกตัวเองด้วยชื่อใหม่ว่า “คณะราษฎร 2563” ได้ร่วมกันแตะที่หมุดและกล่าวว่า "นี่คือการปักหมุดหมายแห่งชัยชนะของประชาชน ศักดินาจงพินาศ ทรราชจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ”

    นอกจากนี้ยังมีการสาปแช่งให้ผู้รื้อถอนหมุดนี้ ทั้งผู้กระทำการและผู้สั่งการ “จงพบกับความวิบัติฉิบหาย เสื่อมลาภ เสื่อมยศ เสื่อมฐานันดรศักดิ์ เสื่อมสรรเสริญ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ”

    นายอานนท์ นำภา หนึ่งในผู้ร่วมทำพิธีฝังหมุด “คณะราษฎร 2563” ได้สื่อสารไปยังผู้อยู่เบื้องหลังการขุดหมุดออกไปว่า ขอให้ผู้กระทำผู้สั่งการได้รับผลตามคำสาปแช่งที่ระบุไว้ตอนพิธีกรรมฝังหมุด

    "เราได้สาปแช่งไว้แล้วว่าใครขโมยหมุดก็โดนไปตามนั้น"

    ถึงขณะนี้หมุด “คณะราษฎร 2563” ที่ยังหลงเหลืออยู่ จึงเป็นหมุดจำลองที่จัดทำไว้ 800 ชิ้น เปิดให้ผู้สนใจสั่งซื้อเพื่อสมทบทุนในการจัดกิจกรรมการชุมนุมเท่านั้น