แผ่นดินไหวโมร็อกโก: ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งกว่า 2,800 ราย ทีมกู้ภัยแข่งกับเวลา ช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

Published

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศโมร็อกโกพุ่งสูงกว่า 2,800 รายแล้ว เช่นเดียวกับตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บที่ยังทะยานอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงมหาดไทยของโมร็อกโกเปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่า 2,421 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดอัล ฮาอูซ รองลงมาคือจังหวัดทารูดันท์ ส่วนจังหวัดมาร์ราเกซ เมืองเก่าแก่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกของยูเยสโก มียอดผู้เสียชีวิตน้อยกว่ามากประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งเป็นคืนที่ 2

เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.8 เกิดเมื่อเวลา 23.11 น. ของวันที่ 8 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 05.11 ของวันที่ 9 ก.ย. ของไทย) โดยมีศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ตอนกลางของเทือกเขาไฮแอตลาส

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองมาราเกชไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 71 กิโลเมตร ความลึกที่ 18.5 กิโลเมตร

จังหวัดมาร์ราเกซไม่เพียงเป็นเมืองมรดกโลกของยูเยสโก แต่ยังถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ได้เกิดความเสียหายอย่างหนักจากการพังถล่มของอาคาร

วิดีโอจากผู้ใช้บัญชี "เอ็กซ์" (ทวิตเตอร์เดิม) แสดงให้เห็นสภาพอาคารในเมืองที่เสียหาย เศษอิฐหินปูนทรายตกกระจายเกลื่อนตามท้องถนน และผู้คนในเมืองวิ่งหนีตายออกจากอาคารบ้านเรือนขณะที่เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น

ทางการแจ้งให้ประชาชนออกมาอยู่ในที่โล่ง เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่รุนแรงตามมา

มีรายงานว่า แรงสั่นสะเทือนไปถึงกรุงราบัต เมืองหลวงของโมร็อกโกที่อยู่ห่างออกไป 350 กิโลเมตร รวมทั้งเมืองชายฝั่งทะเลอย่างราบัต, คาซาบลังกา และเอสเซาอิราด้วย

ชาวโมร็อกโกเล่านาทีแผ่นดินไหว

ถึงขณะนี้มีสมาชิกของหลายครอบครัวยังติดอยู่ใต้ซากอาคารปรักหักพัง

มอนตาซีร์ อิตรี ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบนเทือกเขาอัสนี ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว กล่าวกับรอยเตอร์ว่า "เพื่อนบ้านของเราอยู่ใต้ซากปรักหักพัก พวกเรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาพวกเขา โดยใช้ทุกเครื่องมือทุกวิธีเท่าที่มีในหมู่บ้าน"

เฮาดา อุสตาซซาฟ เดินอยู่รอบจตุรัสจามา เอล-ฟานา ในเมืองมาราเกซ ทำให้เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นไหวในขณะเกิดเหตุ

"คนในครอบครัวของผมอย่างน้อย 10 คนเสียชีวิต... ผมแทบไม่อยากจะเชื่อเลย เพราะเมื่อ 2 วันก่อน ผมยังอยู่กับพวกเขาอยู่เลย" เขากล่าวกับเอเอฟพี