Physical 100 ร้อยแกร่งแข่งอึด : เรียลิตีส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีใต้รูปแบบใหม่ที่กำลังครองใจชาวโลก

ที่มาของภาพ, Courtesy Netflix
- Author, จีน แมคเคนซี
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำกรุงโซล
- Published
"พยายามอีกครั้ง" จาง อึน-ซิล นักมวยปล้ำหญิงร้องตะโกนใส่เพื่อนร่วมทีมที่กำลังเดือดดาล
พวกเขาต้องลากเรือไม้น้ำหนัก 1,500 กิโลกัมไปบนทราย แล้วขึ้นไปตามทางลาด แต่เรือกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย จางรู้ดีว่าในทางทฤษฎีทีมของเธออ่อนแอที่สุด
คนในทีมรวบรวมพละกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดในการฉุดกระชากจนเรือค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้า และในอีก 8 นาทีต่อมา พวกเขาก็ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงได้ในที่สุด ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นในสภาพเหงื่อโทรมกาย
หากคุณยังไม่เคยดูรายการเรียลิตีชุดนี้ มันมีชื่อว่า "ร้อยแกร่งแข่งอึด" (Physical: 100) เกมโชว์แนวเอาชีวิตรอดที่จัดให้นักกีฬาชั้นแนวหน้าของเกาหลีใต้จำนวน 100 คนมาแข่งขันกัน ผู้ประลองความแข็งแกร่งทางร่างกายเหล่านี้มีทั้งนักกีฬาโอลิมปิก อินฟลูเอนเซอร์ด้านการออกกำลังกาย นักดับเพลิง และผู้คุมเรือนจำ
หนึ่งในความแปลกใหม่ของเกมโชว์นี้คือการให้ผู้หญิงกับผู้ชายลงแข่งขันกัน มันคือการแข่งขันในชีวิตจริงแบบซีรีส์เกาหลีใต้เรื่อง Squid Game หรือ "สควิดเกม เล่นลุ้นตาย" ยกเว้นแต่ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้แข่งขันที่กระดูกซี่โครงหักระหว่างการถ่ายทำ
หลังจากออกฉาย Physical: 100 ก็ขึ้นแท่นรายการที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่มียอดชมสูงสุดของเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลก ถือเป็นรายการเรียลิตีรายการแรกที่ครองสถิตินี้ อีกทั้งเป็นรายการยอดนิยมสูงสุดอันดับ 3 ของเน็ตฟลิกซ์ในสหราชอาณาจักร

ที่มาของภาพ, Getty Images
กระแสความนิยมที่ถล่มทลายทำให้เน็ตฟลิกซ์จัดกิจกรรมนำผู้เข้าแข่งขัน 50 คนมาพบปะแฟน ๆ ในกรุงโซลเมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.
ฮารี ผู้ชมหญิงวัย 25 ปี ที่มาร่วมงานกับเพื่อนบอกว่า "ฉันดูรายการนี้เพราะมีคนรูปร่างหน้าตาดีเต็มไปหมด"
พวกเขาบอกว่า "ตอนนี้ทุกคนได้รู้จักเกาหลีใต้ มันยอดมาก และมันไม่ใช่แค่ดนตรีเค-ป็อปอีกต่อไป มันคือการแสดงให้เห็นอีกด้านของประเทศเรา"
นอกจากนี้ ผู้ชมต่างชาติยังได้ประทับใจกับมิตรภาพอันงดงามระหว่างผู้เข้าแข่งขัน ที่ในตอนหนึ่งผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ 2 คนต่างพยายามปลุกใจกันและกันในการแข่งขันอันแสนหฤโหด
"ฉันคิดว่าผู้ชมต่างชาติจะมองว่านี่คือความงาม" จาง อึน-ซิล กล่าว ขณะที่ โจ จิน-ฮยอง ผู้ขันแข่งอีกคนบอกว่า "มันคือวิถีของคนเกาหลี"
รายการปกิณกะ หรือที่นิยมเรียกว่ารายการวาไรตี้ เป็นที่นิยมของชาวเกาหลีใต้มายาวนาน เพราะมีเนื้อหาเหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย ส่งผลให้การผลิตรายการประเภทนี้มีการแข่งขันสูง และบรรดาผู้ผลิตต่างพยายามคิดรูปแบบรายการใหม่ไม่ซ้ำใคร
รายการประเภทนี้มีหลายรูปแบบด้วยกัน อาทิ เกมโชว์ การประกวดความสามารถ และการตามติดชีวิตผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่มีเนื้อหาสนุกสนาน และบ่อยครั้งเป็นรายการที่มีแขกรับเชิญชื่อดังมาร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ เช่น รายการ My Little Old Boy ที่เหล่าคนดังมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกชายตัวเอง
อย่างไรก็ตาม โฮ ฮัง ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ผู้มีรางวัลการันตีฝีมือมองว่า รายการประเภทนี้มักมีบทสนทนามากเกินไป ทำให้เป็นเรื่องยากในการแปลภาษาเพื่อให้ผู้ชมต่างชาติเข้าใจถึงบริบทในสังคมเกาหลีใต้ได้อย่างถ่องแท้

โฮ เป็นผู้ผลิตรายการเรียลิตียอดฮิต I Live Alone ที่ออกอากาศต่อเนื่องมา 10 ปีแล้ว โดยมีเนื้อหาตามติดชีวิตประจำวันของเหล่าคนดังที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว และมีการเชิญคนดังอื่น ๆ มาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา
"ผู้ชมชอบรายการของเรา เพราะพวกเขาได้เห็นชีวิตประจำวันของเหล่าคนดังที่ไม่ต่างจากของพวกเขา และเราก็ไม่มีสคริปต์ ทำให้สิ่งที่นำเสนอสมจริงมาก ๆ" เธออธิบาย
ในประเทศที่ประชากรกว่า 1 ใน 3 อาศัยอยู่ตามลำพัง รายการนี้จึงเป็นการหยิบประเด็นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสังคมเกาหลีใต้ "ฉันเดาว่ามันไม่ง่ายเลยที่คนต่างชาติจะรู้สึกเชื่อมโยงกับชีวิตของพวกเรา" โฮ กล่าว
แม้รายการนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างความเชื่อมโยงกับผู้ชมต่างชาติได้ยาก แต่แนวคิดพื้นฐานของรูปแบบรายการกลับมีความดึงดูดผู้ชมต่างวัฒนธรรม นี่จึงทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเกาหลีใต้ได้ขายลิขสิทธิ์รูปแบบรายการให้ต่างประเทศซื้อไปผลิตตามแบบฉบับของตัวเอง เช่น รายการ The Mask Singer หรือ "หน้ากากนักร้อง" ที่โด่งดังในกว่า 50 ประเทศ อาทิ สหรัฐฯ และไทย
แต่สำหรับ Physical: 100 นั้นต่างออกไป เพราะมุ่งขายรายการแบบฉบับเกาหลีใต้ เนื่องจากเน็ตฟลิกซ์ทราบดีว่าสามารถดึงดูดผู้ชมได้ หลังจาก Squid Game เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตไปทั่วโลกมาแล้ว
นอกจากนี้ สื่อที่ให้บริการแบบสตรีมมิ่งยังมีรูปแบบที่ช่องโทรทัศน์แบบดั้งเดิมแข่งขันไม่ได้ นั่นคือการปล่อยรายการออกฉายให้ผู้คนได้ชมพร้อมกันทั่วโลก จึงช่วยสร้างกระแสนิยมขึ้นในเวลาเดียวกันทั่วโลก
ยู กี-ฮวาน ผู้จัดการฝ่ายรายการไม่มีสคริปต์ของเน็ตฟลิกซ์บอกว่า รายการเรียลิตีเกาหลีใต้ได้พัฒนาไปเป็น "กระแสสื่อเกาหลีใต้" รูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยม
ปรากฏการณ์นี้ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ที่เคยมองเน็ตฟลิกซ์ และผู้ให้บริการสตรีมมิ่งรายอื่น ๆ เป็นคู่แข่ง เริ่มหันมามองว่าธุรกิจเหล่านี้คือหุ้นส่วนทางธุรกิจของพวกเขา
เมื่อสัปดาห์ก่อน แอมะซอนไพร์ม ได้ซื้อลิขสิทธิ์รายการเรียลิตีเกาหลีใต้ที่ชื่อ Jinny's Kitchen ซึ่งติดตามกลุ่มคนดังชาวเกาหลีใต้ที่พยายามเปิดร้านอาหารเกาหลีในประเทศเม็กซิโก

ที่มาของภาพ, Courtesy Jinny's Kitchen
นา ยอง-ซ็อก หนึ่งในโปรดิวเซอร์รายการเรียลิตีชื่อดังที่สุดของเกาหลีใต้ผู้ผลิต Jinny's Kitchen บอกว่าเขาผลิตรายการนี้ขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมเกาหลีใต้ และไม่เคยคิดถึงผู้ชมต่างชาติมาก่อน
แต่ Physical: 100 ได้เปลี่ยนแนวคิดของเขา ทำให้มองเห็นโอกาสต่าง ๆ ทางธุรกิจ เขาคิดว่าความลับในการดึงดูดผู้ชมต่างชาติคือการใช้เหล่าคนดังในรายการ ซึ่งใน Jinny's Kitchen นั้นมี "วี" สมาชิกของวงบีทีเอสเป็นหนึ่งในผู้ร่วมรายการ
นา กล่าวว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราคิดว่า มีความเป็นไปได้จริง ๆ ที่ผู้ชมต่างชาติจะสนุกเพลิดเพลินไปกับรายการเรียลิตีของเกาหลีใต้ได้"





























