ไครโอนิกส์ : การแช่แข็งศพจะทำให้เกิด “ผู้ลี้ภัยด้วยการแช่แข็งร่าง” ในอนาคตหรือไม่

Published

เทคโนโลยี "ไครโอนิกส์" (Cryonics) คือการแช่แข็งร่างผู้เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยความหวังว่าวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าขึ้นในอนาคตจะช่วยชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง และหากเป็นเช่นนั้นจริง คนเหล่านี้จะกลายเป็น "ผู้ลี้ภัยด้วยการแช่แข็งร่าง" แห่งโลกอนาคต

ดร.ริชาร์ด กิบสัน จากสถาบันชีวจริยธรรมและมนุษยศาสตร์การแพทย์ ในรัฐเทกซัส ของสหรัฐฯ อธิบายว่า ผู้ลี้ภัยด้วยการแช่แข็งร่างคือผู้ที่เดินทางจากโลกปัจจุบันซึ่งวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่สามารถช่วยให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ ไปสู่โลกอนาคตที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์สามารถช่วยชุบชีวิตพวกเขาขึ้นมาได้

การเก็บรักษาร่างไร้วิญญาณด้วยวิธีไครโอนิกส์ มีค่าใช้จ่ายเมื่อปี 2018 ประมาณ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.6 ล้านบาท) และมีคนในหลายประเทศเลือกใช้บริการนี้ แต่หากพิจารณาในเชิงจริยธรรม ก็ยังมีข้อถกเถียงมากมายจากทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่มองว่า ไครโอนิกส์ เป็นวิทยาศาสตร์เทียม (pseudoscience) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความหวัง ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานองค์ความรู้ที่มีจริง โดยปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนาวิธีละลายร่างแช่แข็ง เพื่อให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์เหมือนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้

แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ถูกมองว่ายังอยู่ในขั้นเริ่มต้น และเป็นเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์มากกว่า แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากวิทยาการในอนาคตสามารถชุบชีวิตมนุษย์แช่แข็งเหล่านี้ขึ้นมาได้จริง พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ลี้ภัยที่อาจไม่ได้รับการต้อนรับจากคนในโลกอนาคต

ปัจจุบันมีศพที่ถูกเก็บรักษาด้วยวิธีไครโอนิกส์ราว 500-600 รายทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ ด.ญ.เมทรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ หรือ "น้องไอนส์" เด็กหญิงชาวไทย วัย 2 ขวบ ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งสมองชนิดร้ายแรงเมื่อปี 2015 ทำให้พ่อและแม่ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัดสินใจใช้บริการแช่แข็งสมอง และเซลล์บางส่วนของลูกสาวไว้ที่บริษัทอัลคอร์ (Alcor) ในสหรัฐฯ เพื่อรอวันที่วิทยาการต่าง ๆ จะก้าวหน้าพอที่จะทำให้ลูกน้อยฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง เรื่องราวของครอบครัวนี้ได้ถูกนำไปถ่ายทอดในหนังสารคดีทางเน็ตฟลิกซ์ ที่มีชื่อว่า Hope Frozen : A Quest to Live Twice หรือ "ความหวังแช่แข็ง: ขอเกิดอีกครั้ง"