ภูมิ เอื้อชูเกียรติ ผู้แต่ง "มาตรา 112 : กฎแห่งความลวงและการทรยศ" เพลงติดชาร์ตในอเมริกา

ที่มาของภาพ, Defying Decay
"ก็รู้สึกตื่นเต้นมากครับ Wasn't expecting it at all (ไม่ได้คาดคิดไว้เลย)" ภูมิ เอื้อชูเกียรติ หรือ "เจ" นักร้องนำและผู้ก่อตั้งวง Defying Decay วงร็อกสไตล์ "เมทัล" (metal) กล่าว
ภูมิกำลังเล่าให้บีบีซีไทยฟังถึงความรู้สึกเมื่อเพลง The Law 112: Secrecy and Renegades ของวงขึ้นติดชาร์ตเพลงร็อกที่มีสถานีวิทยุในสหรัฐอเมริกาเปิดมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 เมื่อช่วงกลางเดือน พ.ย. แซงเพลง The Chapeltown Rag ของวงดังอย่าง Slipknot และก็เป็นรองแค่เพลง Start The Healing ของวง Korn เท่านั้น
ภูมิและสมาชิกวงอีก 6 คน อยู่ระหว่างการตระเวนแสดงทั่วสหรัฐฯ ร่วมกับวง Atreyu, Crown The Empire, Tetrarch และ Saul โดยก่อนหน้านี้ไปแสดงมาแล้วหลายเมืองในสหรัฐฯ อาทิ ดัลลัส นิวออร์ลีนส์ บัลติมอร์ และนิวยอร์ก และกำลังจะเดินทางไปอีกหลายที่ เช่น เดนเวอร์ พอร์ตแลนด์ และซีแอตเทิล
เมื่อเริ่มบทสนทนา หนุ่มร็อกวัย 24 ปีขอออกตัวก่อนว่าชาร์ตเพลงดังกล่าวไม่ได้เป็นทางการขนาดนั้น แต่ก็เป็นมาตรวัดจากการที่มีคนขอเพลงพวกเขาบนหลายคลื่นวิทยุ เขาบอกว่าตื่นเต้นเพราะไม่เคยคิดเลยว่าวงตัวเองจะประสบความสำเร็จเช่นนี้
"ด้วยแนวเพลงที่ผมทำก็เป็นแนวเพลงที่ค่อนข้างไม่ mainstream (กระแสหลัก) แล้วก็ไม่ได้เข้าถึงง่าย วงผม ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็ทัวร์มาเยอะแล้ว ก็ทำวงนี้มาหลายปีแล้ว ไม่ค่อยได้มีคนมาสนใจหรอก"
- กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ชาติไหนใช้ ชาติไหนเลิก
- อ่านคำฟ้องคดีครอปท็อปที่รุ้งไม่ได้ประกันตัว
- ศาลรัฐธรรมนูญชี้ ชุมนุม 10 สิงหา 63 "ล้มล้างการปกครอง" ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- เปิดสำนวนตำรวจ ทำอะไรถึงเข้าข่าย "หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ"

ที่มาของภาพ, Defying Decay's Facebook page
ม.112
เพลง The Law 112: Secrecy and Renegades ได้รับความสนใจในประเทศไทยระดับหนึ่ง ท่ามกลางกระแสเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยตั้งแต่ พ.ย. ปีที่แล้วถึงปลาย ต.ค. ปีนี้ มีผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 จำนวน 154 คนใน 159 คดี โดยเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี 12 คน โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" ถูกดำเนินคดีมากที่สุดถึง 21 คดี
เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา ภูมิเริ่มไล่เรียงว่าเพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มที่ 3 ที่ "ตั้งใจอยากจะพูดเรื่องสังคมมนุษย์ทุกวันนี้"
"ผมได้แรงบันดาลใจมาจาก[วิดีโอ]เกม Dark Souls ประมาณว่า ถ้าเกิดโลกนี้มันมีไฟเกิดขึ้นมามันก็มีวันดับใช่ไหม แล้วผมก็อยากจะพูดถึงระบบปกครองของประชาชนทุกอย่าง มันก็มีมาตั้งหลายปีแล้วอะ แล้วผมก็รู้สึกแบบว่าระบบที่เราอยู่ทุกวันนี้มันค่อนข้าง outdated [ล้าสมัย] แล้วควรจะถูกอัพเดตได้แล้ว อย่างเช่น ประชาธิปไตย" ภูมิอธิบายให้เราฟังผ่านแอปพลิเคชัน Zoom ในวันที่ได้หยุดพักผ่อนจากการแสดงอยู่ที่เมืองดีทรอยต์ในรัฐมิชิแกน
ภูมิกล่าวต่อว่า คนในหลายประเทศก็พูดไปในทางเดียวกันว่าประเทศของเขาไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้ว "เพราะประชาธิปไตย ผมคิดว่า it's quite outdated, you know? [มันค่อนข้างล้าสมัย คุณนึกออกใช่ไหม] สมัยนี้เราก็มีโซเชียลมีเดีย มีนู่นมีนี่ เขาก็ไม่สามารถควบคุมเราได้เหมือนสมัยก่อนหรอก"
การให้สัมภาษณ์ของภูมิมีความคล้ายคลึงกับเนื้อเพลงของเขาตรงที่ความกำกวม แม้ชื่อเพลงจะบอกอย่างชัดเจนว่าเกี่ยวกับกฎหมาย ม.112 แต่เนื้อเพลงก็ไม่ได้สื่อชัดเจนว่าผู้แต่งกำลังจะพูดว่าอะไร ทำให้นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ธรรมศาสตร์ ผู้ลี้ภัยทางการเมือง และผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันมหากษัตริย์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ 17 พ.ย. ถึงเพลงนี้ว่า "112 ดังจนติดอันดับ" แต่ก็บอกว่า "ผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องอะครับ"

ที่มาของภาพ, Defying Decay
เมื่อถามว่าเขามีทัศนคติต่อกฎหมายนี้อย่างไร ภูมิบอกว่า "เอิ่ม ...ขอคิดก่อนตอบยังไงดี" ก่อนจะบอกว่า "หลายที่เขาก็ไม่มีแล้วนึกออกไหม ถ้าพูดตรง ๆ อะ หลายประเทศ หลาย ๆ ที่ ประเทศเราจะมีได้ไหม จริง ๆ จะมีต่อไปมันก็ได้แหละ แต่ทำให้มันแฟร์อะ นึกออกไหม หรือมันควรจะต้องทำให้มันยุติธรรมกว่านี้เฉย ๆ ผมรู้สึกนะ"

เนื้อเพลงแปลไทย
เพจเฟซบุ๊ก แปลเพลงเล่นกลอน - Lyrics in Poem แปลเนื้อเพลงภาษาอังกฤษออกมาเป็นกลอนภาษาไทย ดังนี้
มาตรา 112: กฎแห่งความลวงและการทรยศ
๐ ลึกลงไปหากเธอตั้งใจขุด
สิ่งที่หลุดคือเรื่องลับลวงหักหลัง
จงหุบปากและจงตั้งใจฟัง
ทุกคนยังต้องต่อสู้กันต่อไป
๐ จงสละทุกคำพูดที่เคยพ่น
เพราะทุกคนล้วนเจ็บปวดเลือดหลั่งไหล
ความฉ้อฉลที่หยั่งรากลึกภายใน
ก่อเกิดไว้ซึ่งความลับลวงพราง
๐ เขาตั้งมั่นยืนยันคำพูดปด
ปัดทิ้งหมดเสียงข้างมากที่เห็นต่าง
มึ-งออกไปไอ้สั-สเกะกะทาง
มึ-งกีดขวางความเจริญจนเกินไป
๐ ทั้งจำกัดทั้งลิดรอนซึ่งสิทธิ
ไม่ให้ใครมาติงติเรื่องไหนไหน
สร้างข่าวลวงกลบข่าวชั่วทั่วใส่ไคล้
ประชาธิปไตยราวไม่เคยมีจริง
๐ เข้าควบคุมเข้าแทรกแซงแม่-งทุกอย่าง
เข้าขัดขวางกุมอำนาจแม่-งทุกสิ่ง
อำนาจล้นไม่มีใครกล้าท้วงติง
จึงละทิ้งศีลและธรรมราวไม่มี
๐ เอากฎหมายมาปิดปากคนไปทั่ว
เหล่าคนชั่วผู้อ่อนแอและขวัญหนี
เพราะอำนาจที่กุมไว้ในตอนนี้
อาจถูกตีตกได้ชั่วพริบตา
๐ มึ-งออกไปไอ้สั-สมึ-งออกไป
จะไปไหนก็ไปไม่ต้องหวนหา
มาตรานี้แม่-งระยำและต่ำช้า
ปวงประชาต้องการประชาธิปไตย

เมื่อขอให้ภูมิอธิบายสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ เขาบอกว่าอยากให้คน "อ่าน" เองและเข้าถึงความหมายตามที่ตัวเองเข้าใจ เพราะเพลงที่ตัวเขาเองชอบจริง ๆ ก็เป็นเพลงที่คนฟังสามารถตีความได้อย่างอิสระในแบบของตัวเอง
ถามว่ากังวลหรือไม่ที่เพลงของวงกลายเป็นกระแสและมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่อง ม.112 เขาบอกว่าตอนแรกไม่ได้กังวลเพราะเพลงเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ที่รู้สึกกังวลขึ้นมาคือเพลงดันติดชาร์ตและเป็นกระแสขึ้นมาในวันเดียวกับที่คุณพ่อของเขาเสียชีวิตพอดี
"ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด นึกออกไหม ผมก็พูด ผมไม่ได้ว่าอะไรใครเลย I'm just stating the facts that I feel as an expression of art [ผมแค่กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่รู้สึกเป็นการแสดงออกทางศิลปะเฉย ๆ]" ภูมิกล่าว

ที่มาของภาพ, Defying Decay
ข่าวดีและข่าวร้าย
Defying Decay ประกาศข่าวดีทางเพจเฟซบุ๊กของวงเมื่อ 17 พ.ย. ทว่า 1 วันก่อนหน้านั้น มารดาของภูมิ คือ ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล ภรรยาของ ยศ เอื้อชูเกียรติ และพ่อของภูมิ ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวการสูญเสียสามีทางบัญชีเฟซบุ๊กของเธอ ระบุว่า "11.22 16/11/21" มีผู้เข้ามาแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมากเกือบ 900 ความเห็น จากหลากหลายวงการ รวมทั้ง ม.จ. จุลเจิม ยุคล
ภูมิเองก็โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กของเขาเป็นภาษาอังกฤษปนไทยเมื่อ 17 พ.ย. ถึงการสูญเสียของบิดา มีใจความว่า "ในสายตาของสาธารณชน ท่านคือ คุณยศ เอื้อชูเกียรติ นายธนาคารที่ประสบความสำเร็จยิ่ง กรรมการผู้จัดการ และรองประธานกรรมการของธนาคารเอเชียผู้ช่วยเหลืองานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน และอีกหลายธุรกิจและบริษัทมากมายที่ผมเอ่ยชื่อไม่หมด รวมถึง สยามไบโอไซเอนซ์, SCG, TPC, สยามพิวรรธน์, เคมปินสกี้ แต่สำหรับผมแล้ว ท่านคือคุณพ่อ เป็นคุณพ่อที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ผมพึงขอให้เป็นได้ สำหรับผมแล้ว มันคือปาฏิหารย์ที่ผมได้มาเป็นลูกของท่าน ท่านบอกผมเสมอว่า 'ปะป๊าไม่เคยคิดจะมีลูกแต่ว่าก็มีแล้วเลยจะทำดีที่สุด แล้วปะป๊า ก็อยากเห็นเจประสบความสำเร็จ ใน way ของเจเองซึ่งก็คือเรื่องดนตรี ประสบความสำเร็จของปะป๊าคือ ไม่ได้ต้องแปลว่าหาเงินได้ ขอให้เป็นที่ยอมรับของสังคม เราเป็นคนดีไม่ทำให้คนอื่นลำบากเดือดร้อนเราช่วยคนอื่นถ้าช่วยได้' และผมอยากจะบอกว่าท่านได้ทำสิ่งนั้นแล้ว และตัวผมเองจะทำเช่นนั้นไปตลอดชีวิตที่ท่านได้ให้ผม จะมุ่งหน้าเดินทางเส้นนั้นต่อไป ท่านเป็นคนดีจริง ๆ และผมก็รักท่านมาก ผมดีใจมากที่ท่านรอผมกลับจากอเมริกามาให้กล่าวคำอำลา ไม่ต้องห่วงแล้วครับ ผมและภัทร เอื้อชูเกียรติ จะดูแลกันและกัน พร้อมเดินหน้าต่อไป"

ที่มาของภาพ, Nadaprapai Sucharitkul's Facebook page
10 ปี
ภูมิก่อตั้งวงนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วตั้งแต่สมัยเรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติที่ไทย เมื่อเวลาผ่านไป มีการเปลี่ยนสมาชิกวงหลายครั้งโดยตัวเขาเองเป็นสมาชิกดั้งเดิมคนเดียวเท่านั้น จากตอนแรก ๆ ที่ติดต่อขอไปร่วมเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองนอกเอง อาทิ ในประเทศใกล้ ๆ อย่างจีนและญี่ปุ่น จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนได้ไปทัวร์ร่วมกับวงดังอย่าง Motionless in White ที่อังกฤษเมื่อปี 2019 ซึ่งทำให้มีคนรู้จักวงเขามากขึ้น
ภูมิบอกว่า ถ้าพูดตรง ๆ เขาก็อยากให้เพลงของวงสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก
"ผมรู้สึกว่าการที่ผมทำดนตรีมันเป็นแค่เหมือนกับ expression of art [การแสดงออกทางศิลปะ] ที่ผมรู้สึกเฉย ๆ แล้วผมก็อยากจะแสดงออกไปในรูปแบบของดนตรี" ภูมิกล่าว
"[แต่ถ้า]สมมติว่ามัน คนเขาตอบรับดี คนเขาชอบ แล้วคนเขามาฟังจริง ก็อาจจะมีแง่คิดอะไรใหม่ขึ้นมาได้ ก็อาจจะ[สร้างความเปลี่ยนแปลง]ได้นิดหน่อย อาจจะเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่ไม่ได้เป็นแบบ major impact [ผลกระทบใหญ่] อะไรขนาดนั้น"
ส่วนจุดมุ่งหมายในอนาคต ภูมิบอกว่าเขาแค่อยากจะทำให้วงประสบความสำเร็จที่สุด
"ประสบความสำเร็จของผมก็คือเหมือนที่คุณพ่อเคยสอนก็คือ ไม่ได้แปลว่าเหมือนเราจะต้องหาเงินได้ แต่ว่าเป็นที่ยอมรับของสังคมแล้วก็ทำให้วงไปต่อได้ อยากจะเป็นวงหนึ่งที่แบบว่ามีคนเชิญไปเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองนอกเยอะ ๆ"

ที่มาของภาพ, Defying Decay






























