ย้อนรำลึก "สงครามชีวิตโอชิน" ละครสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ญี่ปุ่นในยุคฟองสบู่

Singaporean TV fan Kit Ow holding Oshin DVD
คำบรรยายภาพ, คิต โอว ชาวสิงคโปร์ มองว่าละครเรื่องโอชินช่วยลดความเกลียดชังญี่ปุ่นจากยุคสงคราม
Published
เวลาอ่าน: 1 นาที

ภาพของเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่พยายามบุกฝ่าลุยหิมะหนาเพื่อเดินกลับบ้านด้วยความยากลำบาก ถือเป็นภาพจากละครโทรทัศน์ยุคทศวรรษ 1980 ที่ยังติดตราตรึงใจผู้คนทั่วโลกมานานหลายสิบปี

จากวันนั้นถึงวันนี้ "สงครามชีวิตโอชิน" ถือเป็นละครจากภูมิภาคเอเชียที่โด่งดังไปไกลใน 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในวงการบันเทิงที่หาได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ซีรีส์เกาหลียังไม่ถือกำเนิดขึ้น

ละครบอกเล่าเรื่องราวของ "โอชิน" เด็กหญิงจากครอบครัวยากจนข้นแค้นในชนบทของญี่ปุ่น ผู้ต่อสู้ชีวิตจนประสบความสำเร็จ ท่ามกลางภัยสงครามและโศกนาฏกรรมแห่งยุคสมัย ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยละครสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของผู้บริหารกิจการเครือซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขาหลายแห่งทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แฟนละครของโอชินจากทั่วโลกย้อนรำลึกความหลังในวัยเด็กที่ผูกพันกับละครเรื่องนี้อีกครั้ง เนื่องจากซึกาโกะ ฮาชิดะ นักเขียนบทละครโทรทัศน์ชั้นครูของญี่ปุ่น ผู้รังสรรค์บทละครสงครามชีวิตโอชินจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรม ได้จากไปด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในวัย 95 ปี

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

Presentational white space

แฟนละครผู้หนึ่งจากศรีลังกาย้อนรำลึกถึงความหลังในวัยเด็กทางโซเชียลมีเดียว่า เธอมักจะนอนหนุนตักแม่ขณะรับชมละครเรื่องนี้เสมอ ส่วนบรรดาผู้ใช้เว็บไซต์เว่ยปั๋วของจีนหลายคนบอกว่า สงครามชีวิตโอชินเป็นละครเรื่องแรกที่ทำให้พวกเขาได้รู้จักกับวงการบันเทิงญี่ปุ่น ละครเรื่องนี้ยังทำให้พวกเขาซาบซึ้งและประทับใจ จนบางคนยังสามารถจดจำและฮัมเพลงประกอบละครได้จนถึงทุกวันนี้

ละครที่เป็นเหมือน "ผักเครื่องเคียง"

สงครามชีวิตโอชินออกอากาศครั้งแรกในเดือนเมษายน ปี 1983 โดยเริ่มจากการเป็น "อาซะโดรามะ" หรือละครช่วงเช้าที่มีแม่บ้านเป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งละครแบบนี้มักจะเน้นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวโดยมีผู้หญิงเป็นตัวละครชูโรง

อย่างไรก็ตาม สงครามชีวิตโอชินได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่นภายในระยะเวลาอันสั้น คอลัมนิสต์ชื่อดังของญี่ปุ่นผู้หนึ่งได้เขียนอธิบายปรากฏการณ์นี้ไว้ว่า ภาพของความยากจนขาดแคลนและความลำบากแสนสาหัสในการเอาชีวิตรอดของโอชิน ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับชีวิตของชาวญี่ปุ่นในยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ ซึ่งเต็มไปด้วยการใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยทุกหนแห่ง

"จะว่าไปแล้วเรื่องราวของโอชินก็เหมือนกับผักสลัดที่เป็นเครื่องเคียงในจานอาหาร พ่อครัวมักใส่ผักใบเขียวเข้ามา เพื่อปรับสมดุลรสชาติกับซอสรสเข้มข้นในอาหารจานหลัก"

ดร. อารวินท์ สิงหล ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส วิทยาเขตเอลปาโซ บอกกับบีบีซีว่า "ค่านิยมที่เป็นสากลอย่างความรัก การเสียสละ ความอดทน และการให้อภัย ทำให้ญี่ปุ่นสามารถส่งออกเรื่องราวของโอชินจนเป็นที่นิยมไปทั่วโลกได้"

แฟนละครชาวฮ่องกงผู้หนึ่งซึ่งปัจจุบันอยู่ในวัยกว่า 70 ปี บอกกับบีบีซีว่า "เรื่องของโอชินสอนให้เรารู้ว่า ไม่ว่าชีวิตจะประสบความยากลำบากสักเพียงใด ความกล้าหาญจะช่วยให้เราผ่านไปได้ในที่สุด"

ละครเรื่องนี้ยังประสบความสำเร็จ เพราะสะท้อนถึงปมปัญหาในชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่จำนวนมากทั่วโลก เช่นเรื่องความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ความขัดแย้งตึงเครียดกับแม่สามี และการถูกขัดขวางความก้าวหน้าในอาชีพการงานเพราะวัฒนธรรมแบบชายเป็นใหญ่

คุณฮาชิดะผู้เขียนบทละครโทรทัศน์เรื่องนี้ก็เคยประสบพบเจอปัญหาชีวิตแบบดังกล่าวมาด้วยตนเอง จนเธอถึงกับเอ่ยเอาไว้ว่า "สงครามชีวิตโอชินเขียนขึ้นจากแบบอย่างของผู้หญิงญี่ปุ่นทุกคน ที่สามารถผ่านพ้นช่วงเวลายาวนานอันแสนยากลำบากมาได้"

An outlet of 759 Store in Hong Kong

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ร้านขนมญี่ปุ่น "โอชินเฮาส์" ในฮ่องกง

อาการคลั่งไคล้ "โอชินโดรม"

ช่วงทศวรรษ 1980 ความนิยมในละครโทรทัศน์เรื่องนี้พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในหลายประเทศ โดยมีศัพท์เรียกอาการของแฟนละครที่คลั่งไคล้และเกาะติดหนึบการชมละครเรื่องนี้ว่า "โอ ซินโดรม" (O Syndrome) หรือ "โอชินโดรม" (Oshindrome)

มีรายงานข่าวว่ากำหนดการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยต้องเลื่อนออกไป เพื่อไม่ให้เวลาประชุมตรงกับช่วงที่สงครามชีวิตโอชินออกอากาศ หนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งอ้างว่ามียอดขายเพิ่มขึ้น 70% หลังนำเรื่องย่อของละครมาลงตีพิมพ์ทุกสัปดาห์

ความโด่งดังของโอชินทำให้ที่ฮ่องกงมีร้านค้าปลีกขนมจากญี่ปุ่นชื่อว่า "โอชินเฮาส์" ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายสาขา ชาวฮ่องกงหลายคนยังคงใช้สำนวน "วิบากกรรมคือศัตรูของเธอ...อย่ายอมแพ้" ที่มาจากเพลงประกอบละครภาษากวางตุ้งกันจนถึงทุกวันนี้

ส่วนที่ประเทศอิหร่าน คำว่า "ทานะคุระ" ซึ่งเพี้ยนมาจากนามสกุลภาษาญี่ปุ่นที่ติดหูจากละครโอชิน ได้กลายเป็นศัพท์แสลงที่หมายถึงเสื้อผ้ามือสองในภาษาเปอร์เชียไปอย่างเหลือเชื่อ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่โอชินประสบความสำเร็จในการตั้งแผงขายเสื้อผ้า

Women shopping at a bazaar in Iran

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นามสกุลของโอชินกลายเป็นคำศัพท์ที่หมายถึงเสื้อผ้ามือสองในอิหร่าน

ในประเทศเวียดนาม คำว่าโอชินถูกนำมาใช้เรียกบรรดาผู้ช่วยทำงานบ้านและพี่เลี้ยงเด็ก ซึ่งเป็นอาชีพแรกในวัยเยาว์ที่โอชินเคยต้องทำ ส่วนที่ประเทศกานาหากใครบอกว่า "ลำบากเหมือนโอชิน" แสดงว่าผู้ที่ถูกเอ่ยถึงนั้นประสบความยากลำบากแสนสาหัสจริง ๆ

นอกจากนี้ ละครสงครามชีวิตโอชินยังช่วยลดทอนความรู้สึกเกลียดชังต่อต้านญี่ปุ่น ลบเลือนภาพลักษณ์อันโหดร้ายทารุณซึ่งมีที่มาจากกองทัพญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้เป็นอย่างดี

ผู้ชมในไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียบอกว่า ละครเรื่องนี้เปลี่ยนทัศนคติของพวกเขาในวัยเด็ก จากที่เคยเชื่อว่าคนญี่ปุ่นโหดร้ายเลือดเย็นตามคำบอกเล่าของคนรุ่นปู่ย่าในยุคสงคราม มาสู่มุมมองที่เป็นมิตรมากขึ้น จนกลายเป็นว่าคนญี่ปุ่นดูจะมีภาพลักษณ์ที่เหมือนศัตรูลดน้อยลงไปมากสำหรับพวกเขา

แฟนละครชาวสิงคโปร์ผู้หนึ่งบอกว่า "ผู้คนในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกคนหนุ่มสาว ควรจะจดจำและเรียนรู้จากโอชิน กล้าพุ่งเข้าชนอุปสรรคต่าง ๆ ไม่มีปัญหาใดที่เราจะแก้ไขไม่สำเร็จ"