โซฟี โชล นักศึกษาผู้ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการนาซี และเป็นแรงบันดาลใจให้เยอรมนี

Sophie Scholl

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โซฟี โชล เป็นที่จดจำของคนเยอรมันจากการลุกขึ้นขัดขืนการปกครองของจอมเผด็จการ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม
    • Author, เจนนี ฮิลล์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี เบอร์ลิน
  • Published
  • เวลาอ่าน: 2 นาที

ชื่อของ โซฟี โชล ไม่เป็นที่รู้จักมากนักนอกประเทศเยอรมนี แต่เธอคือบุคคลสำคัญในประเทศนี้ และมีเรื่องราวชีวิตอันน่าทึ่ง

ปี 2021 เป็นวาระ 100 ปีชาตกาล โซฟี โชล หญิงสาวผู้เป็นที่จดจำของคนเยอรมันจากการลุกขึ้นขัดขืนการปกครองของจอมเผด็จการ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม

เรื่องราวการต่อสู้ของเธอถูกถ่ายทอดลงในหนังสือ ภาพยนตร์ และละครนับครั้งไม่ถ้วน อีกทั้งยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนเยอรมันมาจนถึงทุกวันนี้

โซฟี เกิดวันที่ 9 พ.ค. ปี 1921 ในช่วงที่เยอรมนีกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย แต่ถึงอย่างนั้น ชีวิตในวัยเด็กของเธอก็มีความมั่นคงและสะดวกสบาย

พ่อของโซฟีเป็นนายกเทศมนตรีเมืองฟอร์ชเท็นแบร์ก ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี (แต่ในเวลาต่อมาครอบครัวได้ย้ายไปอยู่เมืองอูล์ม) เธอกับพี่น้องหญิงชายอีก 5 คนเติบโตมาในครอบครัวชาวคริสต์นิกายลูเธอรัน ซึ่งยึดมั่นในค่านิยมแบบคริสเตียน

เมื่อโซฟีย่างเข้าสู่วัยรุ่น อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ได้กุมอำนาจปกครองประเทศของเธอ

ในตอนแรกโซฟีและพี่ชายของเธอที่ชื่อ ฮันส์ ให้การสนับสนุนพรรคสังคมนิยมแห่งชาติ (National Socialist Party) ของฮิตเลอร์แบบที่หนุ่มสาวเยอรมันจำนวนมากทำกัน โดยเขาเป็นสมาชิกกลุ่มเยาวชนฮิตเลอร์ (Hitler Youth) ขณะที่โซฟีเป็นสมาชิกในเครือเดียวกันสำหรับเด็กผู้หญิงที่เรียกว่า สหพันธ์เยาวชนหญิงเยอรมัน (League of German Girls)

German students Hans Scholl (1918 - 1943, left) and his sister Sophie (1921 - 1943), circa 1940.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพของฮันส์ (ซ้าย) และโซฟี (ขวา) ขณะเป็นนักศึกษาประมาณปี 1940

พ่อของโซฟี ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านฮิตเลอร์ตัวยงรู้สึกตกใจกับความศรัทธาที่ลูกทั้งสองของเขามีต่อผู้นำพรรคนาซี อย่างไรก็ตาม ค่านิยมของครอบครัวและเพื่อนฝูงเริ่มมีอิทธิพลต่อโซฟีและพี่ชายของเธอ

ในที่สุด แนวคิดที่เอียงไปทางเสรีนิยมของพี่น้องคู่นี้ ก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถยอมรับกับแนวคิดทางการเมืองของพรรคนาซีเยอรมนีได้ และการได้เห็นคนรู้จักและศิลปินชาวยิวถูกเลือกปฏิบัติอย่างเลวร้าย ก็ทำให้ความคิดต่อพรรคนาซีของพวกเขาเปลี่ยนไป

"อย่าบอกฉันว่ามันคือการทำเพื่อปิตุภูมิ"

เมื่อฮิตเลอร์เข้ารุกรานโปแลนด์ ความคิดต่อต้านนาซีของพี่น้องคู่นี้ก็ยิ่งแข็งกร้าวขึ้น

ตอนที่ชายหนุ่มชาวเยอรมันถูกส่งไปรบในสงคราม โซฟีเขียนถึง ฟริตซ์ ฮาร์ตนาเกิล แฟนหนุ่มที่เป็นทหารว่า "ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนถึงยังเอาชีวิตคนอื่นไปเสี่ยง ฉันไม่มีวันเข้าใจเรื่องนี้ และคิดว่ามันแย่มาก อย่าบอกฉันว่ามันคือการทำเพื่อปิตุภูมิ"

line

บัญชีอินสตาแกรมที่เพิ่งเปิดใหม่ นำเสนอเรื่องราวของโซฟี โชล โดยใช้นักแสดงสวมบทเธอ มีผู้กดติดตามกว่า 7 แสนราย

ข้าม Instagram โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Instagram

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Instagram เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Instagram และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Instagram ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด Instagram โพสต์

line

ในเวลาต่อมา โซฟีได้ตามฮันส์ ผู้เป็นพี่ชายไปเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมิวนิค ซึ่งเขาเรียนด้านการแพทย์อยู่ นี่จึงทำให้สองพี่น้องได้มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งยังมีความสนใจเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม และปรัชญาเหมือนกันด้วย โดยโซฟี ซึ่งเรียนด้านชีววิทยา ชอบเต้นและเล่นเปียโน รวมทั้งยังเป็นจิตรกรที่มีพรสวรรค์

ในตอนนั้นคือช่วงเวลาที่บ้านเมืองอยู่ท่ามกลางความรุนแรง นักศึกษาหลายคนเข้าร่วมกับกองทัพ แต่โซฟีและฮันส์ ต่างมีอุดมการณ์แน่วแน่ที่จะไม่ก้มหัวให้ผู้ปกครองเผด็จการ

"เราจะไม่เงียบ"

ตอนที่ฮันส์ และอเล็กซานเดอร์ ชมอเรลล์ เพื่อนของเขา ร่วมกันก่อตั้งขบวนการ "กุหลาบขาว" (White Rose) นั้น มีสมาชิกกลุ่มเพียง 6 คน ซึ่งรวมถึง โซฟี, คริสตอฟ โพรบส์, วิลลี กราฟ และหนึ่งในอาจารย์ของพวกเขาที่ชื่อว่า เคิร์ต ฮูแบร์

Sophie und Hans Scholl in the 1982 film The White Rose

ที่มาของภาพ, kpa/ United Archives

คำบรรยายภาพ, หนังเยอรมันในปี 1982 เรื่อง The White Rose บอกเล่าเรื่องราวของโซฟี ฮันส์ และเพื่อนร่วมขบวนการอีก 4 คน

ด้วยความช่วยเหลือจากเครือข่ายเพื่อนฝูงและผู้สนับสนุน ขบวนการกุหลาบขาวได้ตีพิมพ์และแจกจ่ายใบปลิวเรียกร้องให้คนเยอรมันลุกขึ้นต่อต้านการปกครองของนาซี ประณามการเข่นฆ่าชาวยิว และเรียกร้องให้ยุติสงคราม

"พวกเราจะไม่เงียบ" คือข้อความหนึ่งที่ปรากฏในใบปลิว "เราคือฝ่ายที่รู้ผิดชอบของพวกคุณ กุหลาบขาวจะไม่ปล่อยให้พวกคุณอยู่กันอย่างสงบสุข"

กลุ่มได้ผลิตใบปลิวฉบับที่ 6 ช่วงต้นปี 1943 ที่มีเนื้อความตอนหนึ่งว่า

"ชื่อของเยอรมนีจะเสียหายไปตลอดกาล หากเยาวชนเยอรมันไม่ยอมลุกฮือขึ้นคิดบัญชีและไถ่โทษ พร้อมกำจัดผู้ทรมานพวกเขา และสร้างยุโรปที่มีอุดมการณ์ใหม่"

มันคือใบปลิวฉบับสุดท้ายของกลุ่ม

A view inside the atrium of the Ludwig-Maximilians-University where Sophie Scholl distributed leaflets in Munich, Bavaria, Germany, 04 May 2021

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, โซฟี ผลักปึกใบปลิวให้ตกลงไปที่โถงใหญ่ของอาคารในมหาวิทยาลัยมิวนิค

วันที่ 18 ก.พ. ปี 1943 ฮันส์และโซฟี กำลังไปแจกใบปลิวที่มหาวิทยาลัยของพวกเขา

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเหตุใดโซฟีจึงเดินขึ้นไปที่ระเบียงชั้นบนสุดของอาคารมหาวิทยาลัย ซึ่งมองเห็นโถงขนาดใหญ่อยู่เบื้องล่าง ก่อนจะใช้มือผลักใบปลิวปึกใหญ่ให้ตกไปข้างล่าง หลายคนเดาว่าเธออาจต้องการให้นักศึกษาได้เห็นใบปลิวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ในขณะที่กระดาษกำลังปลิวลงสู่พื้นนั้น มีสายตาของภารโรงคนหนึ่งเฝ้ามองการกระทำของโซฟี แล้วนำเรื่องไปแจ้งต่อตำรวจลับของพรรคนาซี

โซฟีและฮันส์ถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำ และหลังจากการพิจารณาคดี ทั้งคู่ก็ถูกตัดสินประหารชีวิต พวกเขาไม่ยอมทรยศสมาชิกร่วมขบวนการคนอื่น แต่ในที่สุดทางการก็ตามตัวพวกเขาได้อยู่ดี และภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนสหายของขบวนการกุหลาบขาวก็ถูกประหารชีวิตหมดทุกคน

Known as Hitler's judge, Roland Freisler (R) found Sophie and Hans Scholl and Christoph Probst guilty of treason on 21 February 1943

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โรแลนด์ ฟริสเลอร์ (ขวา) ที่รู้จักในนาม "ผู้พิพากษาของฮิตเลอร์ สั่งตัดสินประหารชีวิตโซฟี, ฮันส์ และคริสตอฟ โพรบส์ ในเดือน ก.พ. ปี 1943

ในเช้าของวันที่โซฟีจะถูกนำตัวไปประหารชีวิตโดยการตัดหัวด้วยเครื่องกิโยตินนั้น หญิงสาววัย 21 ปี พูดว่า

"ช่างเป็นวันที่แสงแดดสดใส และฉันต้องไปแล้ว...ความตายของฉันมีความหมายอย่างไรนะหรือ ถ้าเพราะพวกเรา ผู้คนนับพันหมื่นจะได้ตื่นรู้และลุกขึ้นสู้"

ถ้อยคำอันหาญกล้าของโซฟียังคงได้รับการยกย่องในเยอรมนีมาจนถึงปัจจุบัน ชื่อของเธอและพี่ชายถูกนำไปตั้งเป็นชื่อโรงเรียนและถนนหลายสาย แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายคนรู้สึกผิดหวังที่สมาชิกคนอื่น ๆ ของขบวนการกุหลาบขาวไม่ได้รับการยกย่องเท่ากับสองพี่น้องตระกูลโชล

A copy of the sentences against the members of the White Rose shown in front of their photos

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชื่อของโซฟี และฮันส์ โชล เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วเยอรมนี แต่สมาชิกร่วมขบวนการที่เหลือ คือ คริสตอฟ โพรบส์, วิลลี กราฟ, เคิร์ต ฮูแบร์ และอเล็กซานเดอร์ ชมอเรลล์ กลับเป็นที่รู้จักน้อยกว่า

ในวาระ 100 ปีชาตกาล โซฟี โชล ทางการเยอรมีได้ออกเหรียญที่ระลึกของเธอ นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีทางศาสนา และมีการเปิดช่องอิสตาแกรมใหม่เกี่ยวกับเธอ

ขณะเดียวกัน ชาวเยอรมันจำนวนมากยังคงระลึกถึงชีวิตของหญิงสาวผู้นี้ ซึ่งความกล้าหาญและการพิพากษาลงโทษเธอยังคงปลุกเร้าจิตใจและความคิดของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน