ทำไมคนเราถึงกรี๊ดเวลากำลังสนุกกับอะไรบางอย่าง

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ฉันกลัวมาก แต่ก็ไม่อยากพลาดอะไรไป แต่ก็ดันปิดตาเกือบตลอดเวลา ฉันบอกตัวเองว่าจะไม่ทำอย่างนั้นอีก"
อาเลฮานดรา เมนโดซา สัญญากับตัวเองแบบนั้นตอนอายุได้ 8 ขวบ แต่ก็ผิดคำพูดตัวเองอีกในเวลาต่อมา
ความกลัวจากการนั่งรถไฟเหาะครั้งแรกได้กลายเป็นความชื่นชอบที่จะทดลองนั่งรถไฟเหาะทุกที่ นอกจากการได้ขึ้นไปที่สูงจนใจหายและร่วงดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว การได้กรี๊ดก็เป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์นี้ด้วย
แต่ขณะที่สวนสนุกใหญ่ ๆ ในสหรัฐฯ เตรียมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง มีการขอให้ผู้ใช้บริการพยายามควบคุมความตื่นเต้นตัวเองหน่อยและเลี่ยงการกรี๊ดเพื่อลดความเสี่ยงแพร่เชื้อโควิด-19
แต่การกรี๊ดเป็นสิ่งที่คนเราควบคุมได้ด้วยเหรอ ทำไมเราถึงกรี๊ดออกมาเวลากำลังสนุกกับอะไรบางอย่าง
การกรี๊ดคืออะไร

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฮาโรลด์ กูซูเลส ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากวิทยาลัยเอมโมรี บอกว่า การกรี๊ดเป็นการอุทานด้วยเสียงที่ "ไร้ถ้อยคำอย่างสิ้นเชิง" ขณะที่การตะโกนเป็นการพูดอยู่แต่มีการขึ้นเสียงด้วย เขาบอกว่าทั้งสองอย่างมีลักษณะทางเสียงคล้ายคลึงกัน โดยการกรี๊ดจะยาวประมาณเศษสามส่วนสี่ของวินาทีถึงวินาทีครึ่ง
ทำไมเราถึงกรี๊ด

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศ.กูซูเลส บอกว่า โดยต้นกำเนิดแล้ว การกรี๊ดเป็นการทำให้ผู้ล่าตกใจ เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหลบหนีภัยอันตรายที่กำลังเผชิญ
แต่สำหรับสัตว์สังคมอย่างมนุษย์ การกรี๊ดคือการขอความช่วยเหลือจากสมาชิกครอบครัวที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ ศ.กูซูเลส บอกว่าการกรี๊ดจะเป็นเครื่องมือทางเสียงได้ก็ต่อเมื่อคุณฟังออกด้วยว่าเป็นเสียงกรี๊ดของคนในครอบครัว
ดังนั้นเขาจึงมองว่าเมื่อมนุษย์มาวิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ เราจึงมองหาสถานการณ์ที่ "ข่มขู่" เราเล็กน้อยเพื่อเราจะได้ "ฝึก" กรี๊ดได้
"แนวโน้มที่จะกรี๊ดระหว่างอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็เพื่อทำให้เพื่อนคุณรู้ว่าเสียงกรี๊ดคุณเป็นอย่างไร"
แล้วการขึ้นรถไฟเหาะล่ะ

ที่มาของภาพ, Getty Images
แต่คนที่ชอบอะไรหวาดเสียวเพื่อให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนไม่ได้ถูกชักจูงโดยแง่มุมเรื่องวิวัฒนาการแต่เป็นเรื่องการหาความสุขมากกว่า อย่างไรก็ดี ศ.กูซูเลส บอกว่าทั้งสองประเภทเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
ศ.กูซูเลส บอกว่า สมองคนเรามีวิวัฒนาการจนความสุขก็อยู่ในบริบทที่ช่วยให้เราอยู่รอดได้
"เราอาศัยอยู่ในยุคที่ค่อนข้างมีอารยธรรมแและคนเราส่วนใหญ่ไม่ต้องกรี๊ดอยู่ทุกวัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รู้สึกถูกข่มขู่ในบางโอกาส"
สำหรับบรรพบุรุษเรา การเดินไปใกล้น้ำตกหรือภูเขาไฟเกินไป เป็นสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พวกเขาได้ "ฝึก" กรี๊ด แต่สำหรับมนุษย์ยุคปัจจุบัน ทางเลือกหนึ่งคือการไปสวนสนุก
"หัวใจคุณเริ่มเต้นแรง เลือดสูบฉีด ดังนั้นคุณกำลังเผชิญการปรากฏตัวของความกลัวแบบเดียวกันบนรถไฟเหาะแม้จะรู้อยู่ว่ามันปลอดภัย" ศ.กูซูเลส "มีช่วงการก่อตัว[ของความกลัว] และก็การกรี๊ดซึ่งช่วยในการปลดปล่อยความตึงเครียดนั้น"
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนอย่างอาเลฮานดราบอกว่าการกรี๊ดบนรถไฟเหาะรู้สึก "เหมือนคุณกำลังกลัวแต่จริง ๆ แล้วกำลังสนุก"

ที่มาของภาพ, Alejandra Mendoza
"ฉันจะบอกว่ามันเป็นถึงขั้นสิ่งที่ช่วยลดความเครียด เพราะคุณลืมทุกอย่างเลย อยู่แค่ในชั่วขณะนั้นเท่านั้น"
สำหรับดิมฟี เมนซิงก์ บล็อกเกอร์ด้านการท่องเที่ยว บอกว่า ชื่นชอบความตื่นเต้นของรถไฟเหาะมาตั้งแต่เด็กแล้ว เธอบอกว่าวางแผนอย่างยาวนานว่าจะขึ้นรถไฟเหาะขบวนไหนเพื่อช่วยทำให้ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น เช่นเดียวกับการรอคิวยาว ๆ และนึกขอบคุณในใจว่าคุณไม่ได้อยู่บนรถไฟขบวนนั้นที่กำลังหมุนหลายตลบ
"แต่พอฉันอยู่บนรถไฟเหาะ บางครั้งคุณไต่ระดับขึ้นช้า ๆ จากนั้นฉันรู้สึกกลัวมาก แต่ตอนฉันดิ่งลงรู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นมากจนอยากจะกรี๊ดออกมา"
อาคิ ฮายาชิ ซึ่งเกิดและเติบโตที่เมืองอูรายาซุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์โตเกียว บอกว่าการเดินทางไปขึ้นรถไฟเหาะทั่วโลกเป็นแรงบันดาลใจชั่วชีวิตของเขา
"ผมไม่สามารถมีความสุขกับชีวิตได้โดยปราศจากรถไฟเหาะ"
ชายอายุ 27 ปีผู้นี้เป็นหัวหน้ากลุ่ม "'Coaster Riders Japan" ซึ่งสมาชิกชอบพูดคุยกันเรื่องรถไฟเหาะและไปเที่ยวด้วยกัน เขาบอกว่าการกรี๊ดช่วยให้เขาเลิกคิดเรื่องต่าง ๆ ได้ โดยเขาบอกว่าเคยไปขึ้นรถไฟเหาะมาราว 350 ขบวนทั่วโลกแล้ว
ศ.กูซูเลส บอกว่า การห้ามไม่ให้ตัวเองกรี๊ดเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ก็อาจจะยากสำหรับคนบางคน
"บางคนจะสามารถควบคุมได้ บางคนก็ไม่สามารถทำได้"



























