You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
มีบุตรยาก: หญิงสหรัฐฯ 2 คนเล่าถึงแรงกดดันและปัญหา กว่าจะมีบุตรสมปรารถนา
ในสหรัฐฯ มีคู่สามีภรรยา 1 ใน 8 คู่ เผชิญกับภาวการณ์มีบุตรยาก แต่การไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้และความรู้สึกเป็นตราบาปจากการมีปัญหานี้ ทำให้คนที่เผชิญปัญหานี้ส่วนใหญ่รู้สึกโดดเดี่ยว
นักวิจัยที่สถาบันชี้วัดและประเมินผลด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ระบุว่า อัตราการมีบุตรทั่วโลกลดลงเกือบครึ่งลงมาอยู่ที่ 2.4 คนต่อผู้หญิง 1 คน ในปี 2017 ผลการศึกษาของนักวิจัยเหล่านี้ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ต (Lancet) คาดการณ์ว่า อัตราการมีบุตรจะลดลงต่ำกว่า 1.7 คน ในปี 2100
นี่คือเรื่องราวของผู้หญิงที่เผชิญกับภาวการณ์มีบุตรยาก 2 คนในสหรัฐฯ
"หลังตั้งท้องมา 7 สัปดาห์ครึ่ง ฉันก็แท้งลูก และตอนนั้น ฉันจะบอกตามตรงนะคะ ฉันไม่ได้เศร้า ฉันกลับโกรธ และคับแค้นใจมาก ฉันต้องมาทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของฉัน" คาเชีย แม็กไกวร์ ผู้หญิงที่เผชิญภาวะการมีบุตรยาก กล่าว
ส่วน เรจินา ทาวน์เซนด์ ผู้หญิงที่ประสบกับภาวการณ์มีบุตรยากอีกคนกล่าวว่า "ถ้าคุณโตขึ้นมาแล้วอยากจะมีลูกมาโดยตลอดรู้สึกเหมือนกับว่า นั่นคือเป้าหมายของคุณตลอดมา แล้วคุณก็พบว่า นั่นเป็นเรื่องที่คุณไม่สามารถทำได้ตามความเชื่อ คุณก็จะเริ่มมีคำถามว่า 'ฉันเป็นอะไร'"
คาเชีย เล่าว่า เธอลองวิธีตามธรรมชาติด้วยการนับวันไข่ตก โดยไม่ใช้ยาอะไรช่วยเหลือ นานอยู่ปีครึ่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ
"มันก็ยัง 'เอ่อ ทำไมถึงยังไม่ท้องเสียที เกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่' ฉันไม่อยากจะแท้งลูกอีกต่อไปแล้วถึงจุดนั้น เราแท้งมาแล้วสามครั้ง มันเจ็บปวดและใจสลายแล้วคุณก็ต้องการคำตอบ ฉันก็เลยพบว่า ฉันมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ขั้นที่ 4 นั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแท้งลูกทุกครั้ง" คาเชีย กล่าว
ส่วนเรจินา กล่าวว่า ท่อนำไข่ของเธอตีบตันทั้งสองข้างเลย ทำให้ยาที่เธอใช้อยู่ไม่มีวันได้ผล เพราะไม่มีทางที่อสุจิจะพบกับไข่ได้
เธอบอกว่า "คนมักจะคิดกันว่า คุณจะมีลูกได้ตามปรารถนา ในระหว่างที่คุณกำลังถูกตั้งคำถามมากมายจากผู้คน อย่าง 'คุณรออะไรอยู่ล่ะ พวกคุณไม่อยากมีลูกเหรอ' นี่เป็นเรื่องยาก มันยากมากจริง ๆ"
คาเชียกล่าวว่า "ผู้คนไม่รู้ว่า คุณกำลังเผชิญเรื่องนั้นอยู่ คุณกำลังเผชิญกับมันอย่างเงียบ ๆ หนึ่งในสี่ของการตั้งครรภ์จบลงด้วยการแท้ง ถ้าฉันรู้เรื่องเกี่ยวกับสถิติเหล่านั้นบางทีฉันอาจจะรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง"
เรจินา รู้ว่าไม่ใช่คนดำไม่มีปัญหาภาวะการมีบุตรยากหรือว่า มันไม่ส่งผลกระทบกับคนดำ แต่คนดำไม่ได้รับการนำเสนอผ่านสื่อโฆษณาต่าง ๆ
คาเชียใช้เวลามากกว่า 7 ปี ในการมีลูก หลังจากแท้งมา 4 ครั้ง ในการตั้งครรภ์ครั้งที่ 5 เธอก็ได้ลูกที่สมบูรณ์แข็งแรงคนแรก
ส่วนเรจินา เล่าถึงการมีลูกชายคนนี้ของเธอว่า "เราสามารถที่จะย้ายตัวอ่อนซึ่งตอนนี้ก็คือ จูดาห์ ลูกชายของเราที่มีอายุ 4 ขวบแล้ว แต่จริง ๆ แล้วเขาคือชายหนุ่มวัยกลางคน
คาเชีย บอกว่า "ฉันยังคงประหลาดใจที่ฉันยังท้องได้และเมื่อลูกเตะท้องฉัน ฉันคิดว่า 'ใช่แล้ว ฉันท้องอยู่' ไม่ได้อยู่เพียงลำพังแล้ว"
นอกจากนี้เธอยังหวังว่า ผู้ที่ประสบปัญหาการมีบุตรยากจะรู้สึกเป็นตราบาปน้อยลงหรือรู้สึกอับอายน้อยลง
เรจิเนียกล่าวว่า "เมื่อคุณเริ่มมองไปยังผู้คนที่มีลูก แล้วเริ่มคิดว่า นี่คือครอบครัว คุณไม่รู้ว่า พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะเป็นครอบครัว ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องเริ่มให้เกียรติผู้คนที่ผ่านเส้นทางเหล่านั้น ตลอดเส้นทาง ตลอดทุกคน"