กัญชา: ทำไมตำรวจกวาดล้างเส้นทางขนส่งกัญชาในยุโรปไม่ได้

Greek patrol near Albanian border

ที่มาของภาพ, Alexandros Avramidis

Published

"ตอนนี้เราอยู่ในถิ่นของพวกเขาแล้ว" หนึ่งในเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดสามคนของกรีซพูดขึ้น ทั้งสามคนพกปืนและใส่เสื้อกันกระสุน

ข้างหน้าเป็นพรมแดนติดต่อกับอัลแบเนีย ซึ่งมีช่องทางให้เข้าออกมากมาย เป็นเส้นทางขนส่งกัญชาภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ของกรีซอยู่ใกล้พรมแดนนี้แต่ไม่มีลวดหนามหรือเส้นแบ่งเขตระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน

แลมบรอส ซูมานิส เจ้าหน้าที่กรีซ เล่าว่า ชาวอัลแบเนียที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่าง ๆ ตามแนวชายแดนนี้เป็นผู้ลักลอบขนส่งกัญชาโดยใช้วิธีเดินเท้าข้ามพรมแดน

Two bags filled with 40-50kg of cannabis each that have been seized on the Greek-Albanian border
คำบรรยายภาพ, ถุงสองใบนี้มีกัญชาหนักราว 50 กิโลกรัม

"พวกเขาเป็นคนแข็งแกร่ง รู้ทางข้ามพรมแดนเป็นอย่างดี และสามารถเอาชีวิตรอดอยู่ในป่าได้หลายวัน"

ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ตำรวจกรีซยึดกัญชาได้ 1.5 ตัน ขณะที่ช่วงสองปีก่อนหน้านี้ ยึดได้ถึงเกือบ 9 ตัน

ผู้ลักลอบขนกัญชามักจะพกปืนยาว สะพายกระเป๋าบรรจุกัญชาหนัก 40-50 กิโลกรัม เพื่อเอาไปซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นตามต้นไม้ใหญ่ หรือน้ำตก จากนั้นเครือข่ายฝั่งกรีซก็จะมาขนกัญชาต่อไปอีกที

Patrol near the Albanian border

ที่มาของภาพ, ALEXANDROS AVRAMIDIS

คำบรรยายภาพ, ตั้งแต่ต้นปีมา ตำรวจกรีซยึดกัญชาได้ 1.5 ตัน ขณะที่ช่วงสองปีก่อนหน้านี้ ยึดได้ถึงเกือบ 9 ตัน

ราคาขายส่งกัญชาในอัลแบเนียตกอยู่ที่ราว 1,000 ยูโร (ประมาณ 36,000 บาท) ต่อกิโลกรัม ซึ่งพ่อค้ายาในอิตาลีหรือกรีซพร้อมที่จะซื้อในราคาเท่าตัว

ตำรวจดำเนินปฏิบัติกวาดล้างบ่อยครั้งในทั้งสองฟากของพรมแดน แต่ผู้ลักลอบก็ยังใช้เส้นทางนี้อยู่เรื่อยมา

ทุกอย่างควรจะเปลี่ยนไปตั้งแต่หลังฤดูร้อนปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่กองกำลังพิเศษอัลแบเนียปฏิบัติการปราบปรามครั้งใหญ่ที่หมู่บ้านลาซารัต ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนกรีซราว 30 กิโลเมตร

มีการปะทะกันอยู่หลายวันระหว่างตำรวจกับฝ่ายผู้ลักลอบขนยาเสพติดที่ใช้ระเบิดอาร์พีจี (ระเบิดซึ่งขับเคลื่อนด้วยจรวด) โจมตี แต่ท้ายที่สุดตำรวจก็ยึดกัญชามากกว่า 10 ตัน ต้นกัญชาหลายพันต้น รวมถึงอาวุธปืนได้

อย่างไรก็ดี ในปี 2016 โครงการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติระดับโลก (Global Initiative Against Transnational Organized Crime) บอกว่า เศรษฐกิจที่พึ่งการค้ากัญชาได้แพร่กระจายไปทั่วอัลแบเนีย และตอนนี้กัญชาก็สร้างรายได้ให้กับทั้งชาวบ้านและองค์กรอาชญากรรมต่าง ๆ ที่นำกัญชาไปขายทั่วสหภาพยุโรป

An Albanian police officer secures the perimeter of a house in Lazarat, a village known as Europe's cannabis capital, south of the Albanian capital Tirana, on June 18, 2014

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หมู่บ้านลาซารัต เป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองหลวงแห่งกัญชาในยุโรป

ผู้ผลิต

อาร์ทัน (นามสมมติ) เป็นชาวอัลแบเนียวัย 39 ปี ที่ปลูกกัญชาขาย เขาอธิบายว่าสามารถทำเงินได้มหาศาล ใช้เงินติดสินบนหัวหน้าตำรวจในพื้นที่ท้องถิ่นหรือหน่วยปราบปรามยาเสพติด แต่ก็มีความเสี่ยงโดนหักหลังถูกเปิดโปงเช่นกัน

หลังจากอยู่อิตาลีมาสองปี เขากลับมาทำธุรกิจนี้ที่อัลแบเนียบ้านเกิด เขาเล่าว่า ปีนี้ ไปเจอผืนดินอุดมสมบูรณ์ในป่าใกล้เมืองเทเพอลีน ซึ่งต้องเดินเท้าถึง 3 ชั่วโมง และปลูกกัญชาไว้ถึง 5 หมื่นต้น

"มีกฎพื้นฐานสามข้อด้วยกัน เข้าถึงแหล่งน้ำได้ ต้องอยู่ห่างไกลจากตำรวจและผู้คน และต้องใช้ความอดทน"

อาร์ทันไปสูบน้ำบาดาลจากแหล่งน้ำที่อยู่ห่างไป 2 กิโลเมตร และให้พ่อช่วยไปขนปุ๋ยมาให้เพื่อให้เขาเองไม่โดนกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้

Cannabis found in a car in Greece

ที่มาของภาพ, Greek police

คำบรรยายภาพ, คนหนุ่มสาวอัลแบเนียหวังมีรายได้มหาศาลจากการขนส่งกัญชาเข้ากรีซ

พอกัญชาโตพร้อมขายก็จะขนย้ายไปหมู่บ้านใกล้ ๆ ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดน จากนั้นก็ขนส่งต่อข้ามพรมแดนกรีซไป

ก่อนหน้านี้ เอดี รามา นายกรัฐมนตรีอัลแบเนีย สัญญาว่าจะจัดการกับผู้ลักลอบค้ากัญชาอย่างเด็ดขาด ขณะที่อัลแบเนียพยายามขอให้สหภาพยุโรปรับเข้าเป็นประเทศสมาชิก

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก และผู้ค้ากัญชาก็พยายามขยายตลาดจากแค่กรีซและและอิตาลี ไปสู่เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักรด้วย

ทว่าในเวลานี้ผู้นำอัลแบเนียกลับลำ เขาอยากจะเปลี่ยนให้กัญชาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจแล้ว โดยเมื่อเดือน พ.ค. รัฐบาลประกาศว่ากำลังเตรียมร่างกฎหมายทำให้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นสิ่งถูกกฎหมาย และบอกว่าสามารถควบคุมการลักลอบปลูกกัญชาได้แล้ว

A police patrol surveys the border

ที่มาของภาพ, ALEXANDROS AVRAMIDIS

คำบรรยายภาพ, ตั้งแต่ต้นปีมา ตำรวจกรีซยึดกัญชาได้ 1.5 ตัน

แต่การจะควบคุมการลักลอบค้ากัญชาได้นั้น อัลแบเนียไม่เพียงต้องจัดการกับองค์กรอาชญากรรมและการทุจริตเท่านั้น แต่ต้องเชื้อชวนให้สหภาพยุโรปร่วมมือด้วย

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอัลแบเนียบอกกับบีบีซีว่า ถึงตอนนี้ยังไม่มีการวางมาตรการอะไรที่เป็นรูปธรรม

ตำรวจอัลแบเนียเริ่มใช้โดรนในการตรวจหาการลักลอบทำไร่กัญชา แต่ป่าที่หนาทึบทั้งสองฝั่งของพรมแดนทำให้ปราบปรามเส้นทางค้ากัญชาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นไปด้วยความยากเย็น