iPhone 11 : แอปเปิลเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ จุดเด่นอยู่ที่กล้องและแบตเตอรี

ที่มาของภาพ, Getty Images
แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 11 ซึ่งมีจุดเด่นที่กล้องถ่ายภาพและระบบประมวลผลที่ได้รับการปรับปรุงให้รวดเร็วแต่กินพลังงานน้อยกว่ารุ่นก่อน ๆ
โดยไอโฟน 11 ออกมาสามรุ่น ด้วยราคาที่มีการกล่าวถึงกันว่าจับต้องได้มากที่สุดเท่าที่แอปเปิลเคยทำราคาของไอโฟนมา
แอปเปิลโฆษณาว่าสมาร์ทโฟนโปรทั้ง 2 รุ่นนี้มีอายุแบตเตอรียาวนานกว่ารุ่น XS ราว 4-5 ชั่วโมง แต่ไอโฟน 11 นี้ไม่รองรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G
นอกจากไอโฟน 11 ซีรีส์แล้ว แอปเปิลยังเปิดตัวนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่หน้าจอมีโหมด "แสดงผลตลอดเวลา" (always on)
แอปเปิลวอทช์รุ่นนี้มีตัวเรือนที่ทำจากไททาเนียมให้เลือก มีโหมดเข็มทิศนำทาง ระบบแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้อยู่ในบริเวณที่เสียงดังเกินไป ตลอดจนระบบบันทึกการมีประจำเดือนของผู้หญิง
"ผมชอบที่แอปเปิลเพิ่มศักยภาพของอุปกรณ์ด้านสุขภาพและความปลอดภัย แต่ผิดหวังที่ไม่มีโหมดติดตามการนอนหลับหรือฟีเจอร์อื่น ๆ ที่คาดว่าจะมี" แพทริก มัวร์เฮด นักวิจารณ์ให้ความเห็น

ที่มาของภาพ, Apple
ทางแอปเปิลได้กล่าวเพิ่มเติมว่าจะยังวางขายแอปเปิลวอทช์ในซีรีส์ 3 ต่อไป โดยสนนราคาอยู่ที่ 199 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,000 บาท ซึ่งจะถือเป็นการตั้งราคาเริ่มต้นใหม่ของแอปเปิลวอทช์เพื่อเข้าแข่งขันในตลาดแวร์เอเบิล (อุปกรณ์สำหรับสวมใส่) อย่างเป็นทางการ
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยด้านการตลาด IDC ระบุว่า แอปเปิลครอง 49 เปอร์เซ็นต์ของส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทวอทช์ทั่วโลก แอปเปิลสมาร์ทวอทช์ยังเป็นยี่ห้อที่ขายดีที่สุดในอังกฤษ โดยทิ้งห่างคู่แข่งอยู่มากโข
มีดีที่กล้อง
ไอโฟนรุ่นใหม่มีจุดเด่นที่ "เลนส์กว้างพิเศษ" (ultrawide) ซึ่งสามารถซูมแบบออปติเคิลออกได้ถึง 2 เท่า

ที่มาของภาพ, Apple
ไอโฟนรุ่นโปรมีทั้งเลนส์เทเลโฟโตและเลนส์ธรรมดาแบบรุ่นก่อนหน้าคือ XS และ XS Max ขณะที่ไอโฟน 11 ธรรมดามาพร้อมกับเลนส์กว้างพิเศษและเลนส์มาตรฐาน
นอกจากนี้แอปเปิลยังเพิ่มโหมดกลางคืนเข้ามาด้วย ซึ่งจะเพิ่มความสว่างของภาพโดยอัตโนมัติพร้อมกับลดสัญญาณรบกวนของภาพในเวลากลางคืน
อุปกรณ์ของกูเกิล ซัมซุงและหัวเว่ยต่างก็มีคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว
คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือ โหมด Deep Fusion ซึ่งกล้องจะถ่ายภาพ 9 ช็อตที่มีค่าการเปิดรับแสงต่างกัน จากนั้นจะเปรียบเทียบแต่ละภาพชนิด "พิกเซลต่อพิกเซล" แล้วนำจุดที่ดีที่สุดของแต่ละช็อตมารวมกันเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
อย่างไรก็ตาม โหมดนี้ไม่ได้ติดมากับกล้องทันทีที่วางขาย แต่ผู้ใช้ต้องรออัพเดตซอฟต์แวร์ช่วงปลายปีนี้

ที่มาของภาพ, Apple
จุดเด่นที่พูดถึงกันมากในงานเปิดตัวเมื่อวานนี้ (10 ก.ย. 2562) ที่สหรัฐอเมริกาคือกล้องหน้าที่สามารถถ่ายวิดีโอแบบสโลว์โมชันได้
ระบบประมวลผลที่เรียกว่า A13 Bionic ก็ได้รับการอัพเกรดเช่นกัน โดยแอปเปิลบอกว่าหน่วยประมวลผลกลางและหน่วยประมวลผลกราฟิกของไอโฟนรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโทรศัพท์แอนดรอยด์ทุกรุ่น
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในฟีเจอร์ที่ใครหลาย ๆ คนคาดหวังว่าจะมาพร้อมกับไอโฟนรุ่นนี้ก็คือความสามารถในทำงานร่วมกับปากกาสไตลัสอย่างแอปเปิลเพ็นซิลนั้นไม่ได้มีการกล่าวถึงตามที่สาวกหลาย ๆ คนคาดการณ์ โดยฟีเจอร์ดังกล่าวได้ปรากฏในไอแพดรุ่นราคาถูกที่สุดแล้ว
นอกจากนี้ ไอโฟนรุ่นล่าสุดก็ไม่มีความสามารถในการชาร์จไร้สายโดยตรงจากเครื่องสู่เครื่อง ซึ่งฟีเจอร์นี้ได้ถูกบรรจุในโทรศัพท์รุ่นเรือธงของค่ายคู่แข่งอย่างซัมซุงและหัวเว่ยมาซักพักหนึ่งแล้ว
ไอโฟนรุ่นนี้ยังคงมาพร้อมกับพอร์ตสำหรับชาร์จโทรศัพท์แบบไลท์นิง แทนที่จะเปลี่ยนเป็นพอร์ตแบบ USB-C เหมือนที่ไอแพดโปรเลือกใช้ ซึ่งจะทำให้การโอนถ่ายข้อมูลเข้าสู่ตัวเครื่องเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น
ยอดขายตก
ยอดขายสมาร์ทโฟนของแอปเปิลลดลงอย่างฮวบฮาบเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ เมื่อปีที่ผ่านมา แต่แอปเปิลยังยืนยันว่าจำนวนผู้ใช้ไอโฟนยังคง "สูงอย่างต่อเนื่อง"

ที่มาของภาพ, Apple
มาร์ตา ปินโต นักวิจัยการตลาดจาก IDC ตั้งข้อสังเกตว่าแอปเปิลออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานนานกว่าแอนดรอยด์ และการที่บริษัทเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ก็เป็นเรื่องดี
"ธุรกิจซื้อขายไอโฟนมือสองยังไปได้สวย ขณะที่ยอดการซื้อสมาร์ทโฟนในภาพรวมชะลอตัวลง" นายปินโตวิเคราะห์ "แต่แอปเปิลก็ไม่สะเทือน เพราะพวกเขาหันไปพัฒนาด้านการบริการ อีกทั้งสมาร์ทวอทช์ก็ยังขายได้ดี"
"แต่ว่าแอปเปิลไม่ได้ให้ความสนใจกับยอดขายโทรศัพท์ที่ตกไปมากนัก เพราะตอนนี้ทางบริษัทได้มุ่งความสนใจไปกับผลิตภัณฑ์ที่ที่ทำรายได้ให้บริษัทได้ดี เช่น การให้บริการต่าง ๆ ของบริษัท และสินค้าในหมวดหมู่แวร์เอเบิล"

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์รุ่นใหม่ของไอโฟนยังไม่สามารถรองรับเทคโนโลยี 5G ได้ นั่นเป็นเพราะ Intel ยังติดปัญหากับการพัฒนาให้กับโมเด็มตามที่ทางแอปเปิลต้องการ
ต่อข้อจำกัดนี้ เบน วูด นักวิเคราะห์จากบริษัทซีซีเอส อินไซต์ บอกว่าสาวกไอโฟนก็คงต้องรอต่อไป
"ก็คงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นค่ายคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซัมซุงจะชูอุปกรณ์ที่รองรับ 5G ของตัวเองเป็น 'ผู้นำตัวจริงแห่งอนาคต' มาเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค"
"ผมมั่นใจว่าพวกเขาจะต้องออกมาแย้งว่าการซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปที่รองรับแค่ 4G ในวันนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการซื้อโทรทัศน์เมื่อสองสามปีที่แล้วที่ไม่รองรับการแสดงผลหน้าจอด้วยความละเอียดระดับเอชดี"






























