AI: อยากลองไหม ส่วนผสมเครื่องเทศแปลกใหม่คิดค้นโดยปัญญาประดิษฐ์

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ดรูติ ชาห์
- Role, ผู้สื่อข่าวด้านเทคโนโลยีธุรกิจ
- Published
ไก่ทัสกัน สันในหมูเบอร์เบิน และไส้กรอกนิวออร์ลีนส์ คุณรู้หรือไม่ 3 อย่างนี้มีอะไรที่เหมือนกันอยู่
คำตอบคือ มันคือชื่อส่วนผสมเครื่องเทศรสใหม่ของบริษัทผลิตเครื่องเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence - AI) ช่วยคิดค้น
แต่รสชาติเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล เครื่องจักรจะทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่ามนุษย์จริงหรือ และนี่จะส่งผลอย่างไรต่อหลายวัฒนธรรมทั่วโลกที่ถือเครื่องเทศเป็นเครื่องบ่งบอกเอกลักษณ์ของตน
McCormick คือ บริษัทผู้ผลิตเครื่องเทศยักษ์ใหญ่ ที่ทั้งขายเครื่องเทศ และคิดค้นรสชาติสำหรับอุตสาหกรรมอาหารด้วย พวกเขาใช้เวลา 4 ปี ค้นฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับรสชาติที่เก็บรวบรวมมานานกว่า 40 ปี และใช้ระบบการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ในการคิดค้นส่วนผสมเครื่องเทศใหม่ ๆ ซึ่งคนอาจไม่เคยคิดมาก่อน
คุณเคยคิดจะใช้ยี่หร่าโรยหน้าพิซซ่าไหม
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตเครื่องเทศรุ่นเก่าไม่ชอบใจเรื่องนี้นัก
นีลัม เวอร์โฮมา พร้อมทั้งแม่และน้องสาวอีก 6 คน แห่ง Mohanlal Verhomal (MV) Spices คือผู้ผลิตเครื่องเทศ ในเมืองจ๊อดปูร์ ทางตอนเหนือของอินเดีย เธอขำเมื่อได้ยินรสเครื่องเทศที่ผลิตโดยปัญญาประดิษฐ์

ที่มาของภาพ, MV Spices
สำหรับเวอร์โฮมา การคิดค้นส่วนผสมเครื่องเทศอันสมบูรณ์แบบเป็นศิลปะของมนุษย์
"พ่อของฉันซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์ และเขามักนำเครื่องเทศแต่ละชนิดและองค์ประกอบทางเคมีของมันไปทดลองเพื่อเตรียมสำหรับทำส่วนผสมมาซาลา" เวอร์โฮมา เล่า "จากนั้นแม่ก็จะลองชิมที่บ้านอีกที ซึ่งนี่สร้างความแตกต่างเป็นอย่างมาก"
ส่วนผสมเครื่องเทศของครอบครัวเธอไม่ใช้สารกันเสีย หรือสารปรุงรส ทั้งยังใช้วิธีบดแบบโบราณอีกด้วย และแม่ของเธอเป็นผู้ควบคุมกระบวนการทั้งหมด
นั่นหมายความว่า McCormick และหุ้นส่วนด้านเทคโนโลยีอย่าง IBM Research กำลังทำเรื่องที่อาจสร้างประเด็นถกเถียงได้
ในฐานะคนที่มีเชื้อเคนยาและอินเดียเอง ฉันบอกได้เลยว่า เป็นเรื่องแปลกมากหากครอบครัวจากภูมิภาคเอเชียใต้ไม่มีกล่องเก็บเครื่องเทศหลัก ๆ อย่าง ขมิ้น, ยี่หร่า, ผงปาปริกา และ มหาหิงคุ์ ไว้ที่บ้าน
กล่องของบ้านฉันเองใช้มานานกว่า 60 ปี และเดินทางไปหลายทวีปทั่วโลก ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

ที่มาของภาพ, Dhruti Shah
เครื่องเทศไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่เป็นแก่นของวัฒนธรรม เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น แล้วปัญญาประดิษฐ์จะมีบทบาทอะไรในเรื่องนี้กัน
ดร.ฮาเหม็ด ฟารีดี ประธานเจ้าหน้าที่ด้ายวิทยาศาสตร์ของ McCormick บอกว่า การวิเคราะห์เชิงลึกของส่วนผสมเครื่องเทศที่เคยเป็นที่นิยมมาแล้ว ช่วยบริษัทคิดค้นรสชาติใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น
"ผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งอาจต้องผ่านกระบวนการผลิตซ้ำ 50-150 ครั้งจนกว่าจะพร้อมนำออกวางตลาด" ดร. ฟารีดี กล่าว เขาบอกว่า หากมีการแบ่งข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ บริษัทจะสามารถร่นเวลาในการคิดค้นรสชาติใหม่ได้ถึง 70% และลดเวลาสำหรับการฝึกฝนผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ลง
ดร. ฟารีดี บอกว่า ต้องใช้เวลา 10-15 ปี กว่าจะได้ผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีประสบการณ์สูง เพราะฉะนั้นก็สมเหตุสมผลที่จะสร้างระบบที่ทำงานได้ดีเท่ากับคนที่พวกเขามี
ดูเหมือนว่า การหาส่วนผสมเครื่องเทศจะเป็นเรื่องซับซ้อน
ดร. โรบิน ลูเจ นักวิทยาศาสตร์จาก IBM Research บอกว่า ในขณะที่ที่บ้านเราอาจจะมีกระเทียม 1-2 ชนิด หรืออาจจะมีผงกระเทียม แต่ผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ McCormick อาจจะมีกระเทียมถึง 50 ชนิด ขนาดและรสชาติต่างกัน และนอกจากนั้นผู้คิดค้นก็ต้องคำนึงถือข้อจำกัดอื่น ๆ อีกด้วย
ข้อจำกัดที่ว่าอาจเป็นตามหลักอาหารโคเชอร์ของชาวยิว หรือฮาลาลของชาวมุสลิม ไม่มีการตกแต่งทางพันธุกรรม หรือระดับเกลือน้อย
ดร. ลูเจ บอกว่า ปัญญาประดิษฐ์ชาญฉลาดในการแนะนำสิ่งที่มีรสชาติคล้ายกันที่จะสามารถนำมาใช้แทนเครื่องเทศบางตัวที่อาจจะหายาก
ดร. นาเดีย เบเรนสไตน์ นักประวัติศาสตร์ด้านเทคโนโลยีด้านอาหาร บอกว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยทางเลือกด้านอาหารและเครื่องดื่ม มีการค้นหาสิ่งใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน และแข่งขันกันเรื่องรสชาติเป็นหลัก

ที่มาของภาพ, The Science of Spice/DK
เวอร์โฮมาแห่ง บริษัท Mohanlal Verhomal (MV) Spices ยอมรับว่า เทคโนโลยีสามารถมีบทบาทในเรื่องนี้ได้ หากพิจารณาว่า เครื่องเทศบอกชนิดอย่าง กระวานเขียวและพริกไทยจากรัฐเกรละหายากในช่วงหลัง ๆ มาก และทางเลือกอื่นที่แนะนำโดยปัญญาประดิษฐ์อาจเป็นประโยชน์
ดร. สจ๊วต ฟาร์ริมอนด์ ผู้แต่งหนังสือ The Science of Spice บอกว่า หากคุณไม่มีฐานข้อมูลเครื่องเทศของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในโลก เขาได้สร้างตารางข้อมูลเครื่องเทศขึ้นมาสำหรับการทำอาหารที่บ้าน
เขาบอกว่า เดี๋ยวนี้คนอยากจะรู้ว่า อาหารของพวกเขามาจากไหน และทำอย่างไร
"เครื่องเทศเป็นที่ต้องการมาตลอด แต่ดูเหมือนจะมีความต้องการให้มีความโปร่งใสเรื่องรสชาติมากขึ้น เพราะคนสนใจเรื่องสุขภาพ และสิ่งที่พวกเขาใส่ลงไปในอาหารที่ปรุงมากขึ้น"
แล้วอย่างนี้ผู้ผลิตเครื่องเทศรุ่นเก่าต้องกังวลเรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือไม่
"ปัญญาประดิษฐ์เป็นแค่เครื่องมือที่มาทำสิ่งที่มนุษย์ทำมาตลอด นั่นคือการค้นหารสชาติและประสบการณ์ใหม่ ๆ" ดร. ลูเจ กล่าว
นั่นอาจจะจริง แต่อย่าได้พรากกล่องเก็บเครื่องเทศของครอบครัวเราไป



























