อสส. เลื่อนสั่งคดี 112 ทักษิณ เป็น 29 พ.ค.

ที่มาของภาพ, EPA
อัยการสูงสุด (อสส.) เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นวันที่ 29 พ.ค.
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาคดี 112 ไม่ได้เดินทางไปยังสำนักงาน อสส. ช่วงเช้าวันนี้ (10 เม.ย.) ตามนัดหมายให้ไปรับฟังคำสั่งคดี มีเพียงนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจ เดินทางไปพบอัยการเท่านั้น
นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงาน อสส. แถลงว่า ภายหลัง อสส. มีความเห็นให้สั่งสอบเพิ่มเติม และให้พนักงานสอบสวนส่งผลสอบเพิ่มเติมมาก่อนวันที่ 10 เม.ย.
“แต่ปรากฏว่า จนถึงเย็นวานนี้ (9 เม.ย.) พนักงานสอบสวนได้ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมาเพียงบางประเด็น ยังไม่ครบถ้วนทุกประเด็น คดีจึงไม่อาจมีความเห็นและคำสั่งของอัยการสูงสุดได้ ก็จำเป็นต้องเลื่อนไปฟังคำสั่งคดีนี้อีกครั้ง 29 พ.ค. 2567 เวลา 09.00 น.” โฆษกสำนักงาน อสส. แถลง
นายประยุทธ ชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะ “เหตุขัดข้องจากหน่วยงานราชการที่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะผลสอบเพิ่มเติมยังไม่มา จึงสั่งคดีไม่ได้”
ส่วนวันที่ 29 พ.ค. อสส. จะสั่งคดีได้หรือไม่นั้น นายประยุทธกล่าวว่า ไม่ได้อยู่ที่ อสส. ขึ้นอยู่กับว่าผลการสอบสวนเพิ่มเติมจะมาครบถ้วนหรือไม่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ย้อนไปเมื่อ 19 ก.พ. พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำตัวนายทักษิณส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา
อัยการเห็นควรให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายทักษิณ โดยวางหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีธนาคาร 500,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอื่น
คดีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศของนายทักษิณ เมื่อ 21 พ.ค. 2558 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาคดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นเท็จตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์
ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อสส. (ในขณะนั้น) “มีความเห็นเห็นควรสั่งฟ้อง” เมื่อ 19 ก.ย. 2559 ตามที่พนักงานสอบสวนเสนอมา แต่เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนี อสส. จึงให้พนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับและได้รับอนุมัติหมายจับโดยศาลอาญา
ต่อมา อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เข้าแจ้งข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงทางคดีกับนายทักษิณ ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 เมื่อ 17 ม.ค. 2567 ซึ่งนายทักษิณให้การปฏิเสธ และทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ อสส.
นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อสส. (คนปัจจุบัน) จึงมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้สิ้นกระแสความ อย่างไรก็ตามสำนักงาน อสส. ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในหนังสือขอความเป็นธรรมของนายทักษิณ รวมถึงประเด็นที่มีการสอบเพิ่มเติมแต่อย่างใด
นายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ 22 ส.ค. 2566 ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีอาญาอื่น 3 คดี ต้องรับโทษจำคุกรวม 8 ปีตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก่อนได้รับพระราชทานอภัยลดโทษตามที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขึ้นไป เหลือโทษจำคุก 1 ปี
เขาไม่ได้นอนในเรือนจำแม้แต่คืนเดียว เพราะถูกย้ายไปรักษาอาการป่วยที่ รพ.ตำรวจตั้งแต่รุ่งสางของ 23 ส.ค. 2566 และเมื่อครบ 6 เดือน นักโทษชายวัย 74 ปีก็ได้รับการ “พักโทษเป็นกรณีพิเศษ” ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ เมื่อ 18 ก.พ. 2567 ออกจาก รพ.ตำรวจ ไปใช้ชีวิตที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ถ.จรัญสนิทวงศ์

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา นักวิชาการ นักการเมืองฝ่ายค้าน และเครือข่ายภาคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อย่างต่อเนื่อง กรณีทำให้เกิดระบบยุติธรรม “สองมาตรฐาน” และ “นิติรัฐอภิสิทธิ์” พร้อมตั้งคำถามเรื่องการติด “คุกทิพย์” และ “ป่วยทิพย์” ของนายทักษิณ ภายหลังปรากฏภาพว่าสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็น การลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่, พบปะนักการเมืองที่พรรคเพื่อไทย และล่าสุดคือว่ายน้ำในสระกับหลาน































