ธารน้ำแข็งในสวิสละลายจนพบศพนักปีนเขาที่สูญหาย 37 ปีก่อน

ที่มาของภาพ, SWISS POLICE/CANTON VALAIS
นักปีนเขาพบซากร่างกายมนุษย์บริเวณธารน้ำแข็งใกล้กับยอดเขามัทเทอร์ฮอร์น ภูเขาชื่อดังของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการยืนยันว่าเป็นร่างของนักปีนเขาชาวเยอรมันที่สูญหายเมื่อปี 1986 หรือราว 37 ปีที่แล้ว
การค้นพบร่างของมนุษย์ครั้งนี้ เป็นหลักฐานล่าสุดที่ชี้ว่าธารน้ำแข็งอัลไพน์ (Alpine glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ปกคลุมเทือกเขาแอลป์ กำลังหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว อันมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นักปีนเขากลุ่มนี้อยู่ระหว่างเส้นทางบริเวณธารน้ำแข็งธิโอดูลเหนือยอดเขาเซอร์แมท (Zermatt) พวกเขาพบร่างของนักปีนเขาชาวเยอรมัน เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยสังเกตเห็นรองเท้าบูตปีนเขาของผู้ตายและตะปูยึดปลายแหลมของพื้นรองเท้า โผล่ออกมาจากพื้นน้ำแข็ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ผลการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลด้วยดีเอ็นเอจากศพ ยืนยันได้ว่าเป็นร่างของนักปีนเขาชาวเยอรมัน ที่สูญหายเมื่อ 37 ปีที่แล้ว ขณะนั้นมีปฏิบัติการค้นหากู้ภัย แต่ก็ประสบกับความล้มเหลวไม่พบร่องรอยของนักปีนเขารายนี้แต่อย่างใด
ตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อของนักปีนเขาผู้เสียชีวิต แต่ให้ข้อมูลว่า เขามีอายุ 38 ปี ขณะที่สูญหาย
ธารน้ำแข็งธิโอดูล ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ปกคลุมเทือกเขาแอลป์ เริ่มส่งสัญญาณว่าเกิดการละลายจนเริ่มหดสั้นลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวสำหรับการเล่นสกีชื่อดังในเมืองเซอร์แมท เมืองที่สูงสุดในยุโรป
ธารน้ำแข็งหลายส่วนของเทือกเขาแอลป์ มีความอ่อนไหวต่อภาวะอุณหภูมิของโลกที่ร้อนขึ้น หลักฐานเชิงประจักษ์เห็นได้จาก ในช่วงปี 1980 ธารน้ำแข็งธีโอดูลยังคงเชื่อมติดกับธารน้ำแข็งธารน้ำแข็งกอร์เนอร์ แต่ทว่าในปัจจุบัน ธารน้ำแข็ง 2 แหล่งนี้ได้แยกตัวออกจากกันแล้ว
ในทุก ๆ ฤดูร้อน น้ำแข็งที่ละลายทำให้สิ่งของ หรือร่างของมนุษย์ที่สูญหายไปหลายทศวรรษถูกพบหลายครั้ง เมื่อปีที่แล้ว ซากของเครื่องบินที่ตกในปี 1968 ถูกพบที่บริเวณธารน้ำแข็งอาเล็ทช์ ทางตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ปี 2014 นักบินเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ระหว่างบินส่งเสบียงไปยังที่หลบภัยบนเขามัทเทอร์ฮอร์น พบเห็นสิ่งผิดปกติบนพื้นหิมะด้านล่าง วัตถุดังกล่าวคือ ร่างของโจนาธาน คอนวิลล์ นักปีนเขาชาวอังกฤษที่หายไปตั้งแต่ปี 1979 การค้นพบร่างของโจนาธาน ทำให้ครอบครัวของเขากล่าวว่า การที่โจนาธานเสียชีวิตในที่ ๆ เขารัก เป็น “ความหวานอันขืนข่ม”
ปี 2015 ร่างของนักปีนเขาชาวญี่ปุ่น 2 คน ถูกพบที่บริเวณปลายขอบของธารน้ำแข็งมัทเทอร์ฮอร์น ทั้งคู่สูญหายจากพายุหิมะในปี 1970
น้ำแข็งที่ละลายตัวลงยังส่งผลให้เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลีเปลี่ยนแปลงไปเมื่อปีที่ผ่านมา
แต่เดิมเส้นแบ่งเขตแดนถูกกำหนดด้วยพิกัดของช่องระบายน้ำระหว่างธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นจุดที่น้ำแข็งจะละลายไหลลงสู่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ธารน้ำแข็งที่ละลายและสั้นลง ทำให้จุดทางแยกระบายน้ำยกตัวขึ้น ทำให้ในทางเทคนิค ภูเขาริฟูจิโอ ไกด์ เดล เชร์วิโน (Rifugio Guide del Cervino) แหล่งเล่นสกีและปีนเขาชื่อดังของอิตาลี เคลื่อนไปอยู่ในเขตแดนของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประเด็นนี้ ทางรัฐบาลอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดการเจรจาเพื่อพิจารณาการแบ่งเขตแดนระหว่างกันใหม่แล้ว
อย่างไรก็ดี การละลายของธารน้ำแข็ง มีผลกระทบมากกว่าเรื่องทางการทูต หรือการค้นพบร่างของนักปีนเขาที่สูญหาย
ธารน้ำแข็งอัลไพน์ เป็นหัวใจสำคัญของสิ่งแวดล้อมทวีปยุโรป เพราะหิมะในช่วงฤดูหนาวเป็นแหล่งกำเนิดน้ำในแม่น้ำของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำไรน์ แม่น้ำดานูบ ซึ่งหล่อเลี้ยงการเพาะปลูกในภูมิภาค หรือกระทั่งสนับสนุนระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ผลกระทบดังกล่าวปรากฏชัดกับแม่น้ำไรน์ แม่น้ำสายหลักของยุโรปที่มีต้นกำหนดจากเทือกเขาแอลป์ ไหลผ่านภาคกลางของทวีปยุโรป 6 ประเทศ ตั้งแต่ปีที่่แล้วจนมาถึงปีนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ลดต่ำลงจนกระทบต่อการเดินเรือขนส่งสินค้าที่มาทางจากเนเธอร์แลนด์ ผ่านเยอรมนี ไปยังสวิตเซอร์แลนด์
น้ำจากธารน้ำแข็งที่ละลายยังทำให้อุณหภูมิของแม่น้ำเย็นลง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีความเย็น น้ำจะอุ่นเกินไปจนอาจทำให้ปลาในแม่น้ำเกิดการตาย
เมื่อปีที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า ธารน้ำแข็งหดตัวลงทำให้ปริมาณของน้ำแข็งหายไปครึ่งหนึ่งนับจากปี 1931เร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งหากน้ำแข็งยังละลายตัวลงด้วยความเร็วในระดับนี้ ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาเกือบทั้งหมดจะหายไปภายในสิ้นศตวรรษ
เมื่อย้อนไปดูสภาพอากาศของสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงฤดูร้อนเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่เผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นและเผชิญกับภัยแล้งในเดือน มิ.ย. ขณะเดียวกันในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นก็ทำลายสถิติร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีการบันทึกไว้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ เตรียมตรวจวัดการละลายของธารน้ำแข็งอีกครั้งใน ส.ค.-ก.ย. ที่จะถึงนี้






























