นาซาประกาศรายชื่อลูกเรืออาร์ทิมิส 3 แล้ว ภารกิจของพวกเขาคืออะไร ?

ที่มาของภาพ, NASA/Reid Wiseman
- Author, พัลลภ โกศ
- Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
- Author, อลิสัน ฟรานซิส
- Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์อาวุโส
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ได้ประกาศรายชื่อนักบินอวกาศ 4 ราย สำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 3 ซึ่งมีกำหนดปล่อยตัวในปี 2027 แล้ว
ในภารกิจครั้งใหม่นี้ พวกเขาจะยังไม่ลงจอดบนดวงจันทร์ แต่จะบินสู่วงโคจรต่ำของโลก ซึ่งพวกเขาจะทำการฝึกซ้อมเชื่อมต่อกับยานลงจอดบนดวงจันทร์ตัวต้นแบบ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงจอดจริงบนดวงจันทร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ส่วนภารกิจอาร์ทิมิส 4 ในปี 2028 มีกำหนดจะนำนักบินอวกาศชาวอเมริกันขึ้นไปลงบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1972
ภารกิจอาร์ทิมิส 3 จะทำอะไร ?
อาร์ทิมิส 3 จะถูกปล่อยด้วยจรวดสเปซลอนช์ซิสเต็ม หรือ เอสแอลเอส (Space Launch System - SLS) ของนาซา จากศูนย์อวกาศเคนเนดีในรัฐฟลอริดา โดยวันที่ปล่อยตัวยังไม่ได้รับการยืนยัน
นักบินอวกาศทั้ง 4 รายจะเดินทางภายในแคปซูลโอไรออน ซึ่งเป็นยานลำเดียวกับที่ใช้ในภารกิจอาร์ทิมิส 2 เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
ต่างจากภารกิจก่อนหน้านั้น ยานโอไรออนจะไม่โคจรรอบดวงจันทร์ในภารกิจอาร์ทิมิส 3 แต่จะอยู่ในวงโคจรต่ำของโลกที่ระดับความสูงประมาณ 290 ไมล์ (467 กม.) เหนือพื้นโลก ซึ่งสูงกว่าจุดที่สถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ไอเอสเอส (International Space Station - ISS) อยู่ 40 ไมล์ (64 กม.)
ณ จุดนั้น ยานจะพบและเชื่อมต่อกับยานลงจอดบนดวงจันทร์ตัวต้นแบบหลายลำที่มีชื่อว่า พาธไฟน์เดอร์ (pathfinder) โดยคาดว่าจะมีลูกเรืออย่างน้อย 1 รายปีนเข้าไปในหนึ่งในยานลงจอดดังกล่าว เพื่อทดสอบประตูทางเข้าออก ระบบช่วยชีวิต และชุดอวกาศแอกเซียม (Axiom) รุ่นใหม่
ชุดอวกาศแอกเซียมนี้โดดเด่นทั้งในแง่รูปลักษณ์และประสิทธิภาพ มันถูกออกแบบโดยปราด้า (Prada) แบรนด์แฟชั่นจากอิตาลี และสร้างโดยบริษัทแอกเซียมสเปซ (Axiom Space) ในเมืองฮิวสตัน โดยทางบริษัทดูแลงานด้านวิศกรรมต่าง ๆ ของชุด รวมถึงการติดตั้งระบบระบายความร้อนสำรองเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ระบบหลักขัดข้องขึ้นมา ขณะที่ทางปราด้ารับผิดชอบการตัดเย็บชุดด้านใน ซึ่งออกแบบมาเพื่อกระจายน้ำจากระบบทำน้ำเย็นไปทั่วร่างกายในช่วงการเดินอวกาศบนดวงจันทร์นาน 8 ชั่วโมง ตามแผนที่ระบุไว้ในภารกิจอาร์ทิมิส 4

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
ในภารกิจอาร์ทิมิส 2 ลูกเรือใช้เวลาอยู่ในแคปซูลโอไรออน 9 วัน แต่ภารกิจอาร์ทิมิส 3 จะใช้เวลาอยู่ในนั้นนานกว่าเล็กน้อย โดยการเดินทางขากลับของพวกเขาจะทดสอบแผ่นกันความร้อนที่อัพเกรดใหม่ขณะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกที่ทำให้แคปซูลลุกเป็นไฟ
เดิมทีภารกิจนี้ถูกวางไว้ให้เป็นการลงจอดบนดวงจันทร์แบบมีมนุษย์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 ในปี 1972 แต่นาซาได้เปลี่ยนแผนการดังกล่าวเมื่อเดือน ก.พ. 2026
เหตุผลนั้นเรียบง่าย ยานลงจอดสตาร์ชิปของบริษัทสเปซเอ็กซ์ซึ่งมีการทำสัญญาว่าจะนำนักบินอวกาศไปลงยังพื้นผิวดวงจันทร์นั้นยังไม่พร้อมใช้งาน และยานลำนี้ต้องอาศัยการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจรซึ่งยังไม่เคยมีการทดสอบมาก่อน
แทนที่จะเลื่อนกำหนดการออกไป นาซาเลือกที่จะปรับเปลี่ยนภารกิจนี้เป็นการซ้อมการเชื่อมต่อกับยานอวกาศโดยมีลูกเรืออยู่บนยานแทน เพื่อที่ว่าเมื่อยานลงจอดถูกส่งขึ้นไปจริง เทคนิคการเชื่อมต่อกับยานและชุดอวกาศที่จะสวมใส่เข้าไปในยานจะได้รับการทดสอบโดยมีมนุษย์อยู่บนยานแล้ว
ในแง่ของการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจร รายงานเดือน มี.ค. 2026 จากสำนักงานตรวจสอบอิสระของรัฐสภาสหรัฐฯ พบว่าสเปซเอ็กซ์ของ อีลอน มัสก์ มี "ความคืบหน้าอย่างจำกัด" ในการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว โดยการสาธิตการเติมเชื้อเพลิงครั้งแรกนั้นกำหนดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026
อาร์ทิมิส 4 ซึ่งมีเป้าหมายทำภารกิจในปี 2028 ปัจจุบันวางแผนให้เป็นการลงจอดบนดวงจันทร์แบบมีมนุษย์ครั้งแรกในยุคสมัยนี้
นักบินอวกาศมีกำหนดจะลงสู่บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ด้วยยานลงจอด และอยู่บนพื้นผิวประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นที่หวังกันว่าน้ำที่อยู่ในรูปของน้ำแข็งในหลุมอุกกาบาตที่ถูกเงาบังอย่างถาวรบริเวณนั้น อาจถูกนำมาใช้พัฒนาเป็นน้ำดื่ม ออกซิเจน และเชื้อเพลิงจรวดสำหรับภารกิจในอนาคตได้
ส่วนภารกิจอาร์ทิมิส 5 ซึ่งมีกำหนดในช่วงปลายปี 2028 จะนำลูกเรือชุดที่สองลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ด้วยยานลงจอดบลูมูนเอ็มเคทู (Blue Moon Mk2) ซึ่งกำลังพัฒนาโดยบริษัทบลู ออริจิน (Blue Origin) ของ เจฟฟ์ เบโซส เจ้าของแอมะซอน
อาร์ทิมิส 4 และ 5 มีภารกิจอะไรบนดวงจันทร์ ?
เป้าหมายโดยรวมของโครงการอาร์ทิมิสคือการสร้างฐานบนดวงจันทร์ระยะยาวสำหรับมนุษย์ โดยสำหรับโครงการตั้งฐานบนดวงจันทร์ของนาซาซึ่งเปิดตัวในเดือน พ.ค. 2026 จาเร็ด ไอแซคแมน ผู้บริหารของหน่วยงาน ได้กำหนดการทำงานไว้เป็น 3 ระยะ ได้แก่
- ก่อนปี 2029 ยานลงจอดไร้คนขับและโดรนกระโดดจะสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์และนำส่งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
- ตั้งแต่ปี 2029 เป็นต้นไป ภารกิจที่มีมนุษย์เดินทางจะถูกส่งขึ้นไปบนดวงจันทร์อีกหลายครั้งเพื่อขยายพื้นที่ตั้งฐาน
- ภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030 นาซาคาดการณ์ว่าจะมีที่อยู่อาศัยแบบ "กึ่งถาวร" ที่นักบินอวกาศอาศัยอยู่บนดวงจันทร์เป็นเวลานานได้
ฐานปฏิบัติงานดังกล่าวจะช่วยให้สามารถทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ทดสอบเทคโนโลยีที่มุ่งหน้าไปสู่ภารกิจดาวอังคารในอนาคต และในที่สุดจะสามารถสกัดทรัพยากรจากดวงจันทร์ได้ อีกทั้งยังช่วยให้สหรัฐฯ นำหน้าจีนในการแข่งขันอวกาศครั้งใหม่
หลายฝ่ายในวงการอวกาศสงสัยว่านาซาจะสามารถทำตามกรอบเวลานี้ได้หรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าที่ล่าช้าในการพัฒนายานลงจอดบนดวงจันทร์ที่ชื่อสตาร์ชิปของ อีลอน มัสก์ ซึ่งยังไม่มีการทดสอบเติมเชื้อเพลิงในวงโคจร แต่ความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2026 เมื่อฐานปล่อยจรวดเพียงแห่งเดียวของบริษัทบลู ออริจิน ที่แหลมคานาเวอรัลได้รับความเสียหายอย่างหนักหลังจากจรวดเกิดระเบิดระหว่างการทดสอบเครื่องยนต์
การสร้างฐานปล่อยจรวดขนาดใหญ่แบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้ที่ชื่อว่านิวเกลน (New Glen) ขึ้นใหม่คาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือน ทั้งนี้ เมื่อบริษัทสเปซเอ็กซ์สูญเสียฐานปล่อยในปี 2016 พวกเขาต้องใช้เวลา 15 เดือนในการสร้างขึ้นใหม่ ทว่าสเปซเอ็กซ์ยังมีฐานอื่นให้ใช้งานสำรอง ขณะที่บลู ออริจินไม่มี ซึ่งทำให้เกิดคำถามต่อความสามารถของบริษัทในการจัดหายานบลูมูนเอ็มเคทูสำหรับภารกิจอาร์ทิมิส 5
"ผมจะไม่แปลกใจเลยหากจีนไปถึงดวงจันทร์ก่อน" ไซเมียน บาร์เบอร์ จากมหาวิทยาลัยโอเพน กล่าวกับบีบีซี โดยเขากล่าวว่าขั้นตอนที่เป็นข้อจำกัดคือยานลงจอด ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ท้าทายที่สุดของสถาปัตยกรรมทางเทคนิคของภารกิจ และเป็นส่วนที่อยู่นอกการควบคุมโดยตรงของนาซามากที่สุด

ที่มาของภาพ, Getty Images
เกิดอะไรขึ้นในภารกิจอาร์ทิมิส 2 ?
อาร์ทิมิส 2 ปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2026 จากศูนย์อวกาศเคนเนดี ลูกเรือทั้ง 4 ราย คือ รีด ไวซ์แมน ผู้บัญชาการ, วิคเตอร์ โกลเวอร์ นักบิน, คริสตินา โคช ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ, และเจเรมี แฮนเซน นักบินอวกาศจากองค์การอวกาศแคนาดา โดยพวกเขากลายเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่เดินทางออกไปไกลเกินวงโคจรต่ำของโลกนับตั้งแต่ปี 1972
ตลอดระยะเวลา 10 วัน แคปซูลโอไรออนบินอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ โดยเข้าใกล้พื้นผิวดวงจันทร์ในระยะ 4,000 ไมล์ (6,437 กม.) และเดินทางไกลที่สุดจากโลกที่ระยะ 252,756 ไมล์ (406,771 กม.) ซึ่งไกลจากโลกที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยเดินทาง

ที่มาของภาพ, Raquel Natalicchio/Houston Chronicle via Getty Images
แคปซูลในภารกิจอาร์ทิมิส 2 เดินทางกลับสู่โลกที่ทะเลนอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโกของสหรัฐฯ ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2026
ภารกิจนี้ได้ทดสอบระบบช่วยชีวิตและระบบสื่อสารของแคปซูลโอไรออน และทำให้วิศวกรได้เห็นรายละเอียดครั้งแรกว่า แผงกันความร้อนทำงานอย่างไรในการเดินทางกลับจากดวงจันทร์ การบินของอาร์ทิมิส 2 เป็นหลักฐานสำคัญว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานได้เมื่อมีมนุษย์อยู่บนยาน แต่เมื่อพิจารณาจากความท้าทายทางเทคนิคอื่น ๆ แล้ว นั่นถือเป็นส่วนที่ง่ายที่สุด
ภารกิจไปดวงจันทร์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อใด ?
ภารกิจที่มีมนุษย์เดินทางไปยังดวงจันทร์ครั้งล่าสุดคืออะพอลโล 17 ในเดือน ธ.ค. 1972 ยูจีน เซอร์แนน และ แฮร์ริสัน ชมิตต์ ใช้เวลา 3 วันบนพื้นผิวดวงจันทร์ในหุบเขาทอรัส-ลิตโตรว์
นับตั้งแต่นั้นมา เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษแล้วที่ไม่มีมนุษย์คนใดได้เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์อีก
โดยรวมแล้ว นักบินอวกาศชาวอเมริกัน 24 รายได้เดินทางไปถึงดวงจันทร์ และ 12 รายได้เดินบนพื้นผิวดวงจันทร์ ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้โครงการอวกาศอะพอลโลของสหรัฐฯ โดยในจำนวน 24 รายนี้ มี 5 รายที่ยังมีชีวิตอยู่
สหรัฐฯ เดินทางไปดวงจันทร์ครั้งแรกในทศวรรษ 1960 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเอาชนะสหภาพโซเวียต และยืนยันความเป็นผู้นำทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี
เมื่อบรรลุเป้าหมายนั้นแล้ว ความกระตือรือร้นทางการเมืองและความสนใจของสาธารณชนก็ลดลง เช่นเดียวกับงบประมาณสำหรับการสำรวจดวงจันทร์เพิ่มเติม
ประเทศใดบ้างมีแผนจะส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์ ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
จีนประกาศเป้าหมายที่จะส่งนักบินอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ภายในปี 2030 โดยได้ทดสอบแคปซูลเหมิงโจวและยานลงจอดหลานเยว่แล้ว และกำลังเตรียมจรวดขนส่งขนาดใหญ่รุ่นใหม่ชื่อลองมาร์ช 10 (Long March 10)
อินเดียตั้งเป้าส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในราวปี 2040 หลังประสบความสำเร็จในการลงจอดบนดวงจันทร์ของภารกิจจันทรายาน 3 ใกล้บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์เมื่อปี 2023
รัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างฐานบนดวงจันทร์ที่นำโดยจีน ซึ่งตั้งเป้าไว้ในช่วงกลางทศวรรษ 2030 แม้ว่าการคว่ำบาตร ปัญหาด้านงบประมาณ และข้อขัดข้องทางเทคนิค ได้ทำให้บทบาทของรัสเซียยังคงไม่แน่นอน
นักบินอวกาศจากยุโรปและญี่ปุ่นก็คาดว่าจะได้ร่วมเดินทางในภารกิจอาร์ทิมิสในอนาคตเช่นกัน แม้จะไม่มีการรับประกันตามสัญญาว่าจะมีที่นั่งสำหรับนักบินอวกาศนานาชาติในภารกิจอาร์ทิมิส 3 ก็ตาม































