วิกฤตป่าชายเลนอินโดนีเซีย เมื่อชาวบ้านโค่นต้นโกงกางมาเผาถ่านขาย

mangrove

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, ราชา ลุมบันเรา และลอร์นา แฮนคิน
    • Role, บีบีซีเวิลด์
  • Published

ประเทศอินโดนีเซียมีพื้นที่ป่าชายเลนมากกว่าอีกหลายประเทศ แต่ขณะนี้กำลังมีความกังวลมากขึ้นถึงอันตรายที่คุกคามพื้นที่ป่าชายเลนเหล่านี้ จากการตัดไม้โกงกางเพื่อเผาเป็นถ่านส่งออกไปยังยุโรป จีน และญี่ปุ่น ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับวงจรนี้เข้าใจดีว่า ไม้โกงกางในป่าชายเลนสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม แม้พวกเขาจะอยากเลิกทำอาชีพนี้ แต่ก็ไม่เห็นหนทางอื่นที่จะหาเลี้ยงชีพทดแทน

นูฮาร์ดี ชายชาวอินโดนีเซีย วัย 68 ปี อาศัยอยู่ในกระท่อมไม้บนเกาะบอร์เนียว ที่ข้างบ้านของเขามีเตาเผา 2 เตา ที่เผาถ่านไม้ตลอดทั้งปี ด้วยแรงงานของลูกจ้างอย่างน้อยราว ๆ 12 ชีวิต

ในบรรดาคนงานทั้งหมด คนงาน 4 คนเป็นคนผ่าไม้ฟืนที่ตัดมาจากป่าชายเลน ส่วนคนอื่น ๆ ทำหน้าที่ขนท่อนไม้เข้าเตาเผาที่ทำจากดินและหิน เมื่อถ่านไม้ถูกเผาจนได้ที่แล้วจะถูกทิ้งให้เย็น ก่อนบรรจุส่งขาย

ไม้โกงกางจากป่าชายเลนเป็นไม้เนื้อแข็งและมีเนื้อไม้ที่แน่น แต่ไม่ทนทานมากนัก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับนำมาเผาเป็นถ่าน และดีอย่างยิ่งสำหรับการนำมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการปิ้งบาร์บีคิว แต่ด้วยกระบวนการเผาถ่านที่ทำให้สูญเสียต้นไม้เป็นจำนวนมาก มันกลับได้ปริมาณถ่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

Man looks at furnace
คำบรรยายภาพ, นูฮาร์ดี ใช้เตาเผาถ่าน 2 เตา ในการเผาถ่านขาย

ไม้โกงกาง 16 ตัน เมื่อเผาเป็นถ่านแล้วจะได้ถ่านที่มีน้ำหนักเพียง 3 ตันเท่านั้น

"ถ้าผมได้น้อยกว่า 3 ตัน ผมก็แทบไม่ได้อะไรเลย" นูฮาร์ดี กล่าว

เมื่อคำนวณต้นทุนต่าง ๆ แล้ว เขาประเมินว่า มีกำไรจากการเผาถ่านขายเพียง 1,250 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี

"ตัดไม้โกงกางมันไม่ได้เงินอะไร ไม่มีใครร่ำรวยขึ้นมาได้จากเตาเผาถ่าน เราทำเพียงเพื่อให้มีอาหารในจานของเราเท่านั้น" เขาอธิบาย

นูฮาร์ดี กล่าวว่า รัฐบาลเคยมาเจรจาให้เขาเลิกทำธุรกิจเผาถ่าน แต่ลงเอยด้วยการไม่มีคำตอบ

"ถ้าคุณมอบที่ดินทำเกษตรหรือโอกาสอื่น ๆ ให้ผมได้ ผมจะเลิกเผาถ่านพรุ่งนี้เลย"

ป่าชายเลน:

  • ช่วยรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการลดคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ ในบางกรณีสามารถลดปริมาณคาร์บอนได้มากกว่าป่าบนผืนดินมากถึง 10 เท่า
  • ป้องกันการพังทลายของชายฝั่ง พายุ หรือคลื่นยักษ์สึนามิ
  • เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำเขตร้อน
  • ป้องกันแนวปะการังจากพายุและคลื่นความร้อน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ

ที่มา: ดิโอเชียนเอเจนซี

bbc

หมู่บ้านที่นูฮาร์ดีอาศัยในเขตบาตู อัมปาร์ มีประชากรราว ๆ 9,000 คน เกือบครึ่งของจำนวนนี้ หาเลี้ยงชีพด้วยการเผาถ่าน ซึ่งเป็นการเผาด้วยวิธีการที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยปี 1940 หลายครอบครัวอย่างเช่นครอบครัวของนูฮาร์ดี ทำอาชีพนี้สืบต่อกันมาหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ มาจนถึงรุ่นของเขา ต่างก็ใช้เตาเผาถ่านเตาเดียวกันกับที่ใช้ในปัจจุบัน ดังนั้น การเผาถ่านจึงเป็นอาชีพเดียวที่เขารู้จัก

อินโดนีเซีย เป็นที่ตั้งของป่าชายเลนที่กินพื้นที่ 20% ของโลก ในเขตกูบูรายาซึ่งเป็นบ้านของนูฮาร์ดี เป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่กว้างใหญ่ที่สุดในเขตบอร์เนียวตะวันตกของอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี จำนวนเตาเผาถ่านในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น จากปี 2000 ที่มีเตาเผาถ่าน 90 เตา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 490 เตา ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงอัตราความเร็วของป่าไม้ที่ถูกทำลายลง

อาร์ซิด อัล อามีน ผู้ร่วมวิจัยในโครงการป่าชายเลนจากสถาบันเกษตรกรรมโบกอร์ คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ตัดไม้โกงกางยังอยู่ในระดับนี้ ป่าชายเลนจะค่อย ๆ หมดลงในอีก 74 ปี ข้างหน้า

"มันจะหมดไปในปี 2096" เขาระบุ

หากมองจากภาพมุมสูงจะพบว่าความหนาแน่นของต้นไม้ในป่าชายเลยลดลงไปมาก

"ถ้าไม่มีความพยายามใด ๆ ในการเร่งฟื้นฟู มันเป็นเรื่องที่อันตราย เราจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงอย่างเร่งด่วน" เขาเตือน

Bare patch of forest seen from overhead
คำบรรยายภาพ, พื้นที่ป่าหลายแห่งในอินโดนีเซียโล่งเตียนจากการตัดไม้ทำลายป่า

เมื่อล่องเรือขึ้นไปในป่าลึกทางตอนเหนือของหมู่บ้านบาตูอัมปาร์ บีบีซีพบว่ามีต้นไม้โกงกางจำนวนมากถูกโค่น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำต่างสูดดมเอาควันจากเตาเผาถ่านที่มีอยู่จำนวนมากในแถบนั้น

แม้ว่าจะมีพื้นที่ป่าไม้ที่อนุญาตให้มีการตัดไม้ไปใช้ประโยชน์ แต่ด้วยปริมาณของเตาเผาถ่านที่เพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้การหาไม้ที่จะโค่นทำได้ยากขึ้น และคนตัดไม้ก็เสี่ยงที่จะลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่คุ้มครองมากขึ้น

ท่ามกลางเสียงลิงป่าและนกร้อง เสียงที่แทรกขึ้นในกลางป่าลึก คือเสียงของเลื่อยยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเร่งเครื่องเสียงดัง

บีบีซีพูดคุยกับคนตัดไม้รายหนึ่งที่กำลังโค่นไม้โกงกางขนาดกลางอยู่ เขาบอกว่าพวกเขาจะไม่ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่

คนตัดไม้รายนี้ปฏิเสธที่จะบอกชื่อจริง เพราะเขากำลังตัดไม้ในพื้นที่คุ้มครองอยู่ อย่างไรก็ตาม เขาสวมใส่อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเพียงไม่กี่ชิ้น

"มีคนตัดไม้ตายเพราะถูกไม้ล้มทับตอนที่กำลังตัด" เขากล่าว "มันเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง แต่ลูก ๆ ของผมจำเป็นต้องกินต้องใช้"

Man chops down tree with chainsaw
คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอินโดนีเซียอ้างว่า การจับกุมการตัดไม้ผิดกฎหมายทำได้ยาก

หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ท้องถิ่น อ้างว่า การบังคับใช้กฎหมายต่อการตัดไม้ผิดกฎหมายทำได้ยาก

"ชาวบ้านหลายครัวเรือนมีเตาเผาถ่าน และคนท้องถิ่นจำนวนมากเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนี้" อาดิ ยานี่ โฆษกหน่วยงานสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ท้องถิ่นระบุ พร้อมบอกว่า หากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดอาจจะทำให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่

เฮอร์บิโม ยูโตโย เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นบอกกับบีบีซีว่า "มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างอดกลั้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาต่อคนตัดไม้กับชาวบ้านที่เผาถ่านในหมู่บ้านบาตูอัมปาร์ แต่เรื่องมันไม่เคยไปถึงศาล เพราะกรณีนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องของวัฒนธรรมประเพณี"

เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นรายนี้ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้จัดฝึกอบรมอาชีพให้แก่ชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำฟาร์มผึ้งในป่า หรือการผลิตน้ำตาลมะพร้าวเพื่อให้พวกเขาเลิกอาชีพเผาถ่าน แต่เขายอมรับว่า "โครงการนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ มันเป็นเรื่องยากที่จะหยุดอาชีพที่ทำกันมาหลายช่วงอายุคน"

Aerial view of Batu Ampar village
คำบรรยายภาพ, ชาวบ้านกว่าครึ่งที่หมู่บ้านบาตู อัมปาร์ พึ่งพาป่าชายเลนใกล้เคียงในการหารายได้เลี้ยงชีพ

อย่างไรก็ดี ชายรายหนึ่งที่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมเผาถ่าน บอกว่ารัฐบาลจำเป็นต้องทำมากกว่านี้

"พวกเรารู้สึกว่าถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล หากพวกเขามีโครงการช่วยเหลือ เขาต้องมาพบหัวหน้าหมู่บ้าน แต่นี่ไม่มีใครมาแม้แต่คนเดียว" ซูเฮริ ชายวัย 39 ระบุ

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชายรายนี้เคยมีกิจการเผาถ่าน แต่ตัดสินใจเลิกทำไป หลังจากเกิดไฟป่าลุกลามในป่าพรุ ทำให้หมู่บ้านถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันจากไฟ

"ผมคิดว่าถ้าเกิดไฟป่าขึ้นในป่าชายเลนแถวบ้านผม พวกเราคงจะฉิบหาย"

ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 เขาพยายามเลี้ยงปูทะเลในกระชัง แต่ธุรกิจนั้นล้มเหลว

"ผมขาดทุนอย่างมากและเป็นหนี้จากธุรกิจนี้" ชายรายนี้ระบุและบอกว่า ตอนนี้เขาหันมาเก็บน้ำผึ้งจากผึ้งป่าขายแทน

Suheri on a boat
คำบรรยายภาพ, ซูเฮริ ชายผู้พยายามหารายได้จากการเก็บน้ำผึ้งป่า ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่กลับไปเผาถ่านขายอีก

ซูเฮริ ล่องเรือไปตามทางน้ำและใช้เวลาหลายชั่วโมงในการสำรวจหารังผึ้งที่พร้อมจะให้เขาเก็บเกี่ยว

เมื่อเขาพบรังผึ้งที่พร้อมให้เก็บน้ำผึ้ง เขาสวมใส่หมวกไอ้โม่ง ก่อนปีนขึ้นต้นไม้ แล้วใช้ใบจากที่เผาไฟให้เกิดควันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากตัวผึ้ง

"มีความเสี่ยงหลายเรื่องในการเก็บน้ำผึ้ง ทั้งโคลน สัตว์ป่า งู จระเข้ ความเสี่ยงขั้นต่ำสุดคือการถูกผึ้งต่อย" เขากล่าวพร้อมหัวเราะ

ถ้าวันไหนโชคดี ซูเฮริจะเก็บน้ำผึ้งป่าได้มากถึง 5 ขวดต่อวัน น้ำผึ้งป่า 1 ขวด ขายได้ราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐ แม้ขายได้ราคาดี แต่ชายอินโดนีเซียรายนี้บอกว่า เขาไม่สามารถยังชีพด้วยการเก็บน้ำผึ้งเพียงอย่างเดียวได้ เพราะฤดูกาลเก็บน้ำผึ้งมีความไม่แน่นอน

A beehive in the forest
คำบรรยายภาพ, แม้จะหาเงินได้จากการเก็บน้ำผึ้งป่า แต่ก็เป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน

หากไม่ได้เก็บน้ำผึ้งในป่า ซูเฮริ จะเพาะเลี้ยงปลาจวด แต่ไข่ปลาก็มีราคาแพงมากและโอกาสที่จะตายก็มีสูง

แม้ว่าหนทางการทำกินอย่างอื่นจะไม่ง่าย เขายืนยันว่าจะประกอบอาชีพอย่างอื่นแทนที่จะเผาถ่านเพื่อหาเงิน ด้วยความหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับชาวบ้านคนอื่น ให้หยุดตัดไม้โกงกางเพื่อเอามาเผาถ่าน

"ผมต้องทำให้ดีกว่านี้... ถ้าผมอยากให้คนอื่นเปลี่ยน ผมก็ต้องประสบความสำเร็จ"