ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ขอบคุณศาลญี่ปุ่น หลังสั่งจำคุกคนร้ายบุกบ้าน-ทำร้ายร่างกาย 20 เดือน

Pavin Chachavalpongpun

ที่มาของภาพ, Pavin Chachavalpongpun

คำบรรยายภาพ, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังการพิจารณาคดีนัดแรก
Published

ศาลเมืองเกียวโตพิพากษาจำคุกชายชาวญี่ปุ่นวัย 43 ปีที่บุกเข้ามาทำร้าย รศ. ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในญี่ปุ่น เมื่อปี 2019 เป็นเวลา 20 เดือน ใน 2 ความผิด คือ บุกรุกเคหสถาน และทำร้ายร่างกาย

ปวิน กล่าวว่าศาลเปิดการพิจารณาคดีเวลา 13:20 น. และเสร็จสิ้นในเวลา 13:35 น. หลังมีคำพิพากษาจำคุก นายทัตสึฮิโกะ ซาโตะ เป็นเวลา 20 เดือน

"ผมพอใจกับคำตัดสินของศาลญี่ปุ่น และดีใจที่ได้รับความยุติธรรมกลับมา แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความยุติธรรมเท่านั้น เพราะผู้ต้องหายังปฏิเสธที่จะระบุถึงผู้จ้างวาน โดยอ้างเรื่องความปลอดภัยของตนเอง ดังนั้น การสอบสวนยังต้องดำเนินต่อ แต่ต้องขอบคุณตำรวจและศาลญี่ปุ่นที่ทำงานอย่างหนักในการนำตัวคนร้ายมาลงโทษในวันนี้" กล่าวกับบีบีซีไทย

การพิจารณาคดีนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ศาลเมืองเกียวโตเปิดการพิจารณาคดีนัดแรกเมื่อ 19 พ.ค. ซึ่งใช้เวลาทั้งสิ้นราว 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยเริ่มด้วยอัยการเบิกตัวผู้ต้องหา แล้วบรรยายฟ้องต่อศาล ใน 2 ข้อหาคือ บุกรุกเข้าไปในเคหสถานและทำร้ายร่างกาย ซึ่งนายซาโตะรับสารภาพต่อศาลในทั้ง 2 ข้อหา

ศาลเกียวโต

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศหน้าศาลเกียวโต

เมื่อ 19 พ.ค. ซาโตะ ซึ่งสวมหน้ากากอนามัย มีรูปร่างผอม มีแววตาที่เฉยเมย และไม่ยอมสบตากับใคร เขาให้การต่อศาลด้วยน้ำเสียงเบาและรวดเร็ว จนหลายครั้งศาลต้องบอกให้พูดช้า ๆ ชัด ๆ มีใจความว่า เขาบุกเข้าไปที่ห้องพักของ ปวิน พร้อมด้วย มีดทำครัว ค้อน และกระป๋องสเปรย์ ต่อมามีเสียงหมาเห่า จนเขาตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แล้วจำความไม่ได้ว่า ได้ทำอะไรไปบ้าง

หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ ปวินเล่าให้ทีมข่าวบีบีซีไทยในลอนดอนฟังว่า เหตุเกิดประมาณ 4.45 น. ของ 8 ก.ค. 2019 ขณะที่เขาและคู่ชีวิตกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนในคอนโดมิเนียมของพวกเขา

ปวินบอกว่า ผู้ก่อเหตุเข้ามาทางประตูระเบียงด้วยการใช้ค้อนทุบกระจกให้เป็นรูแล้วสอดมือเข้ามาปลดล็อกประตู จากนั้นได้ตรงมาเปิดประตูห้องนอนที่เขาบอกว่าปกติไม่ได้ล็อก หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุกระชากผ้าห่มที่เขาและคนใกล้ชิดห่มอยู่ แล้วฉีดสารเคมีจากกระป๋องใส่ตัวพวกเขา

"สิ่งที่ผมบอกได้คือ คนร้ายเป็นนักย่องเบา ตอนเข้านอน ผมไม่ได้ยินอะไรเลย จนกระทั่งจุดที่เข้ามาอยู่ในห้องผม"

ปวินใช้คำว่า "สเปรย์ไม่ยั้ง" อธิบายเหตุการณ์ชั่วนาทีนั้น และเริ่มรู้สึกเจ็บแสบตามผิวหนังเนื่องจากฤทธิ์ของสารเคมี หลังจากนั้น ปวินบอกว่า คู่ชีวิตของเขาได้พยายามวิ่งตามผู้ก่อเหตุแต่หนีไปได้ และจำลักษณะการแต่งกายของผู้ก่อเหตุได้ว่า แต่งกายด้วยชุดดำทั้งหมด สวมคลุมหมวกไอ้โม่ง โผล่ให้เห็นแต่ตา หลังจากนั้นปวินรีบไปล้างตัว และราว 15 นาทีต่อมา ตำรวจก็เดินทางมาถึงจากการโทรศัพท์แจ้งความของเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากการถูกบุกรุก

ปวิน

ที่มาของภาพ, Pavin Chachavalpongpun

คำบรรยายภาพ, ภาพเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่มาเก็บพยานหลักฐานที่คอนโดมิเนียมของเขาหลังคืนเกิดเหตุ

ในการซักถามในศาล ซาโตะกล่าวถึงเหตุจูงใจว่า เขาได้รับการ "ร้องขอ" จาก "พี่" คนหนึ่ง ให้ก่อเหตุนี้ แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อ เนื่องจากกลัวอันตราย ในเบื้องต้นเขาได้ปฏิเสธคำร้องขอนี้ เพราะ ไม่รู้จักปวิน และไม่มีเรื่องบาดหมางกัน แต่ต่อมาเขาพบว่า หน้าต่างบ้านของเขาถูกทุบ ซึ่งเขาคิดว่าเป็นฝึมือของ "พี่" คนนี้ ซึ่งสร้างความกลัวให้กับเขาว่าจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ ครอบครัวของเขาอาจไม่ปลอดภัย เขาจึงเปลี่ยนใจมารับงาน

กระทบสุขภาพจิต

ในการให้ถ้อยคำต่อศาลในการพิจารณาคดีในวันนี้ ปวิน แถลงเป็นภาษาอังกฤษ ว่า เหตุการณ์ในวันนั้นได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเขาเป็นอย่างมาก และมีผลมาถึงปัจจุบัน รวมถึงคู่ชีวิตของเขาด้วย รวมถึงกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาในญี่ปุ่นด้วย

"ไม่นานหลังเกิดเหตุ คืนหนึ่งระหว่างช่วงเที่ยวพักผ่อน ผมฝันว่าผมถูกชายหลายคนรุมทำร้ายในห้องนอนของตัวเอง ในความฝัน ผมทั้งเตะและต่อยใส่คนพวกนี้ ผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่า แท้จริงแล้วผมกำลังต่อยและเตะคู่ชีวิตของผมที่อยู่ข้าง ๆ ผมทำจมูกเขาหัก บาดแผลนั้นยังตามมาหลอกหลอนผมอยู่จนทุกวัน การขี่จักรยานไปมหาวิทยาลัย เดินไปตามถนน หรือแม้แต่ไปชอปปิง ก็มีความกลัวอยู่เสมอ" ปวินแถลงต่อศาลพร้อมกับจ้องหน้าไปที่ซาโตะผู้ไม่ยอมสบตาเขา

หนึ่งปีเศษ หลังเหตุการณ์ ช่วง พ.ย. 2020 ปวินบอกศาลว่า เขาถูกชายกลุ่มสะกดรอยและแอบถ่ายรูป ภาพเหล่านั้นถูกปล่อยออกมาทางโซเชียลไทย นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน จนทำให้รู้ว่าไม่ปลอดภัยในญี่ปุ่น

แถลงการณ์ที่แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, Pavin Chachavalpongpun

คำบรรยายภาพ, แถลงการณ์ที่แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น

ในถ้อยแถลงต่อศาล ปวินกล่าวด้วยว่าเหตุบุกรุกนี้ ทำให้เขาถูกถอดออกจากการเป็นผู้บรรยายรับเชิญที่คณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยโดชิชา (Doshisha University) กลางคัน ทั้งที่เชิญเขามาสอนตั้งแต่ปี 2016 โดยมหาวิทยาลัย เกรงว่าไม่สามารถให้ความปลอดภัยแก่เขาหรือนักศึกษาได้

"การสอนเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมาก เป็นความภาคภูมิใจว่าผมได้ตอบแทนสังคมญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งการสูญเสียงานที่สำคัญนี้ที่มหาวิทยาลัยโดชิชา และทำให้นักศึกษาต้องเสียอาจารย์ไปในระหว่างงปีการศึกษา ผมเสียใจมากกับการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย"

ระหว่างการแถลง ปวินถามไปถึงซาโตะ ว่า "โอกาสที่ผู้กระทำผิดจะทำสิ่งที่ถูกต้องและช่วยให้ผมนอนหลับได้ง่ายขึ้นในตอนกลางคืน คำถามของผมง่าย ทำไมคุณถึงทำร้ายผม ผมไม่เคยพบคุณหรือรู้จักคุณ และถ้าคุณทำร้ายผมในนามของใคร แล้วใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี อะไรเป็นแรงจูงใจ พวกเขาจะสั่งการโจมตีโดยละเมิดอำนาจอธิปไตยของญี่ปุ่นได้อย่างไร ผมต้องการคำตอบเหล่านี้" ปวิน มองไปที่ซาโตะ แต่จำเลยก้มหน้าไม่สบตาโจทก์

ปวิน เชื่อว่า สาเหตุหลักของการลอบทำร้ายเขาน่าจะมาจากการบรรยายถึงบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในประเทศไทย จนทำให้เขาถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังรัฐประหารปี 2557 จนต้องขอลี้ภัยมาญี่ปุ่น

อัยการระบุว่าจำเลยเคยทำผิดมาหลายครั้งในอดีต รวมทั้งมียาเสพติดไว้ในครอบครอง จึงเสนอต่อศาลขอให้จำคุกจำเลย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ศาลสั่งปิดการพิจารณาคดีในเวลา 16.40 น. และนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 13.20 น.

Facebook/Pavin Chachavalpongpun

ที่มาของภาพ, Facebook/Pavin Chachavalpongpun

คำบรรยายภาพ, NHK สถานีโทรทัศน์หลักของญี่ปุ่นให้ความสนใจกับการพิจารณาคดีนี้